ข่าว

ปิดตำนาน “ใหญ่ ท่าไม้” นักหนังสือพิมพ์อาวุโส

ปิดตำนาน “ใหญ่ ท่าไม้” นักหนังสือพิมพ์อาวุโส

20 ก.พ. 2560

“ใหญ่ ท่าไม้” นักหนังสือพิมพ์อาวุโส อดีต ผอ. นสพ.อาชญากรรม และปาฏิหาริย์ ป่วยโรคมะเร็งปอด เสียชีวิตที่โรงพยาบาลด้วยอาการสงบ


               20 ก.พ. 60  เมื่อเวลา 10.00 น.  นางสลิลทิพย์ จารุพนานนท์ อายุ 53 ปี ภรรยานายเกรียงศักดิ์ จารุพนานนท์ หรือ “ใหญ่ ท่าไม้” นักหนังสือพิมพ์อาวุโส อดีต ผอ.นสพ.อาชญากรรม และ นสพ.ปาฏิหาริย์ เผยว่า นายเกรียงศักดิ์ ได้ล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งปอด เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2559 และได้เข้ารักษาตัวครั้งแรกที่โรงพยาบาลพญาไท หลังจากนั้นได้มารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จนกระทั่งคืนวันที่ 18 ก.พ. 2560 เวลา 00.30 น. ได้เสียชีวิตลงด้วยอาการสงบที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

               ขณะนี้ญาติได้นำศพมาบำเพ็ญกุศลที่วัดนวลจันทร์ (บางขวด) แขวงบึงกุ่ม กทม. ศาลา 1 และจะมีพิธีฌาปณกิจศพ ในวันที่ 23 ก.พ. เวลา 16.00 น.

               นายเกรียงศักดิ์ จารุพนานนท์ นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เกิดเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2487 ปัจจุบันอายุ 72 ปี 8 เดือน เกิดที่ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นบุตรของ นางจิ่ง และนายลิ่มคุณ จารุพนานนท์ ได้เข้าสู่วงการหนังสือพิมพ์รายวันหลายฉบับ และก่อนออกมาทำหนังสือพิมพ์เอง ได้ทำงานอยู่ที่ กอง บก. นสพ.เดลินิวส์ มีคอลัมน์นิสต์ ของตัวเอง โดยใช้นามปากกาว่า “ใหญ่ ท่าไม้” ซึ่งการใช้สไตล์การเขียนจะเขียนคอลัมน์อย่างดุเด็ด เผ็ดมัน ระหว่างที่ทำหนังสือพิมพ์ ก็ได้ทำธุรกิจหนังสือตัวเอง โดยทำหนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย แต่ด้วยความไม่มีเวลา เลยต้องหยุดทำ และได้มาทำหนังสือเกี่ยวกับพระ คือหนังสืออาชญากรรม และหนังสือ มหาโพธิ์ เป็นเล่มแรก เป็นหนังสือที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ พระเครื่องที่มีชื่อเสียง ที่นิยมต่างๆ เช่น พระสมเด็จ พระเบญจภาคี พระหลวงพ่อโต และอีกหลายๆ เกจิอาจารย์ ท่านศึกษาและบอกลักษณะการดูพระอย่างละเอียด จนทำให้นักเล่นพระรุ่นใหม่ใช้ตำราของ “ใหญ่ ท่าไม้” ในการศึกษาวิธีการดูพระต่างๆ มาจนถึงทุกวันนี้

               ในอดีต นายเกรียงศักดิ์ จารุพนานนท์ หรือ “ใหญ่ ท่าไม้” ได้กลับมาทำหนังสือพระเครื่องปาฏิหาริย์ อีกครั้ง ปี พ.ศ. 2552 เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเกี่ยวกับพระเครื่องอีกครั้ง โดยนำประสบการณ์การดูพระและประวัติศาสตร์แต่ละเกจิอาจารย์มาให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาพระเครื่องแต่ละรุ่น ปัจจุบันยังมี พระเครื่องที่ “ใหญ่ ท่าไม้” ได้เก็บมาเป็นเวลา 30 - 40 ปี เป็นพระเครื่องที่มีคุณค่ามากในการแสวงหา สะสม ของคนรุ่นใหม่ต่อไป