ข่าว

ว่าที่เจ้าบ่าวทำปืนลั่นดับ

ว่าที่เจ้าบ่าวทำปืนลั่นดับ

26 ก.พ. 2560

เจ้าของ รง.เต็นท์ผ้าใบดูเรือนหอเตรียมวิวาห์ นำปืนออกมาล้าง พลาดปืนลั่นกระสุนเข้าขมับซ้ายดับ


             
               วันที่ 26 ก.พ.60 พ.ต.อ.ไชยยุทธ วงค์โคกสูง ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ ได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ คนอุสาห์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ ว่า รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตภายในบ้านพักกลางสวน ที่บริเวณบ้านไม่มีเลขที่ หมู่บ้านโนนมะเกลือ หมู่ 13 ต.นาฝาย อ.เมือง จ.ชัยภูมิ จึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยสว่างคุณธรรม และแพทย์นิติเวช รพ.ชัยภูมิ
               ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนสองชั้นกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง อยู่กลางสวนท้ายหมู่บ้าน จากการตรวจสอบบริเวณห้องโถงชั้นล่างตัวบ้าน ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ บริเวณหน้าประตูห้องน้ำพบกองเลือดไหลนองเป็นทางยาว พบศพนายวีระวุฒิ จารุเจริญทรัพย์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 525 หมู่5 ต. บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นอนฟุบจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่บนพื้นห้อง สภาพศพสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ นุ่งกางเกงขายาวสีดำ
               จากการตรวจสอบพบบาดแผลถูกยิงบริเวณศีรษะด้านซ้าย 1 นัด ใกล้กันพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. และปลอกกระสุนตกอยู่ในที่เกิดเหตุตกอยู่ 1 ปลอก มือผู้ตายยังกำปืน และปืนยังพร้อมใช้งาน เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันดึงปืนออกมาจากมือผู้ตายอย่างระมัดระวังออกมาเพราะอาจจะลั่นอีกได้ นอกจากนี้ยังพบขวดเบียร์ 4 ขวด วางอยู่ข้างๆ ผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงเก็บทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน
               สอบถามนายวีระศักดิ์ สมานชัย อายุ 58 ปี ที่รู้จักกับผู้เสียชีวิต เล่าว่า นายวีระวุฒิ เป็นเจ้าของโรงงานผลิตเต็นท์ผ้าใบ อยู่ที่ อ.บางปู จ.สมุทรปราการ มาซื้อที่ดินที่หมู่บ้าน เพื่อสร้างบ้านพักตากอากาศไว้เป็นเรือนหอ และเตรียมเข้าพิธีแต่งงานกับแฟนสาวในวันที่ 4 มี.ค.60 ที่จะถึงนี้ ที่ จ.สมุทรปราการ ก่อนเกิดเหตุได้โทรศัพท์ไปหาผู้ตาย แต่ไม่รับสาย เห็นผิดสังเกตจึงขับรถมาดูที่บ้านพักพบว่านายวีระวุฒิ ถูกยิงเสียชีวิต จึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ
               เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ขณะผู้ตายมาตรวจสภาพบ้านที่กำลังก่อสร้างอยู่คนเดียว จึงนั่งดื่มเบียร์อยู่ชั้นล่างของบ้านพัก และน่าจะเอาปืนที่พกมาด้วย ออกมาล้างทำความสะอาด แต่ปืนเกิดลั่น อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนพยานแวดล้อม และรอผลทางนิติวิทยาอีกครั้ง ก่อนสรุปสาเหตุที่แท้จริง