ข่าว

สภาวะไร้เสถียรภาพ

สภาวะไร้เสถียรภาพ

28 ส.ค. 2552

รัฐบาลไม่วางใจสถานการณ์บ้านเมือง หลังจากกลุ่มมวลชนเสื้อแดงประกาศนัดชุมนุมรอบใหม่วันที่ 30 สิงหาคม และจะไปปราศรัยหน้าทำเนียบรัฐบาล ทำให้ต้องใช้กฎหมายความมั่นคงเพื่อเป็นมาตรการรับมือความไม่สงบซึ่งอาจเกิดขึ้นเหมือนช่วงสงกรานต์ เพราะกลุ่มการเมืองหวังล้มรัฐบาล

การชุมนุมจะเกิดขึ้นหรือไม่ ยังไม่ปรากฏชัด หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เตือนแกนนำเสื้อแดงว่าอาจเกิดความวุ่นวาย และให้เลิกจัดชุมนุม ซึ่งแกนนำบางพื้นที่ก็เชื่อฟัง แต่กลุ่มในเมืองหลวงยังแสดงความตั้งใจจะดำเนินตามแผน ทั้งๆ ที่ไม่มีเหตุผล และแกนนำก็ไร้ความน่าเชื่อถือ เป็นที่น่าเบื่อหน่ายสำหรับประชาชน กลายเป็นกลุ่มป่วนเมือง

 การเปิดโปงโดยนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำคนเสื้อแดงคนหนึ่งซึ่งหนีหมายจับไปอยู่ต่างประเทศ ได้สะท้อนให้เห็นพฤติกรรมและจุดประสงค์ของแกนนำบางคนซึ่งอาศัยการชุมนุมเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน รวมทั้งหลอกเอาเงินจากผู้หวังให้เกิดความวุ่นวาย ทำให้สังคมรับรู้เบื้องหน้าเบื้องหลังของคนกลุ่มนี้ว่าไม่ได้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยหรือต่อต้านเผด็จการตามที่กล่าวอ้าง

 รัฐบาลสมควรใช้มาตรการทางกฎหมายจัดการกับกลุ่มป่วนเมือง มีเจตนาแอบแฝงและทำตัวเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ทันทีที่เกิดความไม่สงบในการชุมนุม หากปล่อยปละละเลย นอกจากทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้ใจแล้ว การทำงานของรัฐบาล และภาคเอกชน ที่มุ่งหวังให้เศรษฐกิจฟื้นตัวก็จะไร้ผล ทำให้ปัญหาหมักหมม ซึมลึก ยากต่อการแก้ไข

 ตัวอย่างของผลกระทบร้ายแรงต่อสภาวะเศรษฐกิจ สังคม คือ จ.เชียงใหม่ ซึ่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและธรุกิจที่เกี่ยวข้องเช่น โรงแรม รีสอร์ท ถูกทำลายยับเยิน จำนวนนักท่องเที่ยวแทบไม่มี หลังจากกลุ่มคนเสื้อแดงได้ก่อพฤติกรรมเลวร้าย ยกพวกปะทะฝ่ายตรงข้าม ไล่ทำร้ายผู้คน และประกอบอาชญากรรม ทำให้เชียงใหม่เสียหาย เป็นเหมือนบ้านป่า เมืองเถื่อน ทำให้จังหวัดใกล้เคียงต้องย่ำแย่ตามไปด้วย ดังเช่นที่ได้เกิดขึ้นกับเชียงราย ซึ่งคนเสื้อแดงได้มีกิจกรรมและสร้างความรุนแรงเช่นกัน

 การฟื้นฟูความสงบจำเป็นต้องอาศัยการรักษากฎหมายอย่างเข้มงวด ไม่ยอมให้กฎหมู่ใช้อำนาจหรือความรุนแรงจัดการฝ่ายตรงข้ามดังที่ได้เกิดขึ้น เพราะผู้ละเมิดกฎหมาย การทำร้ายร่างกายต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่ละเว้น การอ่อนข้อให้กลุ่มกดดันทางการเมืองเท่ากับสร้างบรรยากาศของการอยู่เหนือกฎหมาย ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม และไม่กล้าร้องเรียนอีกด้วย

 รัฐบาลได้ประกาศว่าเศรษฐกิจของประเทศอยู่ในช่วงการฟื้นตัว หากการเมืองยังไม่เป็นไปตามแบบที่ถูกต้อง เหมาะสม มีกลุ่มป่วนเมืองทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย ผลสุดท้ายประชาชนคือผู้ต้องรับกรรม ผู้ประกอบการลำบาก และสถานการณ์ไม่เอื้อต่อธุรกิจต่างๆ ทำให้สถานภาพของประเทศเสื่อมโทรม ขาดความน่าเชื่อถือ ถ้าหากรัฐบาลถูกมองว่าไม่กล้าใช้กฎหมายจัดการปัญหา ดังนั้น ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องใช้หลักการของกฎหมายรักษาความสงบในบ้านเมือง เป็นไปอย่างถูกทำนองคลองธรรม ถ้าล้มเหลว อนาคตของประเทศน่าจะมืดมนเป็นระยะเวลานาน