
ประชาชนต่อแถวถวายสักการะพระบรมศพแม้อากาศร้อนจัด
เจ้าหน้าที่คอยดูแลให้ประชาชนเดินเท้าเข้าในพระบรมหาราชวังอย่างสะดวกรวดเร็ว และอยู่ในร่มเงาในช่วงอากาศร้อนจัดให้มากที่สุด
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 25602 บรรยากาศการเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท หลังการเสด็จฯ สวรรคต 133 วัน ประชาชนจำนวนมาก จากทั่วสารทิศของประเทศไทย อาทิ จากจังหวัดอ่างทอง ลำพูน ขอนแก่น ชลบุรี ตาก สุโขทัย สระแก้ว ฯลฯ เดินทางมารอต่อแถวเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ตลอดทั้งวันตั้งแต่ช่วงเช้ามืด โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลจัดการให้ประชาชนเดินเท้าเข้าไปภายในพระบรมหาราชวังอย่างสะดวกรวดเร็ว และอยู่ในร่มเงาในช่วงอากาศร้อนจัดให้มากที่สุด
นายอำนวย กลิ่นอยู่ ประธานมูลนิธิส่งเสริมช่วยผู้ด้อยโอกาสและคนพิการ กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่มูลนิธิฯได้รับโอกาสให้เข้าร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลในวันนี้ พวกเรารู้สึกยินดีและเป็นเกียรติมาก เพราะพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อผู้พิการ และต่อประเทศไทยอย่างมาก ด้วยพระบารมีของพระองค์ทำให้คนไทยมีความเป็นอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา
“ผมพิการทางสายตา เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว ในหลวง ร.9 ท่านเสด็จฯ หัวหิน ผมได้มีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จและพระองค์ท่านก็ได้รับผมไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผมก็ได้รับการรักษาตา แต่รักษาไม่หาย พระองค์ท่านจึงได้ส่งเสียให้ผมได้เรียนหนังสือจนสามารถประกอบอาชีพได้ นอกจากนี้ พระองค์ยังมีพระมหากรุณาธิคุณต่อผู้พิการอย่างมากมาย เพราะหากไม่ได้พระองค์พระราชทานความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ พวกเราก็คงไม่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขเช่นทุกวันนี้ ส่วนมูลนิธิฯเราก็ทำหน้าที่ดูแลส่งเสริมด้านสวัสดิการแก่ผู้พิการให้สามารถช่วยเหลือพึ่งพาตนเองได้”
ด้าน นายสุธน จิตร์มั่น นายกสมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า รู้สึกปลาบปลื้มใจอย่างหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชนุญาตให้ตนและสมาคมมีโอกาสได้ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เห็นประชาชนชาวไทยจำนวนมากได้มีโอกาสใกล้ชิดพระบรมวงศานุวงศ์ด้วยการเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพเป็นครั้งสุดท้าย
“สมาคมเองเคยมีโอกาสทำกิจกรรมปลูกป่าถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และยังน้อมนำแนวพระราชดำริต่าง ๆ ของพระองค์มาเป็นแนวทางในการดำเนินงานของสมาคม โดยเฉพาะเรื่องความเพียร และความอุตสาหะ เนื่องจากสมาคมมีความเกี่ยวข้องกับกีฬา จึงน้อมนำหลักคำสอนเรื่องความพยายามดังในเรื่องพระมหาชนก ที่พระองค์พระราชนิพนธ์พระราชทานแก่ชาวไทย มาเป็นแนวทางในการฝึกกีฬาให้ประสบความสำเร็จ นับว่าทรงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่นักกีฬาและสมาชิกของสมาคมทุกคนเป็นอย่างมาก” นายสุธน กล่าว
น.ส.นพลักษณ์ ศิริพรอมาตย์ อายุ 64 ปี ชาว อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เดินทางออกจากบ้านมาคนเดียว ครั้งนี้มากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งที่ 2 แล้ว เมื่อได้เข้าไปก็รู้สึกปลื้มปีติที่ได้มากราบสักการะพระองค์ ตั้งแต่เกิดมาก็เห็นพระองค์ทรงงานมาตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศ แม้จะเป็นที่ทุรกันดารหรือเดินทางยากลำบาก โดยเฉพาะบนดอยที่พระราชทานโครงการหลวง ส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกพืชทดแทนการปลูกฝิ่น ตัวเองรักพระองค์มากที่ทรงมีพระเมตตาต่อประชาชนทุกหมู่เหล่า หากมีโอกาสก็จะเดินทางมากราบสักการะพระองค์อีก เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อคนไทย
นางดวงพร พรไกรวัล พนักงานเอกชน อายุ 47 ปี พร้อมด้วย นางสุนทรียา ประไพทรัพย์ อายุ 46 ปี และเพื่อนๆ ที่เดินทางมาร่วมสวดบำเพ็ญกุศล อุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต่างเผยว่ารู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณทุกครั้งที่นึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะตั้งแต่เกิดมาก็เห็นทรงทำงานอย่างหนักไม่เคยหยุดพัก
นางสุนทรียา เผยว่า เป็นครั้งแรกที่ได้มาสักการะพระบรมศพ โดยตัวเองเดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยความตั้งใจ ที่ผ่านมาทำงานเยอะมาก แต่ก็พยายามหาเวลาที่ลงตัวมากราบพระองค์ให้ได้สักครั้ง โดยเชื่อว่าทุกๆ อย่างที่พระองค์ทำ หรือทรงโปรดรับสั่งแก่ประชาชน นั้นมีประโยชน์ทุกๆ เรื่อง เราสามารถนำมาปรับใช้ได้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ถึงเวลานี้พระองค์ท่านไม่อยู่กับเรา ก็จะตั้งใจศึกษาเรื่องต่างๆ ให้มากขึ้น หยิบเอามาปรับใช้ชี้นำชีวิตให้ไปในทางที่ดีได้
ส่วนนางดวงพร เสริมว่า รักเเละเคารพพระองค์ท่านมากๆ เพราะทรงทำงานอย่างจริงจัง นึกถึงประโยชน์ของพสกนิกรเสมอ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค นับเป็นแบบอย่างในการทำงานให้ตัวเองในทุกวันนี้



