
ตุ๋นลงทุนผ่านเฟซเหยื่อสูญ 3 ล้าน
รวบหนุ่มสมาชิกกลุ่มบิ๊กไบค์ ชวนร่วมลงทุนผ่านเฟซบุ๊ก 5 พัน จ่ายคืน 6 พันใน 3 วัน เหยื่อหลงเชื่อระดมเงินโอนให้สูญ 3 ล้าน
25 ก.พ. 60 เมื่อเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 พร้อมด้วย พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ รอง ผบก.น.8 และ พ.ต.อ.วราวัชร์ ธรรมสโรช ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ แถลงข่าวผลงานฝ่ายสืบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ จับกุม นายพงศกร หรือ เจ ทองหญิง อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 506 ถนนราษฎร์บูรณะ แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ จ.80/2560 ลงวันที่ 16 ก.พ. 60 ข้อหาฉ้อโกงประชาชน โดยติดตามจับกุมตัวได้ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ สน.ราษฎร์บูรณะ
พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหาย จำนวน 3 ราย เข้ามาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ ว่า ถูกนายพงศกรซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มบิ๊กไบค์จำนวนหลายกลุ่ม ชักชวนให้ร่วมลงทุนทางเฟซบุ๊กโดยอ้างว่า เป็นการลงทุนระยะสั้น ลักษณะแชร์ลูกโซ่ แต่ให้ผลตอบแทนสูง เบื้องต้น มีการเรียกเก็บเงินจำนวน 5,000 บาท ก่อนจะได้เงินคืน จำนวน 6,000 บาท กำไรสูงถึง 1,000 บาท ภายในระยะเวลาแค่ 3 วัน ซึ่งแรกๆ ก็มีการให้ค่าตอบแทนตามที่ตกลงเอาไว้ ทำให้มีผู้เสียหายหลงเชื่อร่วมลงทุนด้วยจำนวนมาก แต่ระยะหลังตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค. 59 ถึงปัจจุบัน กลับไม่มีการโอนคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ส่งผลให้ผู้เสียหายทั้ง 3 ราย สูญเงินรวมกันไปกว่า 3 ล้านบาท
พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ กล่าวอีกว่า เมื่อเจ้าหน้าที่รับเรื่องร้องทุกข์แล้วดำเนินการสืบสวนทราบว่า นายพงศกรเคยก่อเหตุในทำนองเดียวกันนี้ในอีกหลายท้องที่ อาทิ สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และในพื้นที่ บก.ภ.จว.อุดรธานี นอกจากนี้เมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชีธนาคารของนายพงศกรยังพบเงินเดินสะพัดเข้าออกมากมายถึง 30 ล้านบาท เชื่อว่ายังมีเหยื่อหลงเชื่อตกเป็นผู้เสียหายอีกเป็นจำนวนมาก จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายศาลติดตามไปจับกุมตัวได้ขณะหลบหนีไปกบดานในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งจากการสอบสวนนายพงศกรในเบื้องต้นยังไม่ขอให้การใดๆ โดยอ้างว่า กำลังประสานทนายความเข้ามาพบเพื่อปรึกษาก่อนตัดสินใจให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน
ด้าน น.ส.พรนภัส ปิยะศุภสิทธิ์ อายุ 24 ปี หนึ่งในผู้เสียหายที่เดินทางมาชี้ตัวนายพงศกร เล่าว่า รู้จักนายพงศกรผ่านทางโซเชียลมีเดียในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของวงการบิ๊กไบค์ มีคนรู้จักมากมาย ต่อมานายพงศกรได้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ข้อความเชิญชวนให้ร่วมลงทุน ขั้นต่ำโอนเงิน 5,000 บาท แล้วจะได้ผลตอบแทนโอนคืนใน 3 วัน รวมทั้งดอกและต้น จำนวน 6,000 บาท หมายถึงลงทุน 5,000 บาท ได้กำไร 1,000 บาท ใน 3 วัน เมื่อช่วงเดือน ก.ย. 59 ตนจึงตัดสินใจลงทุนด้วย จำนวน 25,000 บาท จากนั้นก็ได้กำไรคืนมา 5,000 จริง ในระยะเวลาประมาณ 12 วัน ตนเห็นว่านายพงศกรโอนเงินตอบแทนมาให้จริง จึงชักชวนครอบครัว ทั้งพ่อและแม่ ชักชวนแฟนและครอบครัวของแฟนมาร่วมลงทุนด้วย กระทั่งเมื่อเดือน ธ.ค. 59 นายพงศกรประกาศโปรโมชั่น หากใครร่วมลงทุน 100,000 บาทขึ้นไปจะได้ทองคำหนัก 1 บาทเป็นการตอบแทน
“เมื่อเห็นโปรโมชั่นล่อตาล่อใจตนจึงระดมทุนรวมแล้วกว่า 1,030,000 บาท โอนไป แต่สุดท้าย นายพงศกรก็ปิดเฟซบุ๊กหายหน้าโดยอ้างว่ายุติการร่วมลงทุน จากการสอบสวนนายพงศกรในห้องไลน์กลุ่มผู้ร่วมลงทุนทีแรกอ้างว่าเงินที่ระดมทุนจากพรรคพวกไปนั้นก็เพื่อนำไปลงทุนกับนายทุนเจ้าของบ่อนการพนันแห่งหนึ่งในประเทศลาว ต่อมาถูกนายทุนคนดังกล่าวฉ้อโกงไป ทำให้ไม่มีเงินปันผลมาจ่ายคืนผู้ร่วมลงทุน และเป็นเหตุให้ต้องเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยติดตามตัวนายพงศกรมาดำเนินการตามกฎหมาย”
พ.ต.อ.วราวัชร์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของผู้ต้องหารายนี้ พบว่ามีเงินเข้าออกบัญชีสูงถึง 30 ล้านบาท เบื้องต้น ตนเชื่อว่านายพงศกรไม่น่าจะกระทำความผิดเพียงลำพัง แต่ต้องมีผู้ต้องหารายอื่นๆ อยู่เบื้องหลังด้วย ดังนั้น หากประชาชนท่านใดที่เคยตกเป็นเหยื่อโอนเงินให้นายพงศกรแล้วไม่ได้รับเงินคืนขอให้เดินทางมาให้การกับพนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่ออายัดตัวดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป



