
ชาวบ้าน อ.ปาย วอนรัฐเข้มงวดลอบเผา
วอนนำ ก.ม.มาบังคับจับลักลอบเผาปรับจริง นายอำเภอปายตั้งวอร์รูมแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
27 ก.พ. 60 แหล่งข่าวจากในพื้นที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า แม้ว่าปีนี้เมื่อเทียบกับปี 2558 ปัญหาหมอกควันจะลดลงไปค่อนข้างมาก แต่ก็ยังคงมีปัญหาอยู่ สังเกตได้ในช่วงกลางคืนบนภูเขาจะเห็นแนวไฟป่าที่ลุกลามอยู่หลายจุด เหมือนตัวมังกร เลื้อยอยู่บนภูเขา เนื่องจากพื้นที่ อ.ปาย อยู่ในแอ่งกระทะ เมื่อเกิดไฟป่าบริเวณภูเขาที่อยู่โดยรอบพื้นที่เมืองปาย ควันไฟจึงถูกอากาศกดลงมาอยู่ในเมืองและระบายออกได้ช้า ปัญหาหลักเกิดจากการเผาเศษขยะจากการเกษตร หรือวัชพืชในพื้นที่ โดยการเผาทิ้งไว้ไม่อยู่ควบคุมดูแลให้เพลิงอยู่ในวงจำกัด จึงเกิดลุกลามกลายเป็นไฟป่า สร้างปัญหาตามมาอย่างมากมาย โดยเฉพาะสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ในแต่ละวันต้องสูดดมค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเข้าไปเป็นจำนวนมาก โดยจะมีอาการแสบตา แสบจมูก ปัจจุบันเริ่มเห็นชาวบ้านใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กกันบ้างแล้ว
ภาพ : Thanakrit Chantajumrussin
ที่ผ่านมาเห็นชาวบ้านในพื้นที่มีการเผาใบไม้ หญ้าแห้งในพื้นที่หลายครั้งโดยไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาตักเตือนถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทำหน้าที่ประกาศเสียงตามสายเพียงครั้งเดียว และไม่มีการติดตามดำเนินการใดๆ ถึงแม้ว่าในปีนี้ปัญหาจะน้อยลงก็ตาม จึงอยากให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามาดูแลในส่วนนี้ โดยเฉพาะ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านต้องมีความเข้มงวดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในพื้นที่ตัวเมืองปาย ยังมีการลักลอบเผาในพื้นที่โล่ง เจ้าหน้าที่ต้องมีการว่ากล่าวตักเตือนรวมถึงนำกฎหมายมาบังคับใช้อย่างเข้มงวด เชื่อว่าหากมีการดำเนินการอย่างจริงจังโดยนำกฎหมายมาบังคับ จับและเปรียบเทียบปรับกับผู้กระทำความผิด การดำเนินการเช่นนี้เชื่อว่าจะทำให้ประชาชนไม่กล้ากระทำความผิดอีก
ภาพ : Thanakrit Chantajumrussin
แหล่งข่าวคนเดิม กล่าวอีกว่าจะต้องมีความถี่มากขึ้นในการประกาศเสียงตามสายเข้าถึงทุกครัวเรือน ขณะที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านจะต้องเข้าถึงพื้นที่มีการตรวจตราเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ต้องมีการลาดตระเวนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา ไม่มีการตั้งหน่วยอาสาสมัครป้องกันและควบคุมไฟป่า ชาวบ้านอยู่กันในลักษณะต่างคนต่างอยู่ไม่มีการรวมกลุ่มกัน เช่น เมื่อเห็นสวนข้างบ้านมีการจุดไฟเผาหญ้าแห้ง เผาใบไม้ ก็ไม่ได้มีการเดินเข้าไปบอกว่าห้ามเผา เพราะเป็นวาระแห่งชาติ ความรู้สึกรวมกลุ่มช่วยกันจึงยังไม่เกิด หากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเข้มงวดกับเรื่องดังกล่าว จับปรับให้เป็นตัวอย่าง ประชาชนในพื้นที่จะเกิดความเกรงกลัวมากขึ้น
ภาพ : Thanakrit Chantajumrussin
นายธนกฤต ฉันทะจำรัสศิลป์ นายอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า สถานการณ์หมอกควันไฟป่าในพื้นที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ในการควบคุมได้ ทั้งนี้ มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากหมอกควัน โดยมีการบูรณาการร่วมกันในหลายหน่วยงานในพื้นที่ นอกจากนั้นยังได้มีจัดตั้งหน่วยอาสาสมัครในพื้นที่เพื่อดูแลป้องกันไฟป่า ในแต่ละหมู่บ้านจะมีอยู่ประมาณ 5 - 6 คน หากเกิดไฟป่าในบริเวณใกล้เคียงหน่วยอาสาของหมู่บ้านจะร่วมกันเข้าพื้นที่เพื่อดับไฟ หน่วยอาสาสมัครกลุ่มนี้นอกจากสอดส่องดูแลไฟป่าที่เกิดขึ้นแล้ว ยังทำหน้าที่ลาดตระเวนในพื้นที่ตามจุดเสี่ยงต่างๆ ที่เคยเกิดปัญหาทุกปี โดยทำการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
ภาพ : Thanakrit Chantajumrussin
ในส่วนของชุมชนต่างๆ ในพื้นที่อำเภอปาย นำโดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจะทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันปัญหาอีกช่องทางหนึ่ง การดำเนินการช่วยกันป้องกันไฟป่าและลดปัญหาหมอกควัน ประชาชนในพื้นที่ค่อนข้างตื่นตัวและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จากสถิติเมื่อปี 2558 จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีจุดฮอตสปอตเกิดขึ้นกว่า 2,000 จุด ในปี 2559 ลดลงเหลือประมาณ 1,300 จุด ถือได้ว่าเป็นจังหวัดที่ลดจุดฮอตสปอตได้มากที่สุดในประเทศไทย ในขณะที่อำเภอปายเมื่อปี 2558 มีจุดฮอตสปอตประมาณกว่า 400 จุด ในปี 2559 ลดลงเหลือ 200 กว่าจุด สำหรับในปีนี้อำเภอปายตั้งเป้าลดจุดฮอตสปอตลงอีกร้อยละ 10 นับจากเดือนมกราคม 2560 - ปัจจุบัน พื้นที่อำเภอปายเกิดจุดฮอตสปอตประมาณ 20 จุดเท่านั้น ทั้งนี้ การลดลงของจุดฮอตสปอตเกิดจากการรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่ตระหนักถึงผลเสียที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวช่วยกันป้องกันและบรรเทาปัญหาหมอกควันในพื้นที่เป็นอย่างดี
ภาพ : Thanakrit Chantajumrussin
สำหรับพื้นที่ในเขตเมืองของอำเภอปาย ถือเป็นจุดสำคัญที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงจากนักท่องเที่ยว ดังนั้น ผู้ที่พบเห็นการเผาสามารถแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้ทันทีเพื่อเข้าพื้นที่ดำเนินการด้านกฎหมายกับผู้ที่ลอบเผาในพื้นที่โล่งแจ้ง เรื่องหมอกควันในเขตเมืองปายจึงไม่น่ากังวล เนื่องจากเชื่อว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านต่างตื่นตัวในการดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง
ภาพ : Thanakrit Chantajumrussin
ปัญหาหมอกควันไฟป่าส่วนใหญ่จะเกิดในพื้นที่ทำการเกษตร โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ยังคงมีความเชื่อว่าการเผาจะเป็นการช่วยเพิ่มปุ๋ยในดิน สามารถเพิ่มผลผลิตได้ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด ดังนั้น เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องทำการเกษตรกับกลุ่มชาติพันธุ์อย่างใกล้ชิด เชื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้กลุ่มนี้ลดการเผาลง อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวนี้ต้องใช้เวลาในการสร้างความเข้าใจ



