ข่าว

นำคนร้ายตัวจริงเข้าเครื่องจับเท็จ ช่วยแพะบางนา

นำคนร้ายตัวจริงเข้าเครื่องจับเท็จ ช่วยแพะบางนา

27 ก.พ. 2560

ยธ.-ตร.ถกรื้อคดีแพะชิงทรัพย์บางนา คาดใช้เวลา  30 วัน ตรวจสอบหลักฐานคดีแพะบางนา ก่อนเสนอศาลรื้อฟื้นคดี

 

          27 ก.พ. 60 - พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.สุชาติ คล้ายจันทร์พงษ์ รองผบก.น 5 ในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของบชน.เพื่อขอรื้อฟื้นคดีนายกนกพรหม ขานฤทธี ผู้ต้องโทษคดีชิงทรัพย์และทำร้ายผู้อื่นจนได้รับอันตรายสาหัส ว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มอบหมายให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งพยานบุคคลและเอกสารหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง โดยเจ้าหน้าที่จะประสานกับเรือนจำกลางสมุทรปราการเพื่อขอสอบปากคำและนำนายนิกร หรือสิงห์ ไหมวงศ์ ผู้ต้องหาตัวจริงที่ยังถูกคุมขังในคดีอื่นมาเข้าเครื่องจับเท็จในวันพรุ่งนี้(28 ก.พ.) อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องให้เวลาคณะกรรมการของตำรวจชุดคลี่คลายคดีทำงานด้วย เพราะทางสตช.เพิ่งมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานฯ เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเบื้องต้นจะใช้รวบรวมหลักฐาน 30 วัน  
          พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวอีกว่า ส่วนการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีการรื้อฟื้นคดีนั้น จะอยู่ภายในระยะ 30วันเช่นเดิม เนื่องจากหลักฐานค่อนข้างมีน้ำหนักและมีความชัดเจน โดยเฉพาะหลักฐานการต่อพ.ร.บ.ทะเบียนรถจักรยานยนต์กับกรมการขนส่งทางบกของนายสวัสดิ์ จันทะรัตน์ ผู้ครอบครองรถคนสุดท้าย ส่วนที่มีการระบุว่านายสวัสดิ์ถูกข่มขู่หลังจากเข้าให้ปากคำกับกระทรวงยุติธรรมนั้น เชื่อว่าไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการขอรื้อฟื้นคดีเพื่อต้องการให้นำผู้ที่กระทำผิดตัวจริงมารับโทษไม่ได้มุ่งหวังเอาผิดเจ้าหน้าที่ ส่วนการสอบปากคำเจ้าทุกข์ที่ชี้ตัวนายกนกพรหมนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2551 โดยนายกนกพรหม ถูกเจ้าทุกข์ชี้ตัวว่าเป็นผู้ก่อคดีชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายที่บริเวณโรงพยาบาลบางนาและถูกศาลตัดสินจำคุก 23 ปี ต่อมาครอบครัวของจำเลยได้เข้าร้องทุกข์กับกระทรวงยุติธรรมว่าเป็นการจับผู้ต้องหาผิดตัว เนื่องจากระหว่างเกิดเหตุนายกนกพรหมนอนอยู่ที่บ้านพักกับลูกสาววัย 8 เดือน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนพบว่ารถจักรยานยนต์คันก่อเหตุมีชื่อเจ้าของรถคือนายสมพงษ์ ขานฤทธี ลุงของนายกนกพรหม เป็นผู้ครอบครอง กระทั่งภายหลังพบข้อเท็จจริงว่านายนิกร ได้ขโมยรถคันดังกล่าวจากนายสวัสดิ์ ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านใกล้เคียงและเป็นผู้ที่ซื้อรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจากลิซซิ่ง หลังนายสมพงษ์ขาดผ่อนส่งค่างวดจนถูกยึดรถ.