ข่าว

อุปสรรคไม่ใช่ปัญหาสำหรับความคิดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9

อุปสรรคไม่ใช่ปัญหาสำหรับความคิดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9

24 ก.พ. 2560

รักและคิดถึงพระองค์ท่านมาก มากี่ครั้งก็ไม่เหนื่อย รู้สึกปลื้มใจตลอด

อุปสรรคไม่ใช่ปัญหาสำหรับความคิดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9

          วันนี้สำนักพระราชวัง เปิดประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 04.50 น. ให้ประชาชนเดินเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบไปรอขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ บรรยากาศตลอดทั้งวันมีพสกนิกรจากทั่วประเทศ อาทิ ปทุมธานี, ประจวบคีรีขันธ์, เพชรบุรี,บุรีรัมย์, เลย, หนองคาย, ชัยนาท, อ่างทอง, น่าน, แม่ฮ่องสอน, พังงา, สงขา, ภูเก็ต เป็นต้น เดินทางมาอย่างไม่ขาดสายด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและความจงรักภักดีแด่ในหลวง ร.9 ที่ทรงงานเพื่อประชาชนอย่างไม่รู้จักเหน็จเหนื่อยตลอดพระชนม์ชีพ

อุปสรรคไม่ใช่ปัญหาสำหรับความคิดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9

         นางเบญจรัตน์ จงปาน แม่บ้านวัย 60 ปี ชาวจังหวัดปทุมธานี เล่าว่าเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ 32 ครั้งแล้ว อยากมาเรื่อยๆ จนกว่าจะมีพิธีถวายเพลิงพระบรมศพ วันนี้ออกจากบ้านเวลา 05.00 น. แล้วเข้าแถวรอในสนามหลวงเวลา 06.00 น. และได้กราบเมื่อเวลา 08.00 น. อีกรอบคือเวลา 12.00 น. วันนี้ตั้งใจว่าจะกราบพระบรมศพให้ได้เป็นรอบที่ 3 รวมถึงใช้โอกาสนี้เข้าชมนิทรรศการเทิดพระเกียรติด้วย
          “รักและคิดถึงพระองค์ท่านมาก มากี่ครั้งก็ไม่เหนื่อย รู้สึกปลื้มใจตลอด ตอนเป็นสาวเคยมีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จในหลวง ร.9 เมื่อครั้งเสด็จฯ ไปเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต รู้สึกว่าตัวเองมีบุญ เพราะน้อยคนที่จะได้เฝ้ารับเสด็จในระยะใกล้ๆ เหมือนทุกวันนี้แม้จะเป็นวาระที่สวรรคตแต่ก็ปลื้มใจทุกครั้งที่ได้กราบ อธิษฐานว่าขอให้ลูกได้มากราบพ่อบ่อยๆ อย่าให้ต้องเจ็บไข้ได้ป่วยเลย และตั้งใจทำความดีถวายด้วยการใช้จ่ายอย่างประหยัด แยกเก็บด้วยเพื่อเป็นทุนสำรองยามชรากว่านี้ เสื้อผ้า รองเท้า จะใส่จนคุ้มไม่ตามกระแสซื้อบ่อยๆ และบอกลูกๆ ด้วยให้ยึดหลักการใช้ชีวิตตามในหลวง ร.9 เพราะยุคนี้ข้าวของแพง ต้องรู้จักบริหารค่าใช้จ่ายให้ดี ใกล้ถวายพระเพลิงแล้วรู้สึกใจหาย แต่ก็ต้องเตรียมใจ” นางเบญจรัตน์ กล่าว

อุปสรรคไม่ใช่ปัญหาสำหรับความคิดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9

          นายพร้อมพร อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้จัดการส่วนความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม บริษัท พีทีที ฟินอล จำกัด กล่าวภายหลังร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพว่า ตั้งแต่เกิดมาก็รู้ว่าอยู่ในกลุ่มราชสกุล คุณพ่อกับคุณแม่มักจะสอนเสมอว่า จะทำอะไรก็ได้ แต่อย่าให้เสื่อมเสีย ซึ่งชื่อของตัวเองก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระองค์ท่านพระราชทานให้ เนื่องจากคุณพ่อได้รับราชการเป็นทหารมหาดเล็กอยู่ในพระบรมมหาราชวัง จึงมีโอกาสได้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท โดยครอบครัวมีภูมิลำเนาอยู่ จ.น่าน สมัยก่อนมีสภาพทุรกันดารมาก แต่พระองค์มักจะเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียนและช่วยเหลือประชาชนอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะบนพื้นที่สูง เนื่องจากขณะนั้นเป็นดินแดนที่มีคอมมิวนิสต์ และมีการปลูกฝิ่นเป็นจำนวนมากพระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้กับโรงพยาบาลน่าน เพื่อนำไปช่วยเหลือทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ ทำให้โรงพยาบาลน่านพัฒนาขึ้นมากและมีความพร้อมในการรักษา อีกทั้งยังทรงส่งเสริมให้ปลูกพืชเมืองหนาวแทนการปลูกฝิ่นภายใต้โครงการหลวง หลังจากที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนิน จ.น่าน ก็เจริญขึ้นมาก มีถนนหนทาง และระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
          “จังหวัดน่าน ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 750 กิโลเมตร การเดินทางก็ยากลำบาก ถ้าพระองค์ไม่เสด็จพระราชดำเนินไป คงไม่ได้รับการพัฒนามาได้ขนาดนี้ ส่วนตัวได้เดินตามรอยพระยุคลบาท โดยร่วมกับเพื่อนทำโครงการฟื้นฟูป่าภูเขาหัวโล้น เพื่อสานต่อพระราชปณิธานในการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ทุกวันนี้จะสอนลูกว่า เราอยู่ในราชสกุล แม้เราจะช่วยเหลือใครไม่ได้ แต่ขอให้เป็นคนดีและทำดีให้สังคม” นายพร้อมพรกล่าว

อุปสรรคไม่ใช่ปัญหาสำหรับความคิดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9

          นางไพฑูรย์ สิงห์อำพล ประธานนักเรียน “วิ'ลัย วัยหวาน” เทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาพร้อมกับตัวแทนนักเรียนวัยหวานรุ่นแรกจำนวน 50 คน ซึ่งนักเรียนทุกคนมีอายุ 60 ปีขึ้น โดยเทศบาลเมืองหัวหิน ต้องการให้ผู้สูงอายุได้มาแลกเปลี่ยนเรียนประสบการณ์ชีวิตซึ่งกันและกันมีสังคม จะได้ไม่เหงา มีการเรียนกฏหมายพื้นฐาน เรียนรู้อาชีพต่างๆ ศึกษาธรรมมะ นั่งสมาธิ โดยเรียนทุกวันพุธ สัปดาห์ละ 1 วัน
         นางไพฑูรย์ กล่าวต่อว่า พวกเรารู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงช่วยเหลือราษฎร์ชาว จ.ประจวบคุรีขันธ์ ให้มีความสดวกสบายขึ้นไม่ลำบาก เหมือนแต่ก่อน พระองค์ทรงพระราชทานโครงการในพระราชดำริต่างๆให้มากมาย มีคลองระบายน้ำ มีแก้มลิงเพื่อรองรับน้ำในการแก้ปัญหาน้ำท่วม มีการส่งเสริมอาชีพต่างๆ รู้สึกประทับใจอย่างมาก วันนี้จึงพร้อมใจกันเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพด้วยความอาลัยยิ่ง

อุปสรรคไม่ใช่ปัญหาสำหรับความคิดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9

         ด้านนางใจ สาระพงษ์ อายุ 72 ปี เกษตรกรจาก จังหวัดเพชรบุรี เดินทางมาโดยรถตู้พร้อมเพื่อนบ้านกว่า 10 คน โดยออกจากบ้านช่วง 03.00 น. และมาถึงสนามหลวงราว 05.30 น. เผยว่า ก่อนหน้านี้ไม่รู้ว่าจะมีบุญได้มาหรือไม่ แต่ทางสำนักพระราชวังก็เปิดโอกาสให้ประชาชนอย่างพวกเราได้มีโอกาสใกล้ชิดกับพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนหน้านี้เคยได้รับเสด็จฯ เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จฯ ไปยังจ.เพชรบุรี แม้เราอยู่ไกล เพียงได้เห็นรถพระที่นั่งอย่างเดียวก็ถือเป็นบุญแล้ว ชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกร ทำสวนปลูกผักผลไม้ทั้งมะนาว มะม่วง สับปะรด และเลี้ยงวัว โดยยึดหลักของพระองค์ในเรื่องของความพอเพียง ทำไร่สวนผสม และเน้นการทำเกษตรอินทรีย์ อีกทั้งยังได้ประโยชน์จากเขื่อนแม่ประจันต์ ต.หนองหญ้าปล้อง ที่ถูกสร้างขึ้นตามพระราชดำริในพระองค์ท่าน เนื่องจากเมื่อถึงช่วงฤดูร้อนก็ไม่มีน้ำทำการเกษตร แห้งแล้ง แม้มีห้วยน้ำอยู่กลางหมู่บ้าน แต่ก็ต้องขุดดินเพื่อให้มีน้ำใช้ หรือในช่วงฤดูฝน มีน้ำมาก เข้าท่วมที่อยู่อาศัยและสวนผักผลไม้ แต่เมื่อพระองค์ทรงเข้ามาช่วยสร้างเขื่อนให้ ความเป็นอยู่ดีขึ้น มีน้ำกิน น้ำใช้ น้ำทำการเกษตร ชีวิตมีความสุข มีผลผลิตไว้กิน และจำหน่ายสร้างเงินและอาชีพได้เป็นอย่างดี หลังจากนี้หากมีโอกาสก็อยากจะมากราบพระองค์อีกสักครั้งเพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อคนไทย และจะเป็นคนดี ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด