ข่าว

พระพยอมเทศน์คนทำคลิปอภิสิทธิ์เลวมาก

พระพยอมเทศน์คนทำคลิปอภิสิทธิ์เลวมาก

28 ส.ค. 2552

"อภิสิทธิ์" ถามตรง พ.ต.ท.สมชาย คลิปเสียง "คุณได้มาจากไหน” เจ้าตัวปฏิเสธพัลวัน เรื่องไม่จบนำความไปอภิปรายตัดงบสำนักนายกฯ ระบุนายกฯกล่าวหาเป็นคนตัดคลิป "อภิสิทธิ์" ลุกขึ้นโต้ทันควัน "อย่าบิดเบือนคำพูด" หมอพรทิพย์ยันคลิปตัดต่อ100เปอร์เซ็นต์

วันที่ 28 ส.ค. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคลิปเสียงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้ได้ส่งไปพิสูจน์หลักฐาน และส่งไปยังสันติบาลแล้ว เพื่อสืบสวนสอบสวน นอกจากนี้ต้องมีการชี้แจงประชาชนให้เข้าใจว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นการตัดต่อ เพื่อป้องกันนำไปใช้เป็นเงื่อนไขในการชุมนุมวันที่ 30 ส.ค.นี้ และหากพบว่ามีการฟอร์ดเวิร์ดเมลก็จะถือว่ากระผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์และอาญา

 อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีเบาะแสแล้วว่าใครทำ แต่เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะชี้เบาะแส ซึ่งก็ไม่พ้นเชื่อมโยงพรรคการเมืองหนึ่ง และยังพบว่ามีการนำคลิปเสียงไปเผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค.แล้ว โดยให้กับนักข่าวประจำพรรคนั้น แต่นักข่าวไม่เชื่อว่าเป็นคลิปเสียงจริง และมีเจ้าหน้าที่ของพรรคดังกล่าวบางคนได้ฟอร์เวิร์ดเมลล์ในวันที่ 26 ส.ค. ซึ่งเชื่อว่าตั้งใจใช้เป็นเงื่อนไขการชุมนุมวันที่ 30 ส.ค.เพื่อขับไล่รัฐบาล

 ส่วนกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. ระบุว่าออกมาจากทหารนั้น นายสาทิตย์ กล่าวว่า มีข่าวลือเยอะ โดยโบ้ยไปตำรวจ ทหาร แต่เรื่องนี้ไม่น่ายาก เพราะวิธีการเผยแพร่จำกัดวง และในทางคอมพิวเตอร์หาไม่ยาก ส่วนที่ระบุว่าเกี่ยวข้องบริษัทของอดีตนายกฯนั้น นายสาทิตย์ กล่าวว่า มีเบาะแสมาคนละทาง ที่พูดถึงเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองน่าจะเกี่ยวโยงกับบริษัทที่ว่า แต่ที่ไม่ระบุชัดเพราะตราบใดที่ไม่มีการสอบสวนที่ชัดเจนหากระบุไปจะไม่ดี อย่างไรก็ตาม เราได้รับรายงานจากทีมงานที่ไปตรวจสอบเรื่องรายงานมาว่าน่าจะออกมาจาก 3 ที่ คือ รายการเชื่อมั่นประเทศไทย ช่วงวันที่ 19 เม.ย. , 26 เม.ย. และเวปไซต์นายกรัฐมนตรี ซึ่งมีการตัดต่อคลิปเสียงที่ไปพูดในรายการต่างๆ

 นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงนัดชุมนุมวันที่ 30 ส.ค.นั้น วันนี้ (28 ส.ค.) เวลา 15.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบฯ จะมีการแถลงให้ทราบว่าจะมีการกันพื้นที่ใดบ้าง

เผยรู้แหล่งข้อมูลมาจากพรรคการเมืองหนึ่ง

 นายสาทิตย์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งที่ทำเนียบรัฐบาลว่า  ทางสำนักงานพิสูจน์หลักฐานได้พิสูจน์แล้วว่ามีการตัดต่อคลิปเสียงจริง โดยปรากฏเป็นหนังสือและส่งให้ประธานรัฐสภาไปแล้ว ขณะนี้เรื่องยังอยู่ที่สันติบาล ที่กำลังดำเนินการพิสูจน์ที่มาที่ไปของคลิปเสียงดังกล่าว และยืนยันว่า การกระทำเรื่องคลิปเสียงถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ขณะนี้อยู่ในระหว่างการติดตามสืบสวนสอบสวนหาตัวต้นตอ ที่เป็นคนเผยแพร่มาตั้งแต่ต้น แต่ที่รัฐบาลต้องเตือนคือ ถ้าพบว่ามีการเผยแพร่คลิปเสียงนี้ผ่านทางอีเมล ผู้ที่ส่งต่อถือว่ามีความผิดตาม พรบ.การกระทำความคิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งกระทรวงไอซีทีพยายามแจ้งเตือนผู้ที่คิดจะส่งต่อ ซึ่งโทษในการส่งต่อมีทั้งจำและปรับถือเป็นอัตราโทษค่อนข้างแรง

 นายสาทิตย์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลดู 2 เรื่อง คือ 1.จุดประสงค์ของการทำคลิปเสียงดังกล่าว เบื้องต้นสันนิษฐานว่า คนที่ตัดต่อคลิปเสียงตั้งใจที่จะใช้เป็นเงื่อนไขในการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 30 ส.ค.นี้ เนื่องจากคลิปเสียงมีจุดประสงค์ที่มุ่งใส่ร้ายนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นผู้สั่งการให้มีการใช้ความรุนแรงกับประชาชนในช่วงเหตุการณ์วันที่ 11-12 เม.ย.ที่ผ่านมา 2.ตั้งใจใส่ร้ายนายกรัฐมนตรี เป็นคนที่ผูกใจเจ็บซึ่งรัฐบาลพยายามจะดูวัตถุประสงค์ว่าคนทำมีเจตนาอะไรกันแน่

 นอกจากนี้รัฐบาลยังติดตามว่า ที่มาของคลิปเสียงดังกล่าวมาจากแหล่งใดบ้าง ตนได้มอบหมายให้ทีมงานด้านไอทีของสำนักนายกรัฐมนตรี ไปตรวจสอบเมื่อคืนที่ผ่านมา และได้รับรายงานช่วงเช้าว่า เชื่อว่า ที่มาของการใช้เสียงมาจาก 3 แหล่งได้แก่ 1.จากรายการเชื่อมั่นประเทศ ที่ออกอากาศไป 2 ครั้ง ช่วงวันที่ 19 เม.ย.และ 26 เม.ย.และอีกครั้งมาจากเวปไซต์ www.abhisit.org ซึ่งนำเสียงที่นายกฯไปพูดในสถานที่ต่างๆ มาใช้ มาทำเป็นคลิปเข้าใจว่าผู้ทำจะดึงจาก 2-3 ที่มาประติดประต่อและทำเป็นคลิปเสียงตัวใหม่ อย่างไรก็ตามตนจะให้เจ้าหน้าที่ทำรายงานก่อนจะเสนอนายกฯ ถ้าเห็นว่าเหมาะสมจะส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อพิสูจน์ทราบต่อไป จากนั้นจะนำไปประกอบกับบุคคลที่มีการเผยแพร่

 เมื่อถามว่า เบื้องต้นทราบต้นตอของคนที่ดำเนินการหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ยังไม่ชัดเจนว่า คนทำคนแรกคือใคร แต่เบาะแสชี้ไปถึงเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง โดยเรื่องนี้มีความพยายามที่จะปล่อยตั้งแต่คืนวันที่ 25 ส.ค. ซึ่งสามารถพูดได้ว่าอาจมีความเกี่ยวพันกับนักการเมืองบางคนด้วย ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่า ผู้ที่ดำเนินการมีส่วนเกี่ยวข้องคือเป็นลูกจ้างในบริษัทของอดีตนายกรัฐมนตรี นายสาทิตย์ กล่าวว่า เป็นระดับเจ้าหน้าที่บางคนที่เผยแพร่ผ่านทางอีเมล ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตรงกับที่เรามีอยู่ แต่ขณะนี้ยังไม่อยากพูดในเชิงที่ระบุชื่อบุคคลไปก่อน เพราะการสืบสวนสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเป็นผู้ดำเนินการ แต่ยืนยันว่าต้องดำเนินการทางกฎหมายและดำเนินคดีอย่างแน่นอน

 ต่อข้อถามว่า มองอย่างไรกับที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ระบุว่า นายอดิศร เพียงเกษ ที่ปรึกษาสถานีโทรทัศน์พีเพิลชาแนล นำไปเปิดในรายการ นายสาทิตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้สำคัญ ในเมื่อ นพ.ชลน่านยืนยันว่า นายอดิศรนำไปเปิดในรายการเป็นที่แรก ก็ชัดเจนว่า นายอดิศรได้คลิปดังกล่าวมาจากที่ไหน เพราะการนำไปเผยแพร่ที่คลิปดังกล่าวมีการดัดแปลงเสียงถือว่าเป็นการกระทำความผิด จะทำได้หรือไม่ และเป็นกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่

 "ดังนั้นเรื่องนี้ต้องส่งไปที่ตำรวจดำเนินการอย่างไรก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่จะไปดำเนินการ รัฐบาลคงไม่เข้าไปแทรกแซงหรือสั่งการว่าจะต้องทำอย่างไร ดังนั้นก็ถือว่า นี่เป็นเบาะแสที่มาจากพรรคเพื่อไทยกันเองจึงเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตามทั้งหมดที่กล่าวมาจะโยงให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 30 ส.ค.ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลตื่นตูมไปเอง แต่ข้อมูลหลายอย่างที่ชี้ชัดว่ามีความพยายามที่จะปลุกระดม ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา ฉะนั้นรัฐบาลมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวาย"  นายสาทิตย์ กล่าว

อภิสิทธิ์ประชุมกอ.รมน.บ่ายโมงหารือเใช้ พ.ร.บ.มั่นคง

นายอภิสิทธิ์ จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ณ อาคารรัฐสภา 3 ในเวลา 13.00 น. วันนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับการใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม ถึง 1 กันยายนนี้ เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยระหว่างการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่ประกาศนัดชุมนุมในวันที่ 30 สิงหาคม โดยจะแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ในเวลา 14.30 น.ณ ตึกสันติไมตรีหลังใน ทำเนียบรัฐบาล

นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลสนับสนุนให้ประชาชนใช้สิทธิ์ตามขอบเขต โดยไม่กระทบกระเทือนต่อสิทธิ์ของผู้อื่น ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่ดูแลตามกฎหมาย แต่ก็เข้าใจจุดยืนทางการเมืองของกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งรัฐบาลจะอำนวยความสะดวกให้ พร้อมจะติดตามตรวจสอบความเคลื่อนไหวของกลุ่มที่เข้ามาก่อความไม่สงบอย่างใกล้ชิด จึงขอให้ความมั่นใจ และยืนยันว่ารัฐบาลจะดูแลประชาชนอย่างเท่าเทียมไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใด และยินดีที่จะรับการตรวจสอบจากประชาชน

เมื่อถึงเวลา 12.30 น. ก่อนการประชุม กอ.รมน.โดยมีผบ.เหล่าทัพได้ทยอยเดินทางมาร่วมประชุมที่รัฐสภา ตั้งแต่เวลา 12.30 น. กระทั่ง 12.50 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พร้อมด้วย พล.ต.อ.พัชรวาท ผบ.ตร. ได้เดินทางมาถึง ต่อมา 12.53 น. พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก เดินทางมาถึงห้องประชุม ต่อด้วย 12.55 น. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ได้เดินทางมาถึง ก่อนที่จะตามมาด้วย นายสุเทพ รองนายกฯด้านความมั่นคง นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ

อภิสิทธิ์ปัดตอบสื่อคลิปเสียงสั่งสลายและยุบสภา

นายอภิสิทธิ์ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กรณีความคืบหน้าการตรวจสอบคลิปวิดีโอเสียงสั่งสลายการชุมนุมเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และกรณีที่ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกมาระบุว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการพิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 อาจมีการยุบสภาในเร็วๆ นี้ โดยนายกรัฐมนตรี ระบุเพียงสั้นๆว่า เดี๋ยวค่อยพูด ภายหลังจากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้รีบเดินทางเข้าไปในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยทันที

อย่างไรก็ตามล่าสุดนายอภิสิทธิ์ ได้กล่าวยืนวันว่าจะไม่มีการยุบสภาในปีนี้อย่างแน่นอนเพราะว่าขณะนี้เศรษฐกิจกำลังดีขึ้น

อภสิทธิ์ถามพ.ต.ท.สมชายแจกคลิปเสียงหรือไม่

อย่างไรก็ตามนายอภิสิทธิ์  ใช้โอกาสหลังจากพ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร ยื่นเรื่องขอให้ระงับการจัดซื้ออาวุธปืนของกรมการปกครอง ถามถึงกรณีที่มีข่าวเป็นผู้แจกจ่ายคลิปเสียงใช้หรือไม่ เพราะเรื่องนี้มีข่าวผู้ที่แจกจ่ายอยู่ในพรรคการเมืองหนึ่ง ด้วยสีหน้าจริงจังว่า

“มาก็ดีแล้ว มีคนบอกว่าคุณ เรื่องคลิปเสียงน่ะ คุณได้มาจากไหน คุณเอามาจากไหน” ทำให้พ.ต.ท.สมชาย เกิดอาการตกใจ พร้อมกับกล่าวปฏิเสธพัลวัน ว่า “มันไม่ใช่ๆ ตรงนี้ผมไม่ได้รับทราบเลย” นายอภิสิทธิ์ จึงถามย้ำว่า “ไม่ทราบเลยใช่ไหม”

 พ.ต.ท.สมชาย ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวการเผยแพร่คลิปเสียงที่ถูกอ้างว่าเป็นเสียงของนายอภิสิทธิ์ ว่า มีคนมายื่นให้ที่หน้าที่ทำการพรรคเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ซึ่งไม่ใช่คนในพรรค แต่ตนไม่ทราบว่าเป็นใคร เขาส่งให้หลายคน ไม่ใช่ตนคนเดียว โดยให้เป็นซีดี และตนบอกกับสื่อมวลชนว่า “ลองดูสิ มันคลิปอะไรก็ไม่รู้” ซึ่งสิ่งที่ตนพูดเป็นความสัตย์จริง จากนั้น ตนได้มอบซีดีนี้ให้สื่อมวลชนประมาณ 7 คนไปเปิดฟัง แต่ตนไม่เคยได้ฟังเลย และไม่รู้ว่าเป็นอะไร อย่างไร

 ทั้งนี้ ส่วนตัวตนให้ความเป็นธรรมอยู่แล้ว ตนไม่เคยนำกระจายไปทางใดเลย และตนไม่ทำการเมืองในลักษณะนี้ ตนไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่ถ้าพบว่าตนเกี่ยวข้อง ก็ให้ดำเนินคดีกับตนได้เลย ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าตนเปิด ตนก็บอกว่าเปิด เขามีการนำไปแจกตามที่ต่างๆมากมาย รวมถึงในรัฐสภาด้วย

อภิสิทธิ์-สมชายโต้เดือดกลางสภากรณีคลิปเสียง

หลังจากนั้นพ.ต.ท.สมชาย  อภิปรายเสนอตัดงบสำนักนายกรัฐมนตรี 20 เปอร์เซ็นต์ในส่วนของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพรบ.งบประมาณประจำปี 2553 วาระที่ 2-3  ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนได้ไปยื่นหนังสือต่อนายกฯ เพื่อขอให้ระงับการสั่งซื้ออาวุธปืนอาก้า 800 กระบอก ของกระทรวงมหาดไทย จำนวน 198 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงเกินจริง โดยนายกฯ ก็รับเรื่องไว้และบอกกับตนว่าจะแจ้งให้กระทรวงมหาดไทยทราบเรื่องนี้ ทั้งนี้ นายกฯได้กล่าวหาตนว่าเป็นคนตัดคลิปเสียง ซึ่งไม่เชื่อเลยว่าคนเป็นผู้นำรัฐบาลจะกล้าพูดอะไรโดยไม่มีเหตุผลรองรับ จะกล้าพูดให้คนอื่นเสื่อมเสีย

 ทำให้นายอภิสิทธิ์ ต้องลุกขึ้นขอใช้สิทธิ์พาดพิงชี้แจงทันทีว่า เมื่อเช้าพ.ต.ท.สมชายเข้าพบตนเพื่อยื่นหนังสือเรื่องดังกล่าวจริง โดยตนได้ตอบไปว่าจะเรียกกระทรวงมหาดไทยมาเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง และตนได้ถามว่า “คุณสมชายมาก็ดีแล้ว เรื่องคลิปเสียงของผม ท่านมีอยู่ใช่ไหม” ซึ่งที่ใช้คำว่ามีอยู่ เพราะตนเห็นเอาคลิปไปบอกนักข่าว ไมได้บอกว่าพ.ต.ท.สมชายเป็นคนตัดต่อคลิป ดังนั้น กรุณาอย่างบิดเบือนคำพูดของตน

 โดยพ.ต.ท.สมชายจึงลุกขึ้นตอบโต้ทันทีว่า “ท่านไมได้พูดก็แล้วไป แต่สื่อมวลชนได้ยิน วันนี้ท่านมีอำนาจ แล้วไม่ใช้ หน่อมแน้มไปหรือเปล่า ถ้าผิดจริงผมพร้อมถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะผมลูกผู้ชายพอ”

 ด้านนายสาทิตย์  ชี้แจงว่าเรื่องคลิปเสียงของนายกฯว่า ขณะนี้ชัดเจนว่าคลิปนี้ตัดต่อแน่ และทางกระทรวงไอซีทีกำลังตรวจสอบอยู่ว่ามาจากไหน ซึ่งขณะนี้กำลังขอคำสั่งศาลเพื่อเอาผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์อยู่

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบมาตรา 5 งบประมาณของสำนักนายกฯตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไข ด้วยเสียง 231 ต่อ 91 ไม่ลงคะแนน 6 เสียง จากนั้นที่ประชุมได้พิจารณามาตรา 6 งบประมาณของกระทรวงกลาโหม

 “อภิสิทธิ์”เตรียมใช้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ละเอียด  

เมื่อเวลา 14.25 น.นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกครั้งว่า ตอนนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตามความผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์และยังมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ไม่ใช่ความผิดต่อบุคคล แต่เป็นความผิดต่อแผ่นดิน จึงเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการ และตนยังได้ขอให้ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายมาแสดงให้เห็นชัดเจนไปเลย เพราะแม้เรื่องเสียงที่มีการตัดต่อนั้นก็คงมีความชัดเจน แต่อยากให้ละเอียดลงไปเลยมีจุดไหน อย่างไรบ้าง เนื่องจากมีคนที่ช่วยค้นข้อมูลเห็นว่าเหมือนเป็นการพูดของตนในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์”  2 ครั้ง เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา กับบทสัมภาษณ์หรือการแถลงข่าวอีกบทหนึ่งมาปะปนสลับกัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าจะเป็นการจุดชนวนที่ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆทางการเมืองตามมาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้ตนขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายอยู่แล้วว่าเมื่อรู้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่จริง ก็อย่าตกเป็นเหยื่อหรือสมคบ เท่าที่ดู ตนเห็นว่าประชาชนมีความเข้าใจดีขึ้น แต่เราไม่ทราบเพราะมีบางคนที่ไม่สนใจข่าวสารทั่วไปแต่ไปอยู่ในเวที แต่ตนขอบคุณหลายเว็บไซต์ที่แม้จะมีการวิจารณ์รัฐบาลอย่างรุนแรง แต่ก็ให้ความเป็นธรรมว่าเมื่อฟังคลิปเสียงนี้แล้วเห็นว่ามันไม่ใช่ อย่างไรก็ตามยังมีการเผยแพร่อยู่ โดยอาจเป็นการถอดความจากคลิปเสียงออกมาแล้วส่งต่อกันไป ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวใต้ดินของฝ่ายการเมือง

 หมอพรทิพย์ยันคลิปถูกตัดต่อ100เปอร์เซ็นต์

ที่กระทรวงยุติธรรม พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร่วมกับดร.วชิรศักดิ์ วานิชชา รศ.ดร.นิพนธ์ เจริญกิจการ และดร.สันติธรรม พรหมอ่อน อาจารย์คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ธนบุรี แถลงผลการตรวจพิสูจน์คลิปว่า สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ฯ ได้รับมอบหมายจากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ดำเนินการตรวจสอบคลิปเสียงดังกล่าว ซึ่งผลตรวจจากโปรแกรมวิเคราะห์เสียง หรือ โปรแกรม Audacity พิสูจน์ได้ว่า เป็นคลิปตัดต่อเสียง 100 เปอร์เซ็นต์ และยังพบมีการหยุดของเสียงในคลิปถึง 62 ครั้ง โดยทุกครั้งของเสียงหยุดกลับเป็นเสียงเงียบซึ่งผิดปกติจากการพูดคุยทั่วไป ที่แม้ไม่พูดก็ต้องมีเสียงสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังพบว่า เสียงในคลิปดังกล่าว ตรงกับเสียงของนายกรัฐมนตรีในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 52

 พญ.คุณหญิง พรทิพย์ กล่าวอีกว่า สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยังไม่ได้มีการพิสูจน์ว่า คลิปเสียงดังกล่าวเป็นเสียงนายอภิสิทธิ์ หรือไม่ โดยได้นำเสนอรายงานผลวิเคราะห์เสียงนี้ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายกรัฐมนตรีแล้ว สำหรับการแถลงข่าว ครั้งนี้ เพื่อต้องการทำความเข้าใจกับประชาชนว่า นิติวิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ได้ว่าคลิปเสียงดังกล่าวถูกตัดต่อ 100 เปอร์เซ็นต์

พระพยอมอัดคนทำคลิปอภิสิทธิ์เลวมาก

พระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ซึ่งประจำพรรษาอยู่ที่อ.พบพระ จ.ตาก ได้เทศนากับผู้สมัครนายกและสมาชิกอบต.ในพื้นที่ อ.แม่สอด และอ.แม่ระมาดกว่า 200 คน ที่ศูนย์ โอทอป และการท่องเที่ยวเทศบาลเมืองแม่สอด และได้พูดถึงกรณีที่มีคนทำคลิบเสียงนายกรัฐมนตรีว่า คนที่ทำคลิบดังกล่าวเลวมาก และเชื่อว่าเป็นการตัดต่อมากกว่าของจริง

 "ส่วนส.ส.ที่อภิปรายในสภาล่าสุดมีความหยาบคายมาก ซึ่งมีนักการเมืองคนหนึ่งบอกว่า ส.ส.ที่กล่าวคำหยาบคายในสภาฯนั้น แสดงถึงส.ส.ที่พูดหยาบคายเป็นอย่างไร ประชาชนคนเลือกก็เป็นแบบนั้น" พระพยอม เทศน์

พท.ปัดเปล่าเป็นต้นตอแพร่คลิปเสียง"มาร์ค"

เมื่อเวลา 10.00 น.นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนได้หารือกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ถึงกรณีการเผยแพร่เสียงของนายอภิสิทธ์ ยืนยันได้ว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นต้นตอเผยแพร่คลิปเสียง แต่มีคนสวมกางเกงสีขี้ม้า ขับรถรถมอเตอร์ไซด์นำซีดีพร้อมกระดาษมาฝากไว้ที่ รปภ.พรรคเพื่อไทย จากนั้นก็นำมาให้เขาและเปิดฟัง ซึ่งฟังแล้วก็ไม่รู้เรื่อง
 

"ปู่ชัย”แย้ม“ยุบสภา”หลัง“งบ 53”ผ่าน

 ทั้งนี้เมื่อเวลา 08.40 น. นายชัย  กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.รายจ่ายประจำปี 2543 ว่า วันนี้การประชุมคงดำเนินไปเรื่อยๆ เสร็จเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นโดยตนเข้าใจว่า ถ้าส.ส.ได้พักผ่อน การประชุมวันนี้คงดำเนินไปอย่างเรียบร้อย เพราะต่างคนต่างเข้าใจบทบาทของตนเอง

 ส่วนกรณีที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย นำคลิปของนายกรัฐมนตรีมาอภิปรายในสภาเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ถือว่าผิดข้อบังคับที่ 61 แต่ตนทำหน้าที่เป็นคนกลางก็ต้องพยามยามประนีประนอม ไม่ให้มีปัญหา ส่วนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าตนไม่มีความเข้มงวดนั้น ตนเห็นว่าส.ส.ทุกคนมีเอกสิทธิ์ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 130 ซึ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ มีอำนาจเหนือข้อบังคับ เราจึงต้องให้เกียรติส.ส. อีกทั้งผู้แทนราษฎรถือเป็นบุคคลที่มีความรอบรู้ในข้อกฎหมาย และแต่ละคนก็มีจริยธรรมประจำตัว เรื่องนี้จึงต้องขึ้นอยู่กับจริยธรรมของแต่ละคน เพราะทุกคนได้รับเกียรติจากประชาชน โดยประชาชนจะเป็นผู้วินิจฉัยว่าใครผิดใครถูก

 นายชัย กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ตนจะพยามยามใช้ข้อบังคับให้มากที่สุด เพื่อจะทำให้การประชุมอยู่ในกรอบ เพราะวันนี้เป็นการพิจารณางบประมาณวาระที่ 2 ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งตนต้องใช้ความอดทนเพื่อจะทำให้ทุกคนสบายใจ โดยขอยืนยันว่าไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใด แต่จะพยามยามสร้างความเป็นธรรมให้มากในฐานะที่เป็นประมุขของพวกเขา

 “เหตุการณ์ในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ขณะนี้มีคนพยามยามท้าทายให้ยุบสภา ซึ่งผมคิดว่าอาจจะมีการยุบสภาในเร็วๆนี้ เพราะส่วนมากหลังการพิจารณางบประมาณรายจ่ายผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ก็จะมีงบประมาณให้กกต.ดำเนินการจัดการเลือกตั้งในปี 53 แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน ซึ่งจะมีการยุบสภาเมื่อไหร่นั้น ผมไม่ทราบ แต่ขณะนี้ส.ส.ฝ่ายค้านต้องการให้ยุบสภา” นายชัย กล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการยุบสภา พรรคภูมิใจไทยพร้อมสำหรับการเลือกตั้งหรือไม่ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า นักการเมืองเกิดมาต้องพร้อมทุกวินาที ไม่ว่าพรรคไหน แค่ขอให้มีเงินค่าสมัคร 10,000 บาท และมีคุณสมบัติพร้อม ก็ใช้ได้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่บอกว่าจะยุบสภาเร็วๆนี้ เป็นเพราะนายเนวิน ชิดชอบ บุตรชาย และแกนนำพรรคภูมใจไทยส่งสัญญาณให้ทราบหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ขณะนี้ตนยังไม่ได้พบและพูดคุยกับนายเนวิน เนื่องจากช่วงนี้งานยุ่งๆอยู่ ส่วนถ้ามีการเลือกตั้งจะลงสมัครส.ส.อีกสมัยหรือไม่นั้น ต้องดูก่อนว่าสื่อให้ลงสมัครหรือไม่

ปธ.วิปรัฐบาลวอนส.ส.ใช้เวทีรัฐสภาแก้ปัญหาทางการเมือง

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาลกล่าวว่า สาระการอภิปรายของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ2553 ที่ผ่านมา อยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ยังมีกรณีที่ฝ่ายค้านพยายามนำประเด็นทางการเมืองเข้ามาอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร จึงเป็นห่วงสถานการณ์การประชุมในวันนี้ โดยทราบล่วงหน้าแล้วว่าจะมีการใช้เวทีสภาให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะเกิดขึ้น จึงอยากเรียกร้องให้สมาชิกคำนึงถึงเหตุผล และใช้เวทีรัฐสภาในการแก้ปัญหาโดยวิปทั้ง 2 ฝ่าย จะต้องหารือกับประธานรัฐสภา เพื่อหาแนวทางให้การอภิปรายเดินหน้าได้อย่างราบรื่น และเป็นไปตามกรอบเวลา

ไอซีทียันปิดเว็บเผยคลิปเสียงนายกฯแล้ว

 ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ICT ยืนยันว่า ได้สั่งปิดเว็บไซต์ที่เผยแพร่คลิปเสียงปริศนาคล้ายเสียงนายกฯ ที่ออกคำสั่งให้สลายม็อบเสื้อแดงแล้ว และขณะนี้คณะกรรมการชุดพิเศษที่ตนเองตั้งขึ้น กำลังอยู่ระหว่างการติดตามหาต้นตอ เผยแพร่คลิปดังกล่าวอยู่ ส่วนคลิปดังกล่าวเป็นการตัดต่อหรือไม่นั้น เบื้องต้น คงต้องให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ ในการตรวจพิสูจน์ ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ผลการตรวจสอบ ในอีก 1 หรือ 2 วันนี้

ปชช.ห่วงม็อบแดงแลประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคง

ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือ กรุงเทพโพลล์ สำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ กับการชุมนุมของกลุ่ม นปช. โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ จำนวน 1,027 คน เมื่อวันที่ 26-27 สิงหาคม 2552 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 48.4 รู้สึกว่าสถานการณ์ทางการเมืองไทยในปัจจุบันน่าเป็นห่วงมาก โดยเรื่องที่ประชาชนเป็นห่วงมากที่สุดจากการนัดชุมนุมของกลุ่ม นปช.ในวันที่ 30 สิงหาคม และการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ คือ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการลงทุนของไทย อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 35.8 เชื่อมั่นว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถควบคุมสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช.ไม่ให้ยืดเยื้อบานปลาย ได้

สำหรับความเชื่อมั่นเกี่ยวกับระยะเวลาในการบริหารประเทศของรัฐบาล พบว่า ประชาชนเกินครึ่ง หรือ ร้อยละ 58.2 เชื่อว่า รัฐบาลจะอยู่ได้เกิน 1 ปี และสิ่งที่ประชาชนต้องการให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทำมากที่สุดในขณะนี้ คือ เดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน