
คลังเล็งเพิ่มภาษีที่ดินเชิงพาณิชย์ท้องถิ่นรายได้หดตั้งเพดาน1.5%
คลังเล็งปรับอัตราเพดานภาษีที่ดินเชิงพาณิชย์ใหม่ เพิ่มเพดานอยู่ที่ 1.5% จากเดิมตั้งไว้ 0.5% อ้างองค์กรส่วนท้องถิ่นร้องทำให้รายได้ลดลงกว่าเดิม ส่วนที่อยู่อาศัยและทำการเกษตรอัตราคงเดิม คาดสรุปได้เร็วๆ นี้ ก่อนเสนอ ครม.ดันเข้าสภา
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)กล่าวว่า หลังจากกระทรวงการคลังจัดสัมมนาระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั่วประเทศ ทำให้มีข้อเสนอจากภาคเอกชนและผู้เกี่ยวข้องเข้ามามาก เพื่อนำมาปรับปรุงในร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่กำลังจะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ โดยเฉพาะประเด็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสนอว่า อัตราภาษีที่ดินเชิงพาณิชย์ในระดับ 0.5% นั้น ต่ำเกินไปทำให้รายได้ที่จัดเก็บลดลง จึงอาจจะขยายเพดานสูงสุดเป็น 1.5% โดยให้ท้องถิ่นมีความยืดหยุ่นในการปรับเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต เพราะในปีแรกคณะกรรมการกำหนดอัตราภาษีจะไม่จัดเก็บภาษีเต็มเพดานอยู่แล้ว
“จ.ระยอง เสนอว่า ภาษี 0.5% นั้น ทำให้รายได้ต่อปีลดลง ซึ่งเมื่อคำนวณดูแล้วก็พบว่าจริง เพราะระยองมีพื้นที่เชิงพาณิชย์จำนวนมาก จึงอาจจะขยายเพดานไว้สูงสุดที่ 1.5% ส่วนที่อยู่อาศัยยังเก็บที่ 0.1% และพื้นที่การเกษตรยังเก็บที่ 0.05% เท่าเดิม ซึ่งปีแรกที่อยู่อาศัยอาจเก็บที่ 0.05% ก็ได้ และด้านการเกษตรก็ลดลงไปอีก แต่คนจนและเกษตรกรยากจนก็ยังได้รับการยกเว้น แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนได้ รวมถึงที่ดินการเกษตร และที่ดินที่จัดว่ารกร้างว่างเปล่า ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีคำจำกัดความชัดเจน โดยอาจกำหนดว่าต้องมีการปลูกพืช 3 ใน 4 ของพื้นที่จึงเข้าข่ายทำการเกษตร” นายสมชัย กล่าว
นอกจากนั้นยังมีประเด็นที่เอกชนเสนอมา กรณีของแลนด์แบงก์ที่เก็บไว้เพื่อรอลงทุนทำโครงการอสังหาฯ ในอนาคตนั้น จะขอให้พิจารณาจัดเก็บภาษีเป็นเชิงพาณิชย์มากกว่าจะคิดอัตราภาษีกรณีที่ดินรกร้างว่างเปล่า ซึ่งคงต้องมาพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อเสนอให้จัดตั้งกองทุนธนาคารที่ดินขึ้น เพื่อเข้าไปรับซื้อที่ดินว่างเปล่าที่จะถูกปล่อยออกมาในตลาด โดยให้เอาเงินภาษีที่ดินมาจัดตั้งและซื้อมาทำประโยชน์เช่าหรือขายให้ผู้มีรายได้ต่อไป



