
ร้องยธ.ช่วย"แพะ"อีกราย
พ่อแม่จำเลยคดีชิงทรัพย์ร้องยธ.ช่วยลูกชาย ถูกจับผิดตัวตกเป็นแพะติดคุกมาแล้ว 7 ปี ค้นหลักฐานพบโอนขายจยย.เปลี่ยนมือถึง 3 ครั้ง แต่ยังไม่โอนเปลี่ยนชื่อ
21 ก.พ. -- นายชัยฤทธิ์ ขานฤทธี พร้อมครอบครัวได้เข้าพบพ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้รื้อฟื้นคดีจับผู้ต้องหาผิดตัวให้กับนายกนกพรหม ขานฤทธี บุตรชาย ซึ่งถูกกล่าวหาเป็นคนร้ายในคดีชิงทรัพย์และทำร้ายผู้อื่นจนได้รับอันตรายสาหัส โดยใช้รถจักรยานยนต์ทะเบียน บพล 893 กรุงเทพมหานคร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 ส.ค.51เวลา 02.55น.บริเวณโรงพยาบาลบางนา เขตบางนา กทม. และต่อมานายกนกพรหมถูกศาลตัดสินจำคุกในคดีดังกล่าว 23 ปี ปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรมมาแล้ว 7 ปี
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า หลังรับเรื่องร้องทุกข์คดีดังกล่าวตั้งแต่ปี 59 กระทรวงยุติธรรมได้ส่งเจ้าหน้าดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปตรวจสอบพยานหลักฐานเอกสารหลักข้อเท็จจริงสอบพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้วพบข้อเท็จจริงว่า ในวันเกิดเหตุ นายนิกรหรือ สิงห์ ไหมวงศ์ ได้ขโมยรถจักรยานยนต์ของนายสวัสดิ์ จันทะรัตน์ ออกไปจากบ้านพักในพื้นที่เขตอ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และจากการตรวจสอบประวัติพบว่านายสิงห์ผู้ต้องหาตัวจริงนั้นเคยมีประวัติคดีรับของโจรและครอบครองยาเสพติดและปัจจุบันนายสิงห์ติดคุกอยู่ที่เรือนจำกลางสมุทรปราการ ซึ่งนายสวัสดิ์ ได้ออกมายืนยันว่ารถจักรยานยนต์ของตนเองถูกนายสิงห์ ซึ่งมีบ้านในซอยเดียวกันและเป็นคนรู้จักกันได้ขโมยรถจักรยานยนต์ไปเมื่อวันที่ 4 ส.ค.เวลาประมาณ 23.00 น. โดยไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สภ.บางพลีไว้เมื่อวันที่ 6 ส.คว่ารถจักรยานยนต์ของตนเองถูกนายนิกร หรือสิงห์ขโมยไป นอกจากนี้นายสวัสด์ ยังระบุอีกด้วยว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวซื้อมาจากเต็นท์รถมือ 2 แต่ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนชื่อในทะเบียน เป็นการโอนลอยกันไว้ โดยขณะนี้ชื่อผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์ยังเป็นนายสมพงษ์ ขานฤทธี ซึ่งเป็นเจ้าของรถมือแรก เกี่ยวพันเป็นลุงของนายกนกพรหม
“รถจักรยานยนต์คันนี้มีการขาดทอดตลาดมา 3 ครั้ง คนสุดท้ายที่เป็นผู้ครอบครองคือ นายสวัสดิ์ ซึ่งซื้อมาจากร้านขายรถมือ 2แต่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียน โดยบริษัทจีอี แคปปิตอล ออโตลีค จำกัด ได้ยึดรถจากนายสมพงษ์ ซึ่งเป็นเจ้าของรถมือแรก และนำไปขายทอดตลาด 2546 ในปีเดียวกันได้มีขายทอดไปให้นายสุเมธ โสภณแสงชัย ในปี 2546 และปี 2547 ก็ขายไปให้นางสมปอง บุญประเสริฐ และมาถึงนายสวัสดิ์ซึ่งเป็นผู้ครอบครองคนสุดท้าย”รองปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าว
พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวอีกว่า สำหรับนายกนกพรหมที่ตกเป็นจำเลยในคดีดังกล่าวนั้น มีอาชีพขับจักรยานยนต์รับจ้างและพักอาศัยอยู่กับครอบครัวในเขตพื้นที่ในซอยวัดด่านสำโรงเหนือแต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเนื่องจากรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเป็นชื่อของนายสมพงษ์แต่ผู้เสียหายยืนยันว่าคนร้ายเป็นวัยรุ่นตำรวจจึงไปตรวจสอบจากข้อมูลเบียนราษฎร์ของนายสมพงษ์ พบว่า มีนายกนกพรหมซึ่งมีรูปพรรณสัณฐานและอายุใกล้เคียงกับคำให้การของผู้เสียหายจึงจับกุมพร้อมทั้งให้ผู้เสียหายชี้ตัวเพื่อยืนยันผู้ต้องหา ซึ่งนายชัยฤทธิ์ ยืนยีนว่าบุตรชายให้การปฎิเสธมาโดยตลอดจนกระทั่งศาลมีคำพิพากษา
อย่างไรก็ตามในส่วนของกระทรวงยุติธรรมได้ยื่นเรื่องคำร้องเพื่อขอรื้อฟื้นคดี และประสานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยเมื่อวันที่ 16กพ.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้เข้าพบพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวรผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งได้รับเรื่องไว้และขอเวลาตรวจสอบพยานหลักฐานคาดว่าอีก 1เดือนจะสามารถยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขอรื้อฟื้นคดีได้
“สำหรับประวัติของนายสิงห์ เคยติดคุกมาแล้ว 3 ครั้งในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง ลักทรัพย์ และชิงทรัพย์หลังจากพ้นคุกมาได้ 1 ปีก็มาก่อเหตุขโมยรถนายสวัสดิ์จนกระทั่งมาก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์นายสวัสดิ์ขณะนี้ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำกลางจ.สมุทรปราการ”รองปลัดกระทรวงยุติธรรมระบุ



