ข่าว

กทม.สำรวจโลกออนไลน์ ค้านเลิก "BRT"

กทม.สำรวจโลกออนไลน์ ค้านเลิก "BRT"

22 ก.พ. 2560

กทม.สำรวจเสียงชาวเน็ต หนุน-ค้านรถ"บีอาร์ที" พบ"ทวิตเตอร์"ไม่เห็นด้วยมากสุด พร้อมวิเคราะห์ "ดี-ด้อย"

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ผ่านมากรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้วิเคราะห์ความเห็นของประชาชนจากสื่อออนไลน์ ต่อการยกเลิกโครงการรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ(บีอาร์ที)  โดยพบว่าระหว่างวันที่ 1-20 ก.พ. มีการเสนอข้อมูลลการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อออนไลน์ใน 5 ช่องทาง ประกอบด้วย ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก เว็บบอร์ด เว็บข่าว และยูทูบ รวมจำนวนทั้งสิ้น 4,852 ข้อความ โดยช่องทางทวิตเตอร์เป็นช่องทางที่นำเสนอข้อมูลมากที่สุด จำนวน 4,367 ข้อความ คิดเป็นร้อยละ 90 อันดับสอง เว็บบอร์ด จำนวน 312 ข้อความ คิดเป็นร้อยละ 6.43 อันดับสาม เว็ปข่าว จำนวน 91 ข้อความ คิดเป็นร้อยละ 1.88 อันดับสี่เฟซบุ๊ก จำนวน 62 ข้อความ คิดเป็นร้อยละ1.28 และอันดับห้า ยูทูบ จำนวน 20 ข้อความ คิดเป็นร้อยละ 0.41
 
     เมื่อจำแนกข้อความตามทัศนคติที่มีการนำเสนอผ่านช่องทางต่างๆ พบการเสนอข้อมูลเชิงบวก ที่เห็นด้วยกับการยกเลิกโครงการบีอาร์ที มีจำนวนสูงสุดผ่านช่องทางเว็บบอร์ด จำนวน 108 ข้อความ ขณะที่ข้อมูลเชิงลบที่ไม่เห็นด้วยต่อการยกเลิกโครงการบีอาร์ที มีจำนวนสูงสุดผ่านช่องทางทวิตเตอร์ จำนวน 2,785 ข้อความ ส่วนข้อมูลทั่วไปมีการนำเสนอผ่านช่องทางทวิตเตอร์มากที่สุด 1,559 ราย อย่างไรก็ตาม เมื่อสรุปรวมทุกช่องทาง ปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่นำเสนอข้อมูลเชิงลบที่ไม่เห็นด้วยการการยกเลิกโครงการรถบีอาร์ทีจำนวน 3,003 ข้อความ คิดเป็นร้อยละ 61.89 รองลงมาเป็นการเสนอข้อมูลทั่วไปจำนวน 1,707 ข้อความ คิดเป็นร้อยละ 35.18 และนำเสนอข้อมูลเชิงบวกที่เห็นด้วยกับการยกเลิกโครงการมีจำนวน 142 คิดเป็นร้อยละ 2.93 
 
    ทั้งนี้ เมื่อวิเคราะห์ทัศนคติของประชาชนเกี่ยวกับโครงการรถบีอาร์ที สามารถสรุปประเด็นและข้อเสนอในเชิงบวกที่เห็นด้วยในการยกเลิกโครงการ อาทิ โครงการรถบีอาร์ทียังไม่ตอบโจทย์การเดินทางของคนในพื้นที่ เช่น เส้นทางการเดินรถดับซ้อนกับเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีอยู่ในตำแหน่งที่ไม่สะดวก เข้าถึงได้ยาก รถไม่สามารถทำความเร็วได้ตามกำหนด เพราะมีรถอื่นเข้ามาในช่องทางรถบีอาร์ที ความถี่ของรถมีน้อย โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน นอกจากนี้ เป็นโครงการที่เกิดจากการหาเสียง มีผู้ใช้บริการเฉพาะกลุ่มและมีจำนวนไม่มาก จึงไม่เกิดประโยชน์ในวงกว้าง และทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนส่วนใหญ่ได้รับความเดือดร้อน จากช่องทางจราจรที่หายไป
 
    นอกจากนี้ ข้อเสนอทั้งในเชิงบวกที่เห็นด้วยในการยกเลิกโครงการเห็นว่า มีระยะทางเดินรถที่สั้นเกินไปและเส้นทางไม่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่น รวมถึงทำให้ถนนเป็นคอขวดและเสียช่องจราจร ทั้งยังเพิ่มปัญหาจราจรติดขัดในถนนพระราม 3 ขณะเดียวกันการบริหารจัดการเดินรถยังไม่เป็นมืออาชีพ ทำให้เกิดสภาวะขาดทุนสะสมต่อเนื่อง ต้องนำเงินภาษีประชาชนไปอุดหนุนโครงการ อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอระบุอีกว่าหากยกเลิกโครงการไปแล้วควรจัดหารถโดยสารประจำทางมาให้บริการและมีช่องทางพิเศษเช่นเดิม โดยเฉพาะในช่วงเวลา 06.30-09.00 น. และ 16.30-19.00 น.เพื่อให้บริการประชาชน โดยในระยะยาวควรเปลี่ยนเป็นโมโนเรลบริเวณคลองกลางถนน เพื่อเชื่อมโยงกับระบบขนส่วนมวลชนหลัก
 
    ส่วนข้อเสนอเชิงลบที่ไม่เห็นด้วยต่อการยกเลิกโครงการนี้ อาทิ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสนับสนุนให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งมวลชนในการเชื่อมต่อการเดินทาง แม้จะยังไม่สมบูรณ์แบบ ควรประเมินความคุ้มค่าของโครงการก่อนพิจารณาดำเนินการใดๆ เนื่องจากมีการลงทุนทั้งอาคารสถานี ระบบและตัวรถไปแล้วจำนวนมาก หากยกเลิกจะทำให้การลงทุนเกิดความสูญเปล่า โดยให้คำนึงประโยชน์ที่ประชาชนได้รับเป็นสำคัญ และการศึกษาปัญหาที่ทำให้ประสบภาวะขาดทุนให้ชัดเจนและหาแนวทางแก้ไขก่อน โดยเฉพาะการปรับปรุงการบริหารจัดการเดินรถ เช่น เพิ่มอัตราค่าโดยสารให้เหมาะสม โดยอาจคิดตามระยะทาง ขยายเส้นทางให้ครอบคลุมพื้นที่และออกไปชานเมือง รวมทั้งให้เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่น เพื่อรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น เพิ่มความถี่และจำนวนรถในช่วงเวลาเร่งด่วน

    "อยากให้ออกกฎหมายควบคุมการใช้ช่องทางรถบีอาร์ที ปรับสัญญาณไฟจราจรบริเวณทางแยกและจุดตัดเส้นทางรถบีอาร์ที ลดต้นทุนค่าดำเนินการและหารายได้จากส่วนอื่น เช่น การให้เช่าพื้นที่บนสถานี หรือ เปิดประมูลให้สัมปทานเอกชน เข้ามาบริหารจัดการเดินรถ อย่างไรก็ตาม เหตุผลยกเลิกโครงการ เนื่องจากขาดทุนเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นบริการสาธารณะที่ลงทุนโดยรัฐ เพื่อให้บริการประชาชน โดยไม่หวังผลกำไร แต่ให้ขาดทุนน้อยที่สุด จึงควรวัดความสำเร็จของโครงการจากด้านอื่นด้วย เช่น ปริมาณผู้โดยสาร ความรวดเร็วในการเดินทาง คุณภาพชีวิตของประชาชน และมลพิษทางอากาศ เป็นต้น" รายงานข่าวระบุ