ข่าว

 "นักสิทธิมนุษยชน"  แนะใช้กฎหมายปกติกับ "ธรรมกาย"

"นักสิทธิมนุษยชน" แนะใช้กฎหมายปกติกับ "ธรรมกาย"

24 ก.พ. 2560

"นักสิทธิมนุษยชน" แนะใช้กฎหมายปกติกับ "ธรรมกาย" ส่วนวัดต้องให้ความร่วมมือกระบวนการยุติธรรมด้วย

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมน ไรท์ วอทช์ ประจำประเทศไทย กล่าวถึงกรณีวัดพระธรรมกายว่า ที่ผ่านมาทางฮิวแมน ไรท์ วอทช์ มีจุดยืนในทุกกรณีว่าการบังคับใช้อำนาจตาม มาตรา 44 ว่ามีปัญหาในเรื่องหลักสิทธิมนุษยชนเป็นอย่างมาก เพราะเป็นอำนาจที่ตรวจสอบไม่ได้ เปรียบได้กับการเขียนเช็คเปล่า ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยงในสถานการณ์ที่มีความตึงเครียดและความอ่อนไหวสูง​ ที่จะนำไปสู่การใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือการละเมิดสิทธิใดๆได้ และเมื่อใช้ไปแล้วก็ไม่สามารถเอาเรื่องกับผู้กระทำผิด หรือเยียวยาผู้เสียหายได้ ทางที่ดีน่าจะใช้กระบวนตามกฎหมายปกติ ที่น่าจะลดความเสี่ยงการละเมิดสิทธิมนุษยชน

    นายสุณัยกล่าวอีกว่า ในกรณีของวัดพระธรรมกาย เรื่องของสิทธิเสรีภาพในการนับถือความเชื่อทางศาสนาเป็นสิทธิพื้นที่ฐานที่ไทยรับรอง ซึ่งรัฐบาลก็ต้องแสดงความชัดเจนว่าปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ได้ไปปิดกั้นความเชื่อ การนับถือศาสนา และไม่เกี่ยวข้องกับข่าวลือที่ต้องการล้มวัดพระธรรมกาย แต่เป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายอาญาปกติ ซึ่งการใช้เครื่องมือที่ผิดก็อาจนำมาสู่ความวิตกกังวลดังกล่าวได้ ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือการทำกฎหมายปกติ นอกจากนี้ทางรัฐ เองก็ควรจะกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนในการดำเนินการ เพราะตอนนี้ภาพจากภายนอกเขามองเข้ามาก็เริ่มจะสับสน แล้วว่าเป้าหมายจริงๆแล้วเป็นที่ตัวพระ วัด หรือตัวนิกาย ตอนนี้กลายเป็นว่าถ้าเครือข่ายวัดพระธรรมกายที่อื่นๆส่งพระมาร่วมการชุมนุมก็มีความผิดไปด้วย เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่โตสำหรับคนนอกประเทศ ในทางกลับกันทางวัดพระธรรมกายเองก็ต้องแสดงความโปร่งใสต่อข้อสงสัยของสังคมในประเด็นที่เป็นคดีอาญา ก็ควรที่จะให้ความร่วมมือในการสอบสวน เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมา โดยที่จริงแล้วเรื่องนี้ก็ต้องอยู่ที่ 2 ฝ่ายด้วย

    “อีกสิ่งที่เรามีความกังวลอีกเรื่องคือ การที่นายกฯ ขอความร่วมมือให้สื่อลดการนำเสนอข่าววัดพระธรรมกาย เพราะหวั่นสร้างแนวร่วมเพิ่ม ซึ่งตอนนี้สังคมภายนอกรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในวัดพระธรรมกายผ่านการรายงานของสื่อ ถ้าหากมีคำสั่งอะไรแบบนี้จริง ก็จะนำไปสู่ความกังวลได้ว่า รัฐกำลังจะทำอะไรกับวัดพระธรรมกายหรือไม่ ดังนั้นการเซ็นเซอร์สื่อ ไม่ควรจะเกิดขึ้นในกรณีนี้ เพราะการทำงานของสื่อจะเป็นพยานให้คนไทย และนานาชาติที่กำลังจับตามองว่ามีการละเมิดสิทธิ์หรือไม่” นายสุณัย กล่าว