ข่าว

คณะแพทย์มข.ยืนยันทำตามพินัยกรรมหลวงพ่อคูณ 

คณะแพทย์มข.ยืนยันทำตามพินัยกรรมหลวงพ่อคูณ 

22 ก.พ. 2560

คณบดีคณะแพทย์มข.แถลงยืนยันทำตามพินัยกรรมหลวงพ่อคูณจะดำเนินการสร้างเจดีย์ครอบบริเวณเผาสรีระสังขารที่พุทธมณฑลอีสาน ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้เผาในวัดเพราะพื้นที่คับแคบ

 

          เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 22 ก.พ.60 รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นั่งโต๊ะแถลงข้อข้องใจ หลังจากที่น้องสาวหลวงพ่อคูณ และญาติของหลวงพ่อคูณ ได้เดินทางมายื่นหนังสือกับอธิการบดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น  เพื่อทวงคืนสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ โดยระบุว่า มหาวิทยาลัยทำผิดเงื่อนไขไม่ตรงตามพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณ

          รศ.นพ.ชาญชัย กล่าวว่ารู้จักคุณยายคำมั่น น้องสาวหลวงพ่อคูณตั้งแต่ตอนทำบุญ สิ่งที่อยากจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมคือ จริง ๆ เรื่องนี้ได้คุยกันมาอย่างต่อเนื่อง การที่เราจะดำเนินการเกี่ยวกับสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณได้ดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนอยู่แล้ว โดยจะดองร่างของท่าน 1 ปี ในอ่างแก้ว จากนั้นจะนำร่างของท่านมาเป็นครูใหญ่ เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้เป็นเวลา 2 ปี  จากนั้นก็จะประกอบพิธีพระราชานเพลิงศพครูใหญ่พร้อมกับครูใหญ่ท่านอื่นๆ ในรุ่นหลวงพ่อคูณซึ่งมี่ประมาณ 500 ท่าน ในปี 2561 นี้  โดยยืนยันว่าทางคณะแพทย์ยังดำเนินการตามพินัยกรรมทุกอย่าง 

          อย่างเช่นในพินัยกรรมข้อ 3 ที่ระบุว่าเมื่อสิ้นสุดการศึกษาค้นคว้าของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว ให้จัดงานแบบเรียบง่าย ละเว้นการพิธีสมโภชใดๆ และห้ามขอพระราชทานเพลิง โกศ และพระราชพิธีอื่นๆ เป็นกรณีพิเศษเป็นการเฉพาะ กระทำพิธีเช่นเดียวกับการจัดพิธีศพของอาจารย์ใหญ่ นักศึกษาแพทย์ประจำปีร่วมกับอาจารย์ใหญ่ท่านอื่น แล้วเผา ณ ฌาปนสถานวัดหนองแวง พระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น หรือวัดอื่นใดที่คณะแพทยศาสตร์เห็นสมควรและเหมาะสม โดยทำพิธีเผาให้เสร็จสิ้นที่ จ.ขอนแก่น โดยเรื่องนี้ รศ.นพ.ชาญชัย ระบุว่า พิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวงมา 10 ปีแล้ว และจะมีพิธีพระราชทานเพลิงต่อไปเรื่อยๆ โดยผู้ดำเนินการคือ นักศึกษาคณะแพทย์ ซึ่งหลวงพ่อคูณจะเป็นหนึ่งในสรีระสังขารที่จะนำไปประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพด้วย โดยก่อนจะนำไปฌาปนกิจศพนั้น จะมีการนำเอาร่างครูใหญ่ทุกร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาก่อนที่หอประชุมเอนกประสงค์กาญจนาภิเษก ก่อนนำไปฌาปนกิจ

          ส่วนการนำไปฌาปนกิจที่ี่วัดหนองแวง หรือวัดอื่นใดที่คณะแพทย์เห็นสมควรและเหมาะสมนั้น โดยพิธีเผาให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นในจังหวัดขอนแก่น เมื่อเผาเสร็จแล้ว อัฐิ เถ้าถ่าน ให้นำไปลอยอังคารที่ จ.หนองคาย

          เรื่องนี้ รศ.นพ.ชาญชัย กล่าวว่า ข้อนี้แสดงให้เห็นว่าหลวงพ่อคูณท่านไม่ให้เก็บอะไรไว้เลย โดยเฉพาะขั้นตอนการฌาปนกิจศพนั้นทางคณะแพทย์ได้จัดเตรียมเผาด้วยการใช้ตะแกรงรอง 2 ชั้น และจะไม่ให้ใครเข้าไปได้ และเมื่อเผาเสร็จจะนำเถ้ากระดูกท่านไปลอยอังคารที่ จ.หนองคายทันที โดยจะทำทุกอย่างให้เป็นไปตามพินัยกรรม

          “ถึงตอนนี้แล้วขอเรียนว่า เราเตรียมการวางแผน นำร่างของหลวงพ่อคูณไปประกอบพิธี โดยทำเมรุลอยที่พุทธมณฑลอีสาน เพราะพื้นที่ดังกล่าวเหมาะสม เนื่องจากกว้างขวาง และพื้นที่ใกล้กันมีแนวคิดขยายพื้นที่ทำเป็นโรงพยาบาล ส่วนจุดที่จะฌาปนกิจศพนั้น มีแนวคิด 2 ทางคืออาจจะเอาไปประกอบพิธีที่วัด หรือ ขอให้วัดไปทำเจดีย์ครอบจุดที่เผา เพราะตามความเชื่อแล้วหากมีการเผาศพพระอริยสงฆ์ พื้นที่ที่เผา ต้องห้ามคนเข้าไปเหยียบย่ำ อาจจะต้องมีการสร้างเจดีย์ครอบเอาไว้ ทำสัญลักษณ์ของท่านเอาไว้ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ระลึกถึง ว่าหลวงพ่อคูณมีคุณูปการต่อคณะแพทย์เพียงใด แต่คงจะต้องปรึกษาหารือทุกฝ่ายก่อน”รศ.นพ.ชาญชัย กล่าว

          รศ.นพ.ชาญชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “เบื้องต้นจะพยายามทำให้ตรงกับพินัยกรรม สถานที่ประกอบพิธีจะให้อยู่ในพื้นที่ของวัดหนองแวง พระอารามหลวง หรือวัดธาตุเมืองเก่า  อ.เมือง จ.ขอนแก่น เนื่องจากวัดธาตุเมืองเก่าหลวงพ่อคูณเป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาพื้นที่พุทธมณฑล อาจจะสะดวกในการดูแลรักษา อีกทั้งตามพินัยกรรมกำหนดผู้จัดการพินัยกรรมไว้ โดยในข้อที่ 6 ให้นายอำเภอด่านขุนทด ศึกษาธิการอำเภอด่านขุนทด และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกันเป็นผู้จัดการศพมีอำนาจดำเนินการ ให้เป็นไปตามพินัยกรรมนี้ โดยนายอำเภอด่านขุนทด ไม่เคยเห็นพินัยกรรมฉบับนี้มาก่อน เนื่องจากวันที่หลวงพ่อคูณละสังขารท่านอยู่กรุงเทพฯ แต่ได้มีการติดต่อกันแล้ว

          ด้านศึกษาธิการอำเภอด่านขุนทดได้มีการยุบตำแหน่งนี้ไปแล้ว ขณะนี้มีศึกษาธิการอำเภอด่านขุนทดท่านใหม่มาแทน หากมีความจำเป็นจะทำการปรึกษาหารือกัน ขณะนี้ต้องพยายามทำให้เป็นไปตามพินัยกรรมให้ได้มากที่สุด

          สำหรับการสร้างโรงพยาบาลศรีนครินทร์นั้น รศ.นพ.ชาญชัย กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอใช้พื้นที่วัด ที่ดิน กำหนดเขต และกำลังจะทำเรื่องขอเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์จากที่สาธารณะมาเป็นที่ดินใช้ประโยชน์หลังจากนั้นจึงจะทำเรื่องขอเปลี่ยนเป็นที่ราชพัสดุเพื่อใช้สร้างโรงพยาบาล ตอนนี้ขั้นตอนอยู่ระหว่างการดำเนินการ สำรวจล่าสุดมีพื้นที่ประมาณ 360 ไร่ ใช้ได้จริง 150-200 ไร่ อีกประมาณ 150 ไร่จะต้องขุดให้ลึกเพื่อเก็บน้ำไว้ดังเดิมโดยจะเป็นโรงพยาบาลที่อยู่กลางน้ำ จากการวางแผนจะให้พระธาตุของหลวงพ่อคูณอยู่ติดกับฝั่งพุทธมณฑล โดยเห็นว่าเป็นที่เหมาะสม ”



 

พินัยกรรมหลวงพ่อคูณ

          หลวงพ่อคูณมรณภาพเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2558 ระหว่างเข้ารับการรักษาภายในห้องอายุรกรรมผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาตอนนั้นเกือบจะมีปัญหาเรื่องการจัดงานบำเพ็ญกุศลศพ ที่ลูกศิษย์และกรรมการวัดบ้านไร่ ต้องการจัดที่วัดบ้านไร่ ซึ่งถือเป็นจุดศูนย์รวมของบรรดาญาติโยม และประชาชนผู้เลื่อมใสศรัทธาสามารถเดินทางไปร่วมงานได้อย่างสะดวก แต่เนื่องจากหลวงพ่อคูณ ได้ทำพินัยกรรมไว้ก่อนมรณภาพ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2543 ทำให้การจัดงานศพจึงเป็นไปอย่างราบรื่น

          ความจริงแล้ว ก่อนละสังขาร หลวงพ่อคูณ ทำพินัยกรรมไว้ 2 ฉบับ ๆ แรก ทำไว้เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2536 แต่ยกเลิกไป และทำพินัยกรรมฉบับที่สอง เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2543 โดยมีพยานรับรอง 4 คน คือ 1.รศ.สุขชาติ  เกิดผล รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) 2.นายประทีป วงษ์กาญจนรัตน์ 3.นายธวัช เรืองหร่าย ไวยาวัจกรวัดบ้านไร่ และ 4.นายเนาวรัตน์ สังการกำแหง นิติกร 8 (ชำนาญการ) มข. และมอบหมายให้นายอำเภอด่านขุนทด ศึกษาธิการอำเภอด่านขุนทด และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. ร่วมเป็นผู้จัดการศพ มีอำนาจดำเนินการให้เป็นไปตามพินัยกรรม

          เนื้อหาในพินัยกรรมระบุว่า 1.ให้มอบศพแก่มหาวิทยาลัยขอนแก่นภายใน 24 ชั่วโมง หลังมรณภาพลง เพื่ออุทิศร่างเป็นอาจารย์ใหญ่ให้กับคณะแพทยศาสตร์ 2.ให้ทำพิธีสวดพระอภิธรรมที่คณะแพทยศาสตร์ 7 วัน ตั้งแต่วันที่มรณภาพลง

          3.เมื่อสิ้นสุดการศึกษาค้นคว้าของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว ให้จัดงานแบบเรียบง่าย ละเว้นการพิธีสมโภชใดๆ และห้ามขอพระราชทานเพลิง โกศ และพระราชพิธีอื่นๆ เป็นกรณีพิเศษเป็นการเฉพาะ กระทำพิธีเช่นเดียวกับการจัดพิธีศพของอาจารย์ใหญ่นักศึกษาแพทย์ประจำปีร่วมกับอาจารย์ใหญ่ท่านอื่น แล้วเผา ณ ฌาปนสถานวัดหนองแวง พระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น หรือวัดอื่นใดที่คณะแพทยศาสตร์เห็นสมควรและเหมาะสม โดยทำพิธีเผาให้เสร็จสิ้นที่ จ.ขอนแก่น และ 4.อัฐิ เถ้าถ่าน และเศษอังคารทั้งหมด ให้นำไปลอยที่แม่น้ำโขง จ.หนองคาย ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม