ข่าว

อินโดนีเซียกับการท่องเที่ยว

อินโดนีเซียกับการท่องเที่ยว

28 ส.ค. 2552

คุณซายามซูล ลุซซา (Syamsul Lussa) ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการตลาด การท่องเที่ยวอินโดนีเซีย กล่าวนำในระหว่างการสนทนากับผมที่กระทรวงวัฒนธรรมและท่องเที่ยว ว่าการท่องเที่ยวของอินโดนีเซียยึดถือหลักปัญจสีลา หรือปัญจศีล ซึ่งอดีตประธานาธิบดีซูการ์โนได้บัญญัติขึ้นเพื

 เมื่อ พ.ศ. 2488 คือ 1.การนับถือพระเจ้าองค์เดียวกัน 2.การเป็นมนุษย์ที่เจริญและคงไว้ซึ่งความเที่ยงธรรม 3.ความเป็นเอกภาพของอินโดนีเซีย 4.ประชาธิปไตยแบบมีผู้แทน และ 5.ความยุติธรรมในสังคมชาวอินโดนีเซียทั้งมวล ทั้งนี้โดยยึดมั่นในคติพจน์ประจำชาติ ที่ว่า “เอกภาพในความหลากหลาย”

 สำหรับหลักการของการท่องเที่ยวนั้น มุ่งเน้นให้คนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบและดูแลแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ของตน เพราะเป้าหมายหลักของการท่องเที่ยวในอินโดนีเซียอยู่ที่วัฒนธรรมและธรรมชาติ เมื่อผมถามว่าเขามีวิธีที่จะบำรุงรักษาธรรมชาติอย่างไร คุณซายามซูลให้คำตอบว่า คนในแต่ละพื้นที่จะเป็นผู้กำหนดจำนวนของการสร้างที่พักและสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาพัก เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม และเพื่อผลของการท่องเที่ยวของแหล่งนั้นๆ ในระยะยาว

 นอกจากแหล่งท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี อย่างบาหลี ชวา ยอกยาการ์ตา ฯลฯ แล้วอินโดนีเซียก็มีนโยบายในการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เช่น กาลิมันตัน ปาปัวตะวันตก ฯลฯ และการท่องเที่ยวประเภทต่างๆ เช่น การดำน้ำ แหล่งเกษตรกรรม การล่องเรือ การเดินป่า เป็นต้น

 ด้านรายได้จากการท่องเที่ยวนั้น เมื่อปีที่แล้วอินโดนีเซียมีรายได้จากการท่องเที่ยว 7.37 พันล้านดอลลาร์ อยู่ในลำดับที่ 3 รองจากปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติซึ่งมียอดส่งออก 27.71 พันล้านดอลลาร์ และปาล์มน้ำมัน ที่มีมูลค่า 11.64 พันล้านดอลลาร์ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากสหรัฐ ยุโรป และออสเตรเลีย ส่วนในเอเชียจะเป็นญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ สำหรับนักท่องเที่ยวไทยยังมีไม่มากนัก เมื่อเปรียบเทียบกับนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียที่มาเที่ยวเมืองไทยแล้ว จะอยู่ในอัตรา 1 ต่อ 7 คือนักท่องเที่ยวไทยไปอินโดนีเซีย 1 คน ต่อนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียมาไทย 7 คน

 เมื่อผมถามถึงสถานการณ์ไข้หวัด เอช1เอ็น1 กับเหตุการณ์วางระเบิดโรงแรมเจดับลิว แมริออต และริทซ์-คาร์ลตันเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ว่ามีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของอินโดนีเซียมากน้อยเพียงไร คุณซายามซูล ตอบว่ามีผลกระทบบ้างแต่ไม่มากนัก โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับกรณีระเบิดที่เกาะบาหลีเมื่อปี 2545 เมื่อผมซักต่อไปว่าคิดว่าสื่อมวลชนตะวันตกมักจะเสนอข่าวในด้านลบของอินโดนีเซียหรือไม่ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการตลาดตอบว่าสื่อมวลชนตะวันตกมีสองมาตรฐานและมีอคติต่ออินโดนีเซีย แต่สิ่งที่ช่วยแก้ข่าวและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องก็คือคำพูดปากต่อปากของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาอินโดนีเซีย โดยยกตัวอย่างว่านักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียไม่ได้ใส่ใจกับคำเตือนของรัฐบาลหรือข้อเขียนของสื่อมวลชนมากนัก และยังพากันเดินทางมาเที่ยวอินโดนีเซียเป็นจำนวนมาก

 ผมจบการสนทนาซึ่งกินเวลาชั่วโมงเศษด้วยคำถามว่า อะไรคือปรัชญาของการส่งเสริมการท่องเที่ยวของอินโดนีเซีย คุณซายามซูลตอบทันทีว่า ปรัชญาของการท่องเที่ยวของอินโดนีเซียคือการส่งเสริมความเข้าใจอันดีในหมู่ชนชาติต่างๆ กับชาวอินโดนีเซีย และสิ่งที่มีค่าที่สุดของอินโดนีเซียในการมีโอกาสต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ใช่รายได้จากการท่องเที่ยว แต่เป็นการที่ได้รู้จักกันมากขึ้น และมิตรภาพอันแนบแน่น

 และนั่นคือแง่มุมบางส่วนเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของอินโดนีเซีย ที่ผมคิดว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวครับ