ข่าว

เมื่อความดื้อดึงเท่ากับการยอมรับ

เมื่อความดื้อดึงเท่ากับการยอมรับ

28 ส.ค. 2552

นับตั้งแต่ประเทศไทยมีกฎหมายห้ามขับขี่รถขณะเมาสุรา ตำรวจก็ต้องต่อสู้และปวดหัวกับบรรดาขี้เมาขาซิ่งทั้งหลาย เพราะคนเมาจำนวนไม่น้อยมักจะเข้าใจไปเองว่าตัวเองยังไม่เมา ยังสามารถทำอะไรต่อมิอะไรได้ตามความต้องการ

แม้ว่าในความเป็นจริงมันจะสวนทางกันก็ตาม คือ ถ้ามีเพื่อนคนไหนที่นั่งก๊งกันแล้วตาปรือพูดอ้อมแอ้มแล้วบอกว่า กรูยังไม่มาวววว ให้อนุมานได้เลยว่าเมาอย่างหนัก จนไม่สามารถครองสติได้แล้ว ยิ่งสมควรห้ามไม่ให้ขับขี่ยวดยานพาหนะ นอกจากจะเป็นอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่นแล้ว ยังผิดกฎหมายเต็มๆ

 เมื่อตำรวจเข้มงวดกับความผิดในข้อหานี้มากขึ้น มีการตั้งด่านตรวจเมาแล้วขับอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ชาวบ้านร้านช่องจึงมีโอกาสได้เสพข่าวและเฝ้าติดตามดูพฤติกรรมของดาราหรือผู้คนมีชื่อเสียงมากมาย ที่เมาแล้วขับเมื่อถูกจับก็เอะอะโวยวายตามกมลสันดาน ด้วยเข้าใจว่าการปฏิเสธไม่เป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์จะรอดพ้นความผิดตามกฎหมายเมาแล้วขับรถ และขี้เมาส่วนมากก็ยังเข้าใจอยู่เช่นนี้ จึงออกอาการฟาดงวงฟาดงาเอากับตำรวจ

 ผมเห็นใจตำรวจครับ เลยขอยกข้อกฎหมายที่ว่านี้มาบอกเล่าเก้าสิบ เผื่อว่าโอกาสหน้าจะได้เข้าใจกันให้ถูกต้อง เมื่ออยากจะเมาเราก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่เมาแล้วก็อย่าขับรถเท่านั้น ทุกคนก็อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเป็นปกติสุข

 ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 เรื่องการห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถ (1) ในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ (2) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น...และมาตรา 43 ทวิ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ หรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ตรวจการมีอำนาจจัดให้มีการตรวจสอบผู้ขับขี่ได้ ถ้าผู้ขับขี่ตามวรรคสองไม่ยอมให้กักตัวผู้นั้นไว้ตรวจสอบได้ภายในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นแห่งกรณี เพื่อให้การตรวจสอบเสร็จสิ้นโดยเร็ว

 ยังมีฉบับแก้ไขเพิ่มเติมอีกนะครับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการไม่ยอมเป่าโดยตรง คือ พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉ.6) พ.ศ.2542 มาตรา 43 จัตวา ในกรณีที่ผู้ตรวจการพบว่าผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 43 (1) หรือ (2) หรือมาตรา 43 ทวิ วรรคหนึ่ง ให้ส่งตัวผู้นั้นพร้อมพยานหลักฐานในเบื้องต้น แก่พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจโดยเร็ว แต่ต้องไม่เกิน 6 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่พบการกระทำความผิด เพื่อดำเนินคดีต่อไป

 พูดง่ายๆ ภาษาชาวบ้านก็คือ ความดื้อดึงทั้งหลายทั้งปวงนั้น จะว่าไปก็คือการยอมรับว่าเมาขับนั่นเอง !?!

 มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]