ข่าว

"องค์กรสงฆ์"ร่วมแก้ปัญหาธรรมกาย

"องค์กรสงฆ์"ร่วมแก้ปัญหาธรรมกาย

21 ก.พ. 2560

องค์กรสงฆ์ร่วงวงแก้ปัญหาธรรมกาย. เจ้าคณะจังหวัดปทุมเผยพระลูกวัดธรรมกายเดินทางเข้าออกได้ ร่วมสอบบาลี 210 รูป เผยสังฆราชทรงห่วงให้เลขาฯโทรสอบถามปมปัญหาธรรมกายตลอด


          21 ก.พ. 60 - พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)พร้อมด้วย พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ รองโฆษกดีเอสไอ แถลงข่าวภายหลังการประชุมร่วมระหว่างตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และพระราชกิตติเมธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เพื่อประเมินสถานการณ์ 
          พระราชกิตติเมธี กล่าวว่า กรณีที่มีข่าวว่าทางพระของวัดพระธรรมกายไม่สามารถเดินทางไปสอบบาลีได้นั้น ในข้อเท็จจริงมีการตกลงไว้ตั้งแต่ 19 ก.พ. กับอธิบดีดีเอสไอแล้ว ว่าได้อนุญาตให้ออกไปสอบได้ โดยไม่ได้มีการปิดกั้นแต่อย่างใด ในวันนี้ยังมีพระลูกวัดพระธรรมกายมาสอบถึง 210 รูป จากทั้งหมด 542 รูป ในส่วนของการตรวจสอบใบสุทธิ ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ เนื่องจากเอกสารมีจำนวนมาก และบางส่วนหาไม่เจอเนื่องจากปัญหาน้ำท่วม โดยเบื้องต้นมีข้อมูลว่าพระที่สังกัดวัดพระธรรมกายมีจำนวนกว่า 1,000 รูป
          ด้านผู้แทนสำนักพระพุทธศาสนา ยอมรับว่า ที่ผ่านมาไม่สามารถเจรจากับพระที่มีอำนาจบริหารภายในวัดได้ แต่เป็นการประสานผ่านผู้แทนที่ทางวัดพระธรรมกายส่งมาทำให้ จึงเกิดปัญหาความล่าช้าในการต่อรอง โดยพระที่มีอำนาจสูงสุดที่ได้พบคือ พระมหาสมชาย  ฐานวุฑโฒ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ทั้งนี้ ทางพระเลขานุการของสมเด็จพระสังฆราช ฯ ได้โทรศัพท์สอบถามเหตุการณ์ตลอดเวลา เนื่องจากมีความห่วงใยพระสงฆ์ และประชาชน ซึ่งทางคณะสงฆ์และทุกภาคส่วนไม่ได้นิ่งนอนใจได้ช่วยกันแก้ปัญหาตลอด โดยมีการเจรจาทั้งเช้าถึงเย็นหลายรอบ และมีการประสานให้พระธัมมชโยให้มอบตัว แต่ยังไม่มีการตอบรับมา ทั้งนี้ ทางวัดพระธรรมกายก็ยอมรับว่าการปฏิบัติของดีเอสไอไม่ได้ใช้ความรุนแรง
          ด้านพ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวว่า การปฏิบัติการวันนี้ได้มีการพูดคุยต่อรอง เพื่อเข้าตรวจค้นหลายจุด โดยมีการเจรจาตลอดทั้งวันรวมถึงคืนนี้ด้วย ซึ่งดีเอสไอจะให้เวลาทางวัดพระธรรมกายถึง 10.00 น. ของวันที่ 22 ก.พ. หากทางวัดไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นโซนเอและโซนบีภายในวัดพระธรรมกาย ก็จะปรับแผนปฏิบัติการวางกำลังในแต่ละประตูรวมถึงจุดเป้าหมาย เพื่อให้เกิดการกระทบกระทั่งน้อยที่สุด โดยเบื้องต้นได้มีการพูดคุยถึงแผนปฏิบัติการไว้แล้ว เนื่องจากทางวัดยังมีกลุ่มที่ต่อต้านอยู่ หากพระธัมมชโยไม่อยู่ในวัดจริง ก็ไม่จำเป็นต้องขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งการตรวจค้นจุดเดิมเพื่อไม่ให้เกิดข้อสงสัยและตอบคำถามประชาชนได้
          พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวย้ำว่า การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ต้องทำตามหลักกฎหมายไม่อาจละเมิดสิทธิ์บุคคลใดได้ แม้มีอำนาจตามมาตรา 44 อย่างไรก็ตาม การประกาศตามมาตรา 44 ก็เพื่อให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มีประสิทธิภาพ หากการปฏิบัติงานยังไม่ประสบผลสำเร็จก็ไม่มีเหตุจำเป็นให้ยกเลิกมาตรา 44  แต่หากได้เข้าตรวจค้นแล้วมีผลเป็นอย่างไรก็อาจมีเหตุผลเพียงพอเสนอให้รัฐบาลประกาศยกเลิกมาตรา 44 ได้  ขณะที่การปฏิบัติการก็มีหน่วยงานภายนอกมาร่วมสังเกตการหลายแห่ง รวมถึง กสม. ซึ่งหากมีการละเมิดสิทธิ์ทาง กสม.ก็สามารถดำเนินการตามที่มีร้องเรียนได้ ส่วนผู้ที่ต้องการจะออกจากวัด แต่ไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัย ก็สามารถประสานให้ กสม.มาพาตัวออกไปได้ 
          พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวอีกว่าหลังจาก 10.00 น. พรุ่งนี้ (22 ก.พ.) จะพิจารณาเรื่องที่ออกหมายเรียกพระ 14 รูปมารายงานตัว  รวมถึงบุคคลและแกนนำบางส่วน ขณะที่การดำเนินคดีของวัดพระธรรมกายล่าสุดมีทั้งหมด 313 คดี ในจำนวนนี้มีคดีที่พระของวัดทำร้ายเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและตำรวจ รวมทั้งตรวจพบอาวุธปืน ด้วยอีก 5 คดี