ข่าว

รายงาน-ถอดรหัส “แดงร้าว”

รายงาน-ถอดรหัส “แดงร้าว”

28 ส.ค. 2552

พลันที่รัฐบาลอยู่ในภาวะ “ระส่ำ” จากอาการ “เครื่องสะดุด” เพราะ “หอกข้างแคร่” อย่างพรรคภูมิใจไทย ห้าวเป้งจนเกินกำลัง ออกตัวทั้งทิ่ม ทั้งแทง ขวางทางประชาธิปัตย์ไม่ให้ใช้อำนาจรัฐทุบโต๊ะเพียงลำพัง

 บรรยากาศความ “ร้าวฉาน” ของรัฐบาล กลายเป็น “ปัจจัย” ที่ทำให้รัฐบาลส่อเค้าว่าจะล่มก่อนกำหนด

 แต่ก็เหมือนโชคยังยืนข้าง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เพราะในยามที่รัฐบาลร่อแร่ ส่อจะพังพาบอยู่นั้น “ขบวนการสีแดง” อันเป็น “ศัตรูหมายเลข 1” ก็ประสบ “วิบากกรรม” อันหนักหนา เผชิญกับ “ความขัดแย้ง” เกินจะเยียวยา เกินจะกอบโกยให้กลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิมเช่นเดียวกัน

 แกนนำ “ขบวนการสีแดง” สายต่างๆ จากที่เคยจับมือกันร่วมต่อสู้กลับมาวันนี้หันปากกระบอกปืนใส่กัน โดยไม่สนใจว่าบรรดา “แนวร่วม” จะ “แกว่ง” ขนาดไหน

 หันหัวไปคนละทิศละทาง “สร้างดาวกันคนละดวง” !!!

 ว่าไปแล้ว “สีแดง” ที่ก่อรูปขึ้นเป็นขบวนการวันนี้ ลึกๆ แล้วก็เป็นการ “ประกอบกำลัง” จากหลายต่อหลายสาย มาจากแดง หลายเฉดสี และมีร่องรอยความปริร้าวให้เห็นมานานแล้ว

 ทั้ง “แดงทักษิณ” นำโดยกลุ่ม 3 เกลอ เป็นกลุ่มก๊วนของนักการเมืองที่เคยได้ดิบได้ดีในการเมือง “ระบอบทักษิณ” รวมไปถึง ส.ส.พรรคเพื่อไทยในปัจจุบันที่เวลามีม็อบก็จะไปเกาะกระแสเสื้อแดงฟีเวอร์ซื้อใจมวลชนด้วย

 ปีกนี้ หวังให้ “นายใหญ่” กลับมามีอำนาจอีกครั้ง ก็จะโหนอำนาจนายก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่กุมอำนาจของประเทศนี้อีกหน

 กลุ่มนี้ใช้ “ทักษิณ” เป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนไหว โดยไม่แยแสต่อถ้อยคำเสียดแทงทำนอง “สู้แล้วรวย” เพราะถือว่ายี่ห้อ “ทักษิณ” เท่านั้นที่จะเรียกแขกเรือนหมื่นเรือนแสนออกจากบ้านมาร่วมขบวน

 “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” 1 ใน 3 เกลอ เคยยอมรับว่า “ทักษิณ” เปรียบเสมือน “รถแบ็กโฮ” ที่ถูกกลุ่มอำมาตย์ถีบลงมาอยู่ในมือของ “คนขุดดิน” ที่มีแค่จอบเสียมเล็กๆ ดังนั้นถ้าเราไม่ใช้ “รถแบ็กโฮ” คันนี้ให้มาทุ่นแรงในการขุดดินก็ “โง่เต็มที”

 ส่วน “แดงปีกซ้าย” หรือ “แดงคอมมิวนิสต์” ที่มีแกนนำที่หลากหลายทั้ง “สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์” ทั้ง “สมยศ พฤกษาเกษมสุข”

 กลุ่มนี้ตั้งใจจะคว้า “ดาว” อีกดวงหนึ่ง ไม่ใช่แค่ที่ 3 เกลอฝันถึง

 พยายามจะสลัดภาพ “ทักษิณ” โดยชูธงที่ใหญ่กว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องเปลี่ยนแปลงวันชาติจาก 5 ธันวาคม เป็น 24 มิถุนายน มีแนวทาง “โค่นล้มอำมาตย์” เข้มข้น และเป็นมากกว่าแค่ “เกม” ของ “ทักษิณ”

 ครั้งหนึ่ง “สุรชัย” เคยประกาศต่อว่าจำเป็นต้องใช้ “ทักษิณ” เป็นเครื่องมือ เพื่อโค่น “ศักดินา” และจากนั้นจึงหันไป “ฆ่า” ทุนแบบทักษิณ

 วิธีคิดแบบนี้สอดคล้องกับล่าสุดที่บอกว่า "ผมและนายจักรภพ (เพ็ญแข) เป็นงานระดับยุทธศาสตร์ ส่วน 3 เกลอนั้นเป็นระดับยุทธวิธี"

 แต่ตลอดมา “แดงปีกซ้าย” ซึ่งมีกำลังพลน้อยนิดแค่หยิบมือ จำต้อง “สงบปากสงบคำ” ซุกซ่อน ตัวอย่างเงียบๆ ในคลื่นขบวนใหญ่ที่ควบคุมการนำโดย “แดงทักษิณ” อาศัยพลังของทักษิณ “ฟักตัว”

 และจากนั้นก็กระโจนเข้าไป “ชิงการนำ” เพื่อขยับไป “เทคโอเวอร์” แนวร่วมแดงทักษิณ ให้แปรขบวนมาอยู่กับ “แดงปีกซ้าย”

 แต่ “3 เกลอ” ก็ระวังตัว ไม่เปิดช่องให้ “แดงปีกซ้าย” มาแทรกซึม นอกจากจะปิดประตูตายให้เข้ามาบัญชาการม็อบแล้ว ยังตัดสินใจ “เลี้ยวขวา” ไปเล่นเกม “ถวายฎีกา” อันถือว่าเป็น “ฟางเส้นสุดท้าย” ที่ทำให้ “แดงปีกซ้าย” สุดจะรับได้กับการล่าชื่อมวลชนไปอ้อนวอน “อำมาตย์” อย่างที่เป็นอยู่

 สุดท้ายต้องหันไปตั้ง “แดงสยาม” ซึ่งชื่อคลับคล้ายคลับคลากับ “แถลงการณ์สยามแดง” ของ อ.ใจ อึ๊งภากรณ์ ที่ภายหลังหนีไปอยู่อังกฤษ เพื่อทำงาน “ปฏิวัติ”

 แม้คนใกล้ชิด “จักรภพ” จะแจ้งผลการหารือทางโทรศัพท์กับ “นายเก่า” ว่า “จักรภพ” กับ “3 เกลอ” แค่ต่างกันใน “ยุทธวิธี” แต่ “ยุทธศาสตร์” ยังเหมือนกัน
 แต่เห็นทีจะสยบ “ร่องรอย” ความแตกร้าวที่ “ลงลึก” มากขึ้นแบบหาจุดจบไม่ได้

 ขณะที่ “ตัวสอดแทรก” ที่นับวันจะแรงและทะยานเข้าไป “ต่อสายตรง” กับ “ทักษิณ” ด้วยตัวเอง เลิกใช้บริการ “เอเย่นต์” ที่จ้องแต่จะหักหัวคิว

 นั่นก็คือ ก๊วน “แดงฮาร์ดคอร์” อย่างกลุ่ม “ขวัญชัย สาระคำ” ที่คุม “กองทัพอุดร” หลังๆ หาจังหวะดอดไปพบ “ทักษิณ” ถึงดูไบเป็นระยะ ถึงกับส่ง “มือดี” ไปช่วยงานทีวีเคเบิล 100 ช่องของทักษิณ ด้วย

 ส่วน “แดงตุลา” อย่าง “สุธรรม แสงประทุม” “จาตุรนต์ ฉายแสง” หรือ “เกรียงกมล เลาหไพโรจน์” ก็เลือกที่จะไม่กระโจนเข้าไปพบกับ “แรงเสียดทาน” แต่สร้างพื้นที่โล่งๆ เคลื่อนงานด้านสื่อและวิชาการ เลียบๆ เคียงๆ หนุนเสริม “แดงทักษิณ” ไปแบบ “คู่ขนาน”

 จะเห็นได้ว่า แม้ด้านหนึ่งจะมองดูเหมือนว่าการเล่นเกมบริหารความขัดแย้งของ "ทักษิณ" ที่มักหยิบยุทธวิธี "แบ่งแยกและปกครอง" มาใช้ จะทำให้เห็นภาพว่ากองกำลังที่สนับสนุน "ทักษิณ" กระจายกันอย่างกว้างขวาง

 แต่ในอีกด้านก็ต้องไม่ลืมว่า ยิ่งแดง แตกคอกันเป็น "ก๊ก" มากขึ้นเท่าไหร่ แถมฟาดกันไม่ยั้งอย่างที่เป็นอยู่ ผลเสียก็จะตกอยู่กับ "ทักษิณ" มากกว่า
 เพราะความฝันที่จะรีเทิร์นสู่ “อำนาจรัฐ” จะยิ่งริบหรี่มากขึ้นเท่านั้น !!!


 เสถียร วิริยะพรรณพงศา