
สศค.ชี้เดือนก.ค.เห็นสัญญาณฟื้น-ห่วงขยายตัวไม่ยั่งยืน
สศค.ยันเศรษฐกิจเดือน ก.ค.เห็นสัญญาณฟื้น กังวลตัวเลขนำเข้าหดตัวมากเกินไป อาจฉุดให้เศรษฐกิจขยายตัวไม่ยั่งยืน หวังมาตรการรัฐเพิ่มความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชน เพื่อดันการฟื้นตัวให้เป็นรูปตัววี
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนกรกฎาคม เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวจากไตรมาส 2 และมีทิศทางดีขึ้นตามที่คาดไว้ว่าจะขยายตัวเป็นบวกในระดับ 2-3% ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ โดยมีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณภาครัฐเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องไม่ชะล่าใจเกี่ยวกับปัจจัยลบที่จะต้องจัดการ เพื่อให้ตัวแปรต่างๆ กลับมาเป็นบวกโดยเร็วที่สุด โดยจุดที่เป็นสัญญาณลบมาจากการนำเข้าที่หดตัวแรง
"การนำเข้าหดตัวมากเกิน ก็ส่งสัญญาณว่า การเติบโตของเศรษฐกิจจะไม่ยั่งยืน ถือเป็นจุดเปราะบางของเศรษฐกิจไทย เพราะจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตแบบ วี เชฟ แบบ 100% หรือ ดับเบิลยู เชฟ แต่การขับเคลื่อนของรัฐบาลที่ผ่านมาถือว่าส่งสัญญาณดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งภาคเอกชนยังรอดูทิศทางของรัฐบาลว่าจะสร้างความเชื่อมั่นได้มากเพียงใด หากสามารถทำได้เชื่อว่าเศรษฐกิจของไทยจะฟื้นตัวเป็นรูปตัววีอย่างแน่นอน” นายสมชัยกล่าว
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากการเฝ้าติดตามภาวะเศรษฐกิจของ สศค. พบสัญญาณที่จะทำให้เศรษฐกิจมีการฟื้นตัวรูปตัววีในช่วงสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องไม่ประมาทพยายามหามาตรการที่จะออกมากระตุ้นเศรษฐกิจให้เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเร่งรัดเบิกจ่ายเงินงบประมาณให้เข้าสู่ระบบโดยเร็ว ทั้งโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น เอสพี 1 ที่ถูกเบิกจ่ายไปแล้วกว่า 70% รวมถึงโครงการเอสพี 2 หรือแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 จะต้องมีการเบิกจ่ายเข้าสู่ระบบเพื่อผลักดันการขยายตัวของเศรษฐกิจไตรมาส 1 และไตรมาสต่อๆ ไปของปีหน้า
อย่างไรก็ตาม โอกาสที่เศรษฐกิจระยะต่อไปจะฟื้นตัวแบบดับเบิลยู เชฟ ก็มีเช่นกัน กล่าวคือ หากเศรษฐกิจในประเทศเอเชียฟื้นตัวแบบดับเบิลยู เชฟ ไทยก็จะฟื้นตัวในลักษณะเดียวกัน และการใช้จ่ายภาครัฐไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ทั้งนี้ สศค.อยู่ระหว่างรวบรวมตัวเลขที่สำคัญต่างๆ ทางด้านเศรษฐกิจเพื่อเตรียมปรับประมาณการทางเศรษฐกิจใหม่ในเดือนกันยายน ซึ่งหากไม่มีเหตุการรุนแรงมากระทบภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศก็คาดว่าจะมีการปรับประมาณการในทิศทางที่ดีขึ้น



