ข่าว

นักข่าวโมเดิร์นไนน์ลพบุรีร้องกองปราบฯเมียหาย

นักข่าวโมเดิร์นไนน์ลพบุรีร้องกองปราบฯเมียหาย

28 ส.ค. 2552

เชื่อถูกคนกลุ่มหนึ่งลักพาตัว หรือทำให้ภรรยาต้องอยู่ในภาวะจำยอมบางอย่าง หลังพบเบาะแสกล้องวงจรปิดจากตู้เอทีเอ็ม ภรรยามากดเงินโดยมีชายฉกรรจ์ 2 คนยืนประกบ วอนตำรวจช่วยติดตาม

 เหตุการณ์นักข่าวเข้าร้องกองปราบปรามให้ช่วยตามหาภรรยา หลังจากหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เปิดเผยเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 สิงหาคม ที่กองบังคับการกองปราบปราม (บก.ป.) นายณัฐเดชา สนใจ อายุ 45 ปี ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดลพบุรี สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี อยู่บ้านเลขที่ 25/9 หมู่ 3 ต.ป่าตาล อ.เมือง จ.ลพบุรี เข้าพบ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ผกก.2 บก.ป. เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ หลังจากนางสุธาศินี สนใจ หรือขวัญอายุ 31 ปี ภรรยา หายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองลพบุรี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา แต่ไม่มีความคืบหน้า พ.ต.อ.อัคราเดช จึงมอบหมายให้ พ.ต.ท.ธงชัย อยู่เกษ พงส. (สบ 2) กก.2 บก.ป.รับเรื่องไว้

 นายณัฐเดชา กล่าวว่า อยู่กินกับนางสุธาศินีมากว่า 14 ปี มีลูกชายด้วยกัน 1 คน และลูกติดจากภรรยาเก่า 1 คน ก่อนหน้านี้ตนกับนางสุธาศินีทำงานเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์สินเชื่อให้บริษัทจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อหนึ่ง โดยช่วงนั้นทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำจังหวัดลพบุรีให้สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 และ นสพ.ไทยรัฐ ควบคู่กันไปด้วย ก่อนจะลาออกมาทำงานที่โมเดิร์นไนน์ทีวี เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ส่วนภรรยาสมัครเข้าทำงานเป็นลูกจ้างที่อุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรี และใช้เวลาช่วงเย็นกับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพกษัตรี ที่ผ่านมาไม่เคยทะเลาะกันหรือมีปัญหาขัดแย้งกับภรรยา และใครมาก่อน

 นายณัฐเดชา กล่าวต่อว่า ปกติจะใช้ชีวิตประจำวันกับภรรยาตามปกติ โดยทุกเช้าจะขับรถพาภรรยาไปส่งที่ทำงานและไปส่งลูกๆ เข้าโรงเรียน กระทั่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม ที่ผ่านมา ภรรยาขอออกจากบ้านตั้งแต่เช้าเพื่อไปเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัย จึงอยู่กับลูกไม่ได้ออกไปไหน แต่ยังโทรศัพท์ติดต่อกับภรรยาตลอด กระทั่งช่วงเย็นเริ่มผิดสังเกต เพราะภรรยายังไม่กลับบ้าน แม้จะโทรศัพท์ไปหาก็ไม่รับสาย จากนั้นได้โทรศัพท์ไปหาเพื่อนๆ ของภรรยาก็ไม่มีใครรู้ว่าไปไหน ต่อมาช่วงดึกได้ออกติดตามหาตามบ้านเพื่อนที่รู้จัก รวมทั้งที่ทำงานแต่ก็ไม่พบ

 ผู้สื่อข่าวโมเดิร์นไนน์ทีวีประจำจังหวัดลพบุรี กล่าวอีกว่า ภรรยาไม่เคยหายไปหลายวันโดยไม่ติดต่อหรือโทรศัพท์มาบอกให้ทราบ จึงเริ่มร้อนใจ เกรงว่าจะได้รับอันตราย และก่อนหน้านี้ได้ถามมารดาว่า ภรรยาเคยขอไปที่ไหนคนเดียวบ้าง มารดาจึงเล่าว่า ระยะหลังสังเกตเห็นภรรยามีสีหน้าเคร่งเครียดเหมือนวิตกกังวลอะไรอยู่ และขอไปทำบุญตามวัดในละแวกใกล้บ้านคนเดียว ตนจึงรีบออกตระเวนหาตามวัดต่างๆ แต่ก็ไม่พบ ที่ผ่านมาภรรยาไม่เคยเล่าให้ฟังว่า มีเรื่องทุกข์ร้อนอะไร รวมทั้งไม่เคยแสดงออกให้เห็น จึงไม่รู้สาเหตุการหายตัวไป

 “เมื่อผมไปแจ้งความคนหายที่ สภ.เมืองลพบุรี และพยายามติดตามความคืบหน้า จึงได้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมการเงิน ซึ่งภรรยาเปิดบัญชีธนาคารไว้หลายเล่มในชื่อเขาเอง ซึ่งผมไม่รู้ว่า ทำไมถึงต้องเปิดไว้หลายบัญชี ทั้งที่ไม่ได้ทำธุรกิจหรือมีรายได้อะไรเป็นพิเศษ นอกจากนี้ทางตำรวจได้ช่วยตรวจสอบพบการโอนเงินและเบิกถอนเงินจากบัญชีดังกล่าวหลายครั้งเป็นจำนวนหลักหมื่นถึงแสนบาท จึงเชื่อว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลและน่าจะเกี่ยวข้องกับสาเหตุที่ภรรยาหายตัวไป” นายณัฐเดชา กล่าว

 นายณัฐเดชา กล่าวว่า ตามที่ตำรวจได้สืบสวนจากเลขที่บัญชีธนาคารที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีของภรรยาพบข้อมูลว่า น่าจะเป็นข้าราชการรายหนึ่ง แต่ยังไม่ทราบสังกัด นอกจากนี้จากการขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาท่าม่วง จ.กาญจนบุรี และที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารเดียวกัน สาขาดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 17 และ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา ก็พบภาพหญิงสาวสวมแว่นตา ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นภรรยามาพร้อมกับชาย 2 คน จึงเชื่อว่ากลุ่มคนทั้งหมดน่าจะเป็นผู้ลักพาภรรยาไป และทำให้ภรรยาต้องอยู่ในภาวะจำยอมที่จะทำอะไรบางอย่าง จึงอยากให้ตำรวจกองปราบฯ ช่วยสืบสวนติดตามหาอีกทางหนึ่ง เพราะเกรงว่าภรรยาจะตกอยู่ในอันตราย