
ดีเอสไอ แสดงความเสียใจ ชายผูกคอตาย ประท้วง ม.44
ดีเอสไอ แสดงความเสียใจ ชายผูกคอตาย ประท้วง ม.44 วอนทุกฝ่ายช่วยกันดูแลไม่ให้เกิดพฤติกรรมเช่นนี้ขึ้นอีก
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ. ศูนย์บริหารคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ กล่าวว่าผู้บริหารได้รับทราบเหตุการณ์กรณีชายผูกคอเสียชีวิตจากการเรียกร้องให้ยกเลิกใช้มาตรา 44 กับวัดพระธรรมกายเมื่อคืนที่ผ่านมา( 25 ก.พ.)แล้ว และขอแสดงความเสียใจด้วยความจริงใจไปยังครอบครัวผู้สูญเสีย เชื่อว่าทุกฝ่ายก็ไม่สบายใจกับเหตุการณ์และคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
“วันนี้( 26 ก.พ.) อธิบดีดีเอสไอมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอไปประสานที่นิติเวช รพ.ตำรวจเพื่อดูแลความเรียบร้อยและให้ความช่วยเหลือเท่าที่สามารถช่วยได้อย่างเต็มที่ ส่วนแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องตระหนักให้ดีเพราะถือเป็นความสูญเสียของทั้งสองฝ่ายไม่ว่าจะรัฐหรือมวลชน ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องช่วยกันดูแลไม่ให้เกิดพฤติกรรมเช่นนี้ขึ้นอีก ในส่วนนี้ได้ฝากทางพระไปแล้ว” พ.ต.ต. วรณัน กล่าว
ส่วนที่ว่าได้มีการตรวจสอบว่าชายที่เสียชีวิตมีความเกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายหรือไม่ รองโฆษกดีเอสไอ กล่าวว่า ได้มอบให้ผอ.ฝ่ายประชาสัมพันธ์ไปดูแลที่วัด ซึ่งตามข่าวที่ปรากฏก็จะพบว่าเป็นการออกมาเรียกร้องให้ยกเลิกใช้มาตรา 44 ซึ่งหากพิจารณาแล้วจะเห็นว่าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่พยายามระมัดระวังการใช้อำนาจตามมาตราดังกล่าวเพื่อป้องกันความสูญเสียทั้งสองฝ่าย ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการระดมมวลชนเข้าวัดนั้น มีการสั่งการไปยังชุดปฏิบัติงานในพื้นที่พร้อมนำเสนอข้อมูลให้ที่ประชุมร่วมประเมินสถานการณ์ ทั้งนี้ทราบว่าในทางสงฆ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)และมหาเถรสมาคม(มส.) ก็แจ้งเรื่องขอให้งดการเดินทางมาร่วมชุมนุม ส่วนเจ้าหน้าที่ก็มีหน้าที่พิจารณาสถานการณ์หากพบเห็นบุคคลที่มีพฤติกรรมเป็นแกนนำหรือปลุกปั่นก็ต้องดำเนินการตามข้อกฎหมาย
เมื่อถามถึงการเปลี่ยนตัวพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผบ.สำนักคดีภาษีอากร ไปเป็นผอ.พศ. คนใหม่จะมีผลต่อแนวทางปฏิบัติการหรือไม่ พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับการประสานงานด้วยดีกับผอ.พศ. การเปลี่ยนตัวบุคคลเป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา แต่เชื่อว่าการได้ผู้ดูแลที่รู้จักมักคุ้น และเป็นลูกหม้อเก่าจะทำให้การประสานงานง่ายขึ้นเป็นธรรมดา



