ข่าว

“เสธ.ยอด”คุมต่อสหพันธ์กีฬาชาติ

“เสธ.ยอด”คุมต่อสหพันธ์กีฬาชาติ

25 ก.พ. 2560

“เสธ.ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นั่งเป็นประธานสหพันธ์สมาคมกีฬาชาติ สมัยที่ 2 แบบไร้คู่แข่ง พร้อสร้างสมาคมกีฬาให้มีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะ กีฬาโอลิมปิกเกมส์2020

“เสธ.ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานสหพันธ์สมาคมกีฬาชาติ เป็นประธานการประชุมใหญ่และเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหพันธ์สมาคมกีฬาชาติ ประจำปี 2560 โดยมี ผู้แทนสมาคมกีฬาเข้าร่วมประชุมพร้อมหน้า ที่ ร.ร.อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์

 สำหรับสหพันธ์สมาคมกีฬาชาติ เป็นการรวมตัวของสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ที่มีบรรจุแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ และสมาคมกีฬาเอกลักษณ์ไทย 2 สมาคมกีฬา คือ ตะกร้อ และมวยไทย เพื่อร่วมกันพัฒนากีฬาของประเทศ โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งหาแนวทางผลักดันสร้างระบบสวัสดิการนักกีฬา ช่วยเหลือ สนับสนุนผู้บริหารแต่ละสมาคมกีฬาไปสู่การเป็นผู้บริหารระดับทวีปและโลก คุ้มครอง รักษาสิทธิ์และเกียรติภูมิของสมาชิก

ทั้งนี้ การประชุมมีวาระสำคัญ คือ การเลือกตั้ง คณะกรรมการบริหารสหพันธ์ฯ ชุดใหม่ หลังคณะกรรมการบริหารชุดเดิมหมดวาระลง ซึ่งที่ประชุม ได้เสนอชื่อ พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย เป็นประธานสหพันธ์ฯ เพียงคนเดียว ก่อนที่สมาชิกจะยกมือให้การรับรองด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ ทำให้ “เสธ.ยอด” ได้ดำรงตำแหน่งประธานสหพันธ์สมาคมกีฬาชาติ เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน มีวาระการบริหารงาน 4 ปี

หลังการประชุม พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย กล่าวว่า ต้องขอบคุณสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ยังคงให้ความไว้วางใจตนให้ทำหน้าที่ต่อเนื่อง โดยทีมงานชุดนี้ ยังมี “แฝดใหญ่” พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล เลขาธิการสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ เป็นเลขาธิการสหพันธ์ฯ ตามเดิม และยังได้รับการตอบรับจากสมาคมกีฬาหลัก ๆ ส่งผู้แทนเข้าร่วมบริหารงานอีกมากมาย อาทิ เทควันโด ยิมนาสติก เทเบิลเทนนิส มวย และยิงธนู เป็นต้น

“สหพันธ์ฯ จะเดินหน้าสร้างสมาคมกีฬาให้เข้มแข็ง ซึ่งหากสมาคมกีฬาเข้มแข็งแล้ว ทุกอย่างก็จะตามมาเอง รวมทั้งจะผลักดันให้รัฐบาลเข้ามาสนับสนุนสมาคมกีฬาให้มากขึ้นอีกด้วย โดยเป้าหมายสำคัญจากที่โอลิมปิกเกมส์ 2016 ไทยได้โควตาไปแข่งขัน 54 คน ในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ที่โตเกียวเกมส์ ปี 2020 นักกีฬาไทยก็จะต้องพัฒนาขึ้น จำนวนนักกีฬาควรจะเพิ่มจากเดิมอีก 30 เปอร์เซ็นต์ หรือ อย่างน้อยจะต้องมี 70 คนที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมกันนี้ก็จะพยายามผลักดัน มวยไทย ให้เป็นกีฬาสาธิตในโอลิมปิกเกมส์ให้ได้เร็วที่สุดด้วย” ประธานสหพันธ์สมาคมกีฬาชาติ กล่าวในที่สุด