
“ศานิตย์” สั่งฟันไม่เลี้ยง ตร.ค้ายา
ผบช.น.ค้านประกันแก๊ง ตร.ค้ายา สั่งเอาผิดเพิ่ม 2 ข้อหาหนัก “เรียกรับผลประโยชน์ - ละเว้นปฏิบัติหน้าที่”
25 ก.พ. 60 เมื่อเวลา 11.30 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้าการจับกุมแก๊งตำรวจ สน.บวรมงคล ค้ายาเสพติด ว่า สำหรับผู้ต้องหาอีก 1 ราย คือ ร.ต.ท.วีระพล คำดี ยังไม่มีการติดต่อขอเข้ามอบตัว ซึ่งตนก็ได้สั่งการให้ ผบก.น.7 ประสานงาน และเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้ มั่นใจว่าอย่างไรก็หนีไม่พ้นและจะต้องถูกจับมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ กลุ่มผู้ต้องหารับสารภาพว่าเพิ่งทำเป็นครั้งแรก ซึ่งตนก็ไม่เชื่อ เพราะไปเจอกัญชาและไอซ์ รวมทั้งยาเคด้วย เป็นพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่กับพวกที่เป็นตำรวจนอกแถว ถึงได้ย้ำว่าอย่าเอาพวกนอกแถวที่เป็นคนส่วนน้อยมาทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสียหาย พวกนี้ต้องกำจัดออกไป ตนจะย้ำอยู่เสมอว่า ทำดี ทำได้ ทำทันที มันไม่พอ ต้องมีสมาธิด้วย เมื่อวาน (24 ก.พ.) ก็ได้สอนผู้บังคับบัญชาของผู้ต้องหาไปว่า เราเป็นนายตำรวจ อย่าปล่อยให้ลูกน้องมาจูงจมูก ต้องนิ่ง ต้องมีสติ มีสมาธิ นอกจากนี้ยังได้ย้ำเรื่องสำนวนการสอบสวนต้องทำให้แน่นหนา ไม่ปกป้อง พร้อมคัดค้านการประกันผู้ต้องหา
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า ที่ต้องคัดค้านการประกันตัวไม่ได้กลัวว่าจะมาวุ่นวายกับพยานหลักฐาน แต่เป็นเพราะตำรวจเองทำเรื่องไม่ดี นอกจากนี้ตนยังได้สั่งการให้ตรวจสอบล็อกเกอร์ตามโรงพักทั่วนครบาล เพื่อไม่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเก็บสิ่งของผิดกฎหมายไว้ และไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำอีก สำหรับพยานหลักฐานนอกจากคำซัดทอดของผู้ต้องหา 2 คน ที่เป็นพลเรือนแล้ว ก็ยังมีพยานหลักฐานอื่นๆ อีก ตนก็ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนไปร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีแรก ในข้อหาตามมาตรา 149 เป็นเจ้าพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ และมาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และคดีที่ 2 ก็ให้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษในความผิด มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า , ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย , มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
“ความจริงเขาก็ทำดีนะ ไปล่อซื้อ ได้ยามาแล้วแทนที่จะจับส่ง มีสินบนนำจับให้อยู่แล้ว เม็ดละ 5 บาท แต่คงไปถูกอะไรล่อตาล่อใจ ทำให้คนมันเสื่อม ซึ่งต้องกราบขออภัยจริงๆ ที่เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก พี่น้องประชาชนไม่ต้องกังวล ตำรวจนครบาลส่วนใหญ่ยังยืนยันที่จะทำงานปกป้องคุ้มครองรักษาความปลอดภัย ความมั่นคงของชีวิตทรัพย์สินประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถต่อไป ผลงานที่ออกมาไม่ใช่ตนทำคนเดียว เพียงแต่ช่วยขับเคลื่อนและให้กำลังใจ ทุกวันนี้เขาก็ทำงานกันด้วยจิตใจ และมีบางคนพูดกันเล่นๆ ว่า ลูกน้องค้ายาบ้า ต่อไปต้องขออนุญาตผู้กำกับหรือไม่ ก็ได้บอกไปว่า ในฐานะที่เป็นหัวหน้า ถ้าท่านปล่อยปละละเลยไม่เอาใจใส่ ไม่ลงไปขับเคลื่อน ต้องรับผิดชอบ เพราะเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ เป็นผลประโยชน์ของชาติ ถ้าปล่อยให้ยาเสพติดระบาดไปมันทำลายเศรษฐกิจของชาติ ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมตามมา”



