
พ่วงบรรทุกแบ็กโฮชนสะพานลอยร่วงทับเก๋งเจ็บ2
รถพ่วงบรรทุกแบ็กโฮชนสะพานลอยคนข้ามหักถล่มทับเก๋งที่อ่างทอง เจ็บ 2 ราย รถติดยาวเหยียด จนท.เร่งเคลื่อนย้าย
21 ก.พ. 60 เมื่อเวลา 12.00 น. ร.ต.ต.สุขสันต์ ปัสสาวะกัง รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง ได้รับแจ้งมีรถเทรลเลอร์บรรทุกรถแบ็กโฮ ชนสะพานลอยข้ามถนนสายเอเชีย ช่วง กม.ที่ 50+700 หมู่ 5 ต.บ้านอิฐ อ.เมือง จ.อ่างทอง ขาขึ้นนครสวรรค์ ทำให้สะพานลอยขาดตกลงมาทับรถเทรลเลอร์และรถยนต์ที่กำลังใช้ทางได้รับความเสียหาย ส่งผลให้การจราจรติดขัด 1 ช่องทางการจราจร หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชา และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุ พบรถเทรลเลอร์พ่วง หมายเลขทะเบียน 70-6374 สมุทรสาคร บรรทุกรถแบ็กโฮ 2 คัน เฉี่ยวชนสะพานลอยคนเดินข้ามที่ถนนสายเอเชียขาขึ้นนครสวรรค์ พังเสียหายหล่นลงมาทับรถเทรลเลอร์และรถแบ็กโฮที่บรรทุกมา แท่งคอนกรีตสะพานลอยยังหล่นไปทับรถยนต์โตโยต้า หมายเลขทะเบียน กธ 1250 เชียงราย และรถยนต์โตโยต้า หมายเลขทะเบียน ษท 7782 กรุงเทพมหานคร มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลอ่างทอง
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายณรงค์ เชิดปรุ อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี คนขับรถเทรลเลอร์พ่วงคันเกิดเหตุ ให้การว่า จะนำรถแบ็กโฮ 2 คัน ซึ่งรับมาจาก อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อไปส่งลูกค้า โดยรถแบ็กโฮหันท้ายชนกันซึ่งคันหน้าแขนของรถแบ็กโฮยื่นออกไปด้านหน้า พอจังหวะที่จะกลับรถเพื่อมุ่งหน้าไปยัง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา แขนของรถแบ็กโฮก็ไปชนกับพื้นสะพานลอย ทำให้สะพานลอยหล่นมาบนถนนและทับรถยนต์ที่วิ่งมา
พล.ต.ต.อนุรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผบก.ภ.อ่างทอง กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับการประสานรถเครนเพื่อยกสะพานส่วนที่เสียหายออกจากช่องทางจราจร เนื่องจากมีรถติดยาวหลายกิโลเมตร ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวคนขับรถเทรลเลอร์พ่วงคันเกิดเหตุไปสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยวีอาร์อ่างทอง เจ้าหน้าที่กรมทางหลวง เร่งเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกจากที่เกิดเหตุและนำรถเครนมายกตัวสะพานและรถเทรลเลอร์ออกเพื่อเคลียร์เส้นทางให้รถสามารถสัญจรได้ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 6 ชม. จึงจะสามารถเปิดการจราจรได้ตามปกติ โดยการแก้ปัญหาเบื้องต้นโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ผู้สัญจรไปมาใช้ทางเบี่ยงเพื่อระบายรถที่ติดสะสมกว่า 10 กิโลเมตร ไปก่อน
ในเวลาต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายรถทั้งหมดออกจากจุดเกิดเหตุได้แล้ว เหลือเพียงคานสะพานลอยที่มีน้ำหนักกว่า 100 ตัน ทำให้เคลื่อนย้ายได้อย่างลำบาก ยังไม่สามารถเปิดการจราจรทั้ง 4 ช่องทางด่วนได้ ต้องให้รถยนต์ที่เดินทางขึ้นเหนือใช้เส้นทางเบี่ยงแทน
ด้านนายเทอดไท วิวิทธร ผู้อำนวยการสำนักงานบำรุงทางอ่างทอง กล่าวว่า ต้องใช้รถเครนขนาดใหญ่เคลื่อนย้ายเอาตัวสะพานไว้ด้านข้างทางก่อนเพื่อที่จะเปิดเส้นทางการจราจรให้ได้ไวที่สุด คาดว่าน่าจะเปิดการจราจรได้ในช่วงเย็น ในส่วนของผู้บาดเจ็บได้ติดต่อกับบริษัทประกันภัย เบื้องต้นประเมินค่าเสียหายทั้งหมดไว้กว่า 10 ล้านบาท
ขณะที่เจ้าหน้าที่ขนส่งอ่างทองกล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่ารถเทรลเลอร์ส่วนตัวลากใช้งานได้ปกติ แต่ตัวหัวลากมีการแจ้งยกเลิกการใช้ไว้จึงไม่มีสิทธิที่จะมาวิ่งตามท้องถนน ซึ่งผิดกฎหมายการขนส่ง จะต้องเรียกสถานประกอบการมาสอบสวนต่อไป



