
มข.เตรียมแถลงหลังน้องสาวหลวงพ่อคูณทวงสรีระ
คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข.เตรียมแถลงหลังน้องสาวหลวงพ่อคูณ ทวงสรีระสังขาร เพื่อขอเอาไปทำพิธีกรรมทางศาสนา
จากกรณีที่นางคำมั่น วงษ์กาญจนรัตน์ อายุ 91 ปี น้องสาวพระเทพวิทยาคมหรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ที่ 1 ต.บัวชุม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี พร้อมด้วยนายบุญเทิด วงษ์กาญจนรัตน์ นายสุดท้าย วงษ์กาญจนรัตน์ บุตรชายและหลานชาย รวมทั้งนายเรียน บ่วงขุนทด กรรมการวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา นายสนอง หวังหยิบกลาง อายุ 45 ปี เหรัญญิกและกรรมการฝ่ายบริหารวัดบ้านไร่ ได้เข้ายื่นหนังสือถึงรศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตน์ศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมีนายธัญญา ภักดี ผอ.กองกลาง ม.ขอนแก่น เป็นผู้รับเรื่องแทนนั้น
เรื่องนี้ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เตรียมแถลงเรื่องที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะกรณีพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณปริสุทโท โดยจะใช้ห้องประชุมของคณะแพทย์ มข. บริเวณชั้น 6 เป็นสถานที่แถลงข่าว
สำหรับพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ นั้นทำไว้ล่วงหน้า 2 ฉบับ โดยฉบับแรก ทำเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2536 ฉบับที่สอง ทำเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2543 โดยมีพยานรับรอง 4 คน คือ 1.รศ.สุขชาติ เกิดผล รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) 2.นายประทีป วงษ์กาญจนรัตน์ 3.นายธวัช เรืองหร่าย ไวยาวัจกรวัดบ้านไร่ และ 4.นายเนาวรัตน์ สังการกำแหง นิติกร 8 (ชำนาญการ) มข. ร่วมลงลายมือชื่อ และมอบหมายให้นายอำเภอด่านขุนทด ศึกษาธิการอำเภอด่านขุนทด และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. ร่วมเป็นผู้จัดการศพ มีอำนาจดำเนินการให้เป็นไปตามพินัยกรรม
โดยเนื้อหาในพินัยกรรมระบุว่า 1.ให้มอบศพแก่มหาวิทยาลัยขอนแก่นภายใน 24 ชั่วโมง หลังมรณภาพลง เพื่ออุทิศร่างเป็นอาจารย์ใหญ่ให้คณะแพทยศาสตร์ 2.ให้ทำพิธีสวดพระอภิธรรมที่คณะแพทยศาสตร์ 7 วัน ตั้งแต่วันที่มรณภาพลง 3.เมื่อสิ้นสุดการศึกษาค้นคว้าของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้ว ให้จัดงานแบบเรียบง่าย ละเว้นการพิธีสมโภชใดๆ และห้ามขอพระราชทานเพลิง โกศ และพระราชพิธีอื่นๆ เป็นกรณีพิเศษเป็นการเฉพาะ
และกระทำพิธีเช่นเดียวกับการจัดพิธีศพของอาจารย์ใหญ่นักศึกษาแพทย์ประจำปีร่วมกับอาจารย์ใหญ่ท่านอื่น แล้วเผา ณ ฌาปนสถานวัดหนองแวง พระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น หรือวัดอื่นใดที่คณะแพทยศาสตร์เห็นสมควรและเหมาะสม โดยทำพิธีเผาให้เสร็จสิ้นที่ จ.ขอนแก่น และ 4.อัฐิ เถ้าถ่าน และเศษอังคารทั้งหมด ให้นำไปลอยที่แม่น้ำโขง จ.หนองคาย ตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม



