
ลากรุงกลับถิ่นเกิด ปลูกไผ่ได้เดือน7หมื่น!!
โดย - โต๊ะข่าวเกษตร
ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ภาคการเกษตรมักจะเป็นทางเลือกสุดท้าย ของคนต่างจังหวัด ที่ทิ้งบ้านเกิดไปแสวงโชคในสังคมเมือง อย่างสองสามี-ภรรยา จาก จ.อุดรธานี “สมเจตน์-เพ็ญศิริ ลลิตวิภาส” ยอมสละเงินเดือนเกือบ 1 แสนบาท กลับมาทำสวนไผ่หวาน ณ บ้านทุ่ง บ้านดู่เหนือ ต.บ้านขาว อ.เมือง จ.อุดรธานี สามารถสร้างรายได้ีเดือนละกว่า 7 หมื่นบาท
สิงห์ บอกว่า เดิมทำงานด้านคอมพิวเตอร์ มา 14 ปี ในฐานะอาจารย์สอนระบบเซิร์ฟเวอร์ ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เงินเดือนขั้นสุดท้ายกว่า 6 หมื่นบาท ส่วนภรรยา ์เรียนจบด้านบัญชี ทำงานในบริษัทเอกชน ได้ระยะหนึ่งลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว ทำตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ระบายสี กรอบรูปและกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน มีรายได้เหลือจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว กว่าละราว 4 หมื่นบาท แต่อยากมีกิจการของตัวเอง จึงตัดสินใจมุ่งหน้าสู่บ้านเกิด สร้างสวนเกษตรแห่งความสุข ปลูก ไผ่หวาน ขายหน่อ ขายพันธุ์ ใช้ชีวิตเรียบง่ายในสังคมชนบท
ก่อนจะกลับบ้านเกิดทั้งสองได้วางแผนชีวิตว่าจะต้องมีลูก เลี้ยงลูกเอง ให้การศึกษาที่เหมาะสม และมีอาชีพที่เป็นอิสระมากขึ้น อยู่กับครอบครัวที่อบอุ่น ที่สำคัญต้องมีความสุขกับงานที่ทำ พอเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งจึงกลับบ้าน ทำสวนไผ่หวานหรือไผ่บงหวาน หลังศึกษาหาข้อมูลด้านการเกษตร ดูตามอินเตอร์เน็ต ในเฟสบุ๊ค มีเวลาก็ไปศึกษาดูงานตามสถานที่ต่างๆบ้าง เริ่มเมื่อปี 2553 ได้เข้าไปดูเว็บเกษตรพอเพียง มีโครงการธนาคารไผ่ แจกกล้าไผ่ฟรี จึงขอเข้าร่วมโครงการ ได้ต้นพันธุ์ไผ่กิมซุงมา 100 ต้นแบบให้ฟรี ตามโครงการเมื่อไผ่โตแล้วจะต้องคืนต้นพันธุ์กลับให้โครงการ 300 ต้น จากนั้นเริ่มปลูกไผ่กิมซุง ครั้งแรกเมื่อต้นปี 2554 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำสวนไผ่ของเขา
หลังจากปลูกไผ่แล้ว สิงห์ เริ่มมองหาอาชีพในอนาคตว่า อาชีพเกษตรอะไรที่ทำแล้วยั่งยืน มีรายได้ทุกวัน มีรายได้ รายเดือนและรายปี ก็เริ่มที่จะศึกษาหาความรู้เพิ่มขึ้น และได้เข้าอบรมเรื่องการปลูกไผ่ กับสวนไผ่นานาพันธุ์ ที่ปราจีนบุรี เห็นความหลากหลายของสายพันธุ์ไผ่ เห็นความเป็นไปได้ในการสร้างอาชีพจากไผ่ ต่อมาได้พบกับเจ้าของสวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง อ.เด่นชัย จ.แพร่ ปลูกไผ่หวานขายหน้าสวน มีรายได้ทุกวัน ไผ่ออกหน่อตลอดปีด้วย
"ไผ่หวานน่าสนใจครับ สามารถรับประทานสดได้คนที่เป็นโรคเก๊า โรคปวดข้อ ก็สามารถทานได้ เพราะไม่มีไซยาไนด์ ปลูกแค่ 8 เดือนก็เริ่มเก็บผลผลิตได้ จึงตัดสินใจเลือกอาชีพปลูกไผ่ เป็นอาชีพหลักตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ส้มตำไผ่หวาน
เริ่มปลูกไผ่บงหวานครั้งแรก ปี 2556 แบ่งพื้นที่ปลูก สวนไม้ผลรวม มี่มะม่วง กล้วย และไม้ผลอื่นๆ ประมาณ 1 ไร่ สวนไผ่สาระวิน 5 ไร่ประมาณ 500 ต้น สวนไผ่กิมซุงประมาณ 100 ต้น และไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง ครั้งแรกลงปลูก 1,000 ต้น ปลูกทิ้งไว้1 ปีไม่ได้ดูแล่ จนปี 2558 ก็มาเริ่มตรวจแปลงไผ่บงหวาน เหลือประมาณ 400 ต้น จึงเริ่มขยายใหม่ ในพื้นที่ 10 ไร่ ทำระบบน้ำรด ด้วยโซล่าเซลล์ ทำให้ไผ่โตเร็ว เพียง 8 เดือน ก็เริ่มเก็บผลผลิตได้ ต้นปี 2559 ก็เริ่มเปิดสวน อย่างเป็นทางการ
เมื่อต้นปี 2559 นี่เองครับ ถึงตอนนี้เราเปิดสวนได้ 1 ปีแล้ว ก็พอมีรายได้จากการขายหน่อไม้ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง เฉลี่ยเดือนละ 150-200 กก.ขาย กก.ละ 60 บาทหน้าสวน ขายกิ่งพันธุ์ไผ่ เฉลี่ยเดือนละ 500-700 ต้นราคาต้นละ 100-200 บาท รวมรายได้เดือนละกว่า 7 หมื่นบาท แต่สมบูรณ์กว่านี้จะมีรายได้เพิ่มอีก" เขา กล่าว
สมเจตน์-เพ็ญศิริ ลลิตวิภาส
กระนั้น ทุกวันนี้มียอดสั่งจองกิ่งพันธุ์เข้ามาเรื่อยๆ ทั้งกิ่งปักชำและขุดต้น ทำไป ขายไป ตามจำนวนที่ลูกค้าสั่งเข้ามา นอกจากปลูกไผ่แล้ว ทั้งสองยังช่วยกันอนุรักษ์สวนป่า ซึ่งซื้อมาจากชาวบ้าน พื้นที่กว่า 20 ไร่ เป็นป่าเบญจพรรณ อนุรักษ์ป่าไว้ให้เป็นพื้นที่สีเขียว ท่ามกลางไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลังของชาวบ้านอีกด้วย



