
ช้างเร่ร่อน30เชือกยึดเมืองย่าโม
ช้างเร่ร่อนอพยพ เข้ามาหากินในโคราชกว่า 30 เชือก หลัง กทม.ออกมาตรการเข้ม จับ ยึด ปรับ พร้อมเรียกร้องรัฐบาลจริงจังแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อนในระยะยาว ด้านเทศบาลนครนครราชสีมาจำกัดพื้นที่ห้ามช้างเข้าเขตเทศบาล
หลังจากที่กรุงเทพมหานครดำเนินมาตรการเข้มงวดต่อควาญช้างที่นำช้างมาเร่ร่อน ทำให้ควาญช้างจำนวนมากอพยพช้างจากกรุงเทพมหานครสู่พื้นที่ต่างจังหวัด โดยเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีควาญช้างและช้างเร่ร่อนประมาณ 30 เชือก เข้ามาหากินในพื้นที่เขตเทศบาลนครนครราชสีมา โดยควาญช้างและช้างเร่ร่อนทั้งหมดพักอาศัยอยู่บริเวณป่าข้างทาง ถนนสายนครราชสีมา-ปักธงชัย ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา และจะนำช้างออกมาตระเวนเร่ร่อนขายอ้อยหารายได้ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมายามค่ำคืน
ทั้งนี้เทศบาลนครนครราชสีมา โดยนายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา เตรียมการที่จะผลักดันช้างออกจากพื้นที่อย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้มีการนำช้างเร่ร่อนเข้ามาเดินตระเวนขายของอยู่ในเขตเทศบาล เนื่องจากอาจเกิดอันตรายต่อทั้งช้างและประชาชน แต่ทั้งนี้จะอยู่ในช่วงการขอความร่วมมือและทำความเข้าใจกับควาญช้างให้อยู่นอกพื้นที่เขตเทศบาลนครนครราชสีมา และห้ามนำช้างมาเดินเร่ร่อนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมาอย่างเด็ดขาด
หากพบว่ายังฝ่าฝืนก็จะให้เจ้าหน้าที่เทศกิจผลักดันออกไป โดยจะมีระยะเวลาผ่อนปรนนับ 15 วัน จะยังไม่มีการจับปรับ แต่หากเลยกำหนด 15 วัน เทศบาลนครนครราชสีมาจำเป็นที่จะต้องดำเนินการกวดขันและจับปรับอย่างจริงจัง ซึ่งเทศบาลรู้ดีว่าอาจจะสร้างความเดือดร้อนให้แก่บรรดาควาญช้าง จึงเตรียมเชิญเทศบาลและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นที่อยู่ติดกับเขตเทศบาลนครนครราชสีมา รวมถึงบรรดาควาญช้างที่นำช้างมาเร่ร่อนอยู่ในพื้นที่ เข้าร่วมหารือในเรื่องของการจำกัดพื้นที่ให้ช้างเร่ร่อนอยู่อาศัย รวมทั้งช่วยกันหาทางแก้ไขปัญหา และช่วยเหลือผลักดันช้างกลับภูมิลำเนาอย่างเป็นระบบในวันที่ 28 สิงหาคมนี้
ด้านนายพุทธ สวนงาม อายุ 41 ปี ควาญช้าง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งนำช้างเข้ามาเร่ร่อนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา กล่าวว่า หลังจากที่กรุงเทพมหานครออกมาตรการจับ ยึด ปรับช้างเร่ร่อน ส่งผลให้ช้างเร่ร่อนในกรุงเทพฯ ทยอยอพยพมายัง จ.นครราชสีมา ซึ่งแต่เดิมพื้นที่เขตเทศบาลนครนครราชสีมามีช้างเร่ร่อนอยู่เพียง 10 กว่าเชือก ปัจจุบันมีช้างเร่ร่อนมากถึง 30 เชือก เพราะควาญช้างที่ถูกผลักดันจากกรุงเทพฯ ไม่สามารถกลับภูมิลำเนาได้ คือไม่มีแหล่งอาหารให้ช้าง
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเร่ร่อนหากินอยู่ในตัวเมืองนครราชสีมา และมาวันนี้หากเทศบาลนครนครราชสีมาห้ามนำช้างเข้ามาเร่ร่อนขายอ้อยตามร้านอาหาร สถานบันเทิงยามค่ำคืนแล้ว บรรดาควาญช้างทั้งหมดจะต้องได้รับความเดือดร้อน เพราะไม่มีทางเลือกอื่นที่จะหารายได้เลี้ยงครอบครัว และคงจำต้องฝ่าฝืนเข้าไปเร่ร่อนขายอ้อยในพื้นที่เช่นเดิม จึงอยากวิงวอนฝากไปยังรัฐบาลให้มีความจริงจังในการแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อนในระยะยาว ด้วยการหาสถานที่เลี้ยง รวมทั้งจัดสรรเงินเดือนในการเลี้ยงดูควาญช้างและครอบครัว
นายพุทธ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้อยากให้รัฐบาลช่วยผลักดันโครงการช้างคืนถิ่นไปยังจังหวัดอื่นๆ ไปยังพื้นที่อื่นที่มีช้างอยู่จำนวนมาก ไม่ใช่ที่ จ.สุรินทร์จังหวัดเดียว เพื่อแก้ปัญหาช้างเร่ร่อนให้หมดไป เพราะช้างทั่วประเทศมีจำนวนมาก ขณะที่โครงการช้างคืนถิ่นที่ จ.สุรินทร์ก็จะรับแต่ช้าง จ.สุรินทร์เท่านั้น ช้างจังหวัดอื่นจึงไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้
"ยอมรับว่าเวลานำช้างออกมาเร่ร่อน ประชาชนก็มักจะต่อว่าหาว่านำช้างมาทรมาน แต่หากพวกเราไม่นำช้างออกมาเร่ร่อนก็ต้องอดตายทั้งช้างทั้งควาญและครอบครัว อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยที่องค์การสวนสัตว์ฯ จะนำรายได้ในการเข้าชมแพนด้าหลินปิง ที่สวนสัตว์เชียงใหม่มาช่วยเหลือช้างเร่ร่อน แต่ก็ขอให้รายได้ส่วนดังกล่าวถึงมือช้างเร่ร่อนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงเพราะกระแสตื่นตัวเท่านั้น" ควาญช้างจาก อ.สตึก กล่าว



