ข่าว

“จักรภพ”แจ้งผ่านเลขานุการส่วนตัวอัดสามเกลอแค่ติง

“จักรภพ”แจ้งผ่านเลขานุการส่วนตัวอัดสามเกลอแค่ติง

27 ส.ค. 2552

“จักรภพ” สยบแตกคอ แจ้งผ่านเลขาฯ อัด 3 เกลอแค่ติง "ยัน" ยุทธศาสตร์ใหญ่ล้มอำมาตย์ “ยังตรงกัน” “ชวรัตน์” เห็นด้วยประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง เชื่อ ชุมนุมเสื้อแดงไม่กระทบเศรษฐกิจ "ปชป.”ย้อนถามนปช.ชุมนุม 30 ส.ค.หวังอะไร สันติบาลชี้ม็อบแดงเสื้อแดง 30 ส.ค.แค่หล

 (27ส.ค.)  นายเอก มงคล อดีตเลขานุการส่วนตัวนายจักรภพ  เพ็ญแข  หนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดง เปิดเผยว่า วันนี้(27ส.ค.) ตนได้คุยโทรศัพท์กับนายจักรภพ โดยบอกว่าการที่วิจารณ์บทบาทของ 3 เกลอเป็นแค่การติติงเล็กน้อยเท่านั้น แต่เมื่อออกสื่อสาธารณะจึงกลายเป็นประเด็นใหญ่ และยังยืนยันว่ายุทธศาสตร์ใหญ่ที่เป็นเป้าหมายของเรายังเหมือนกันคือโค่นล้มอำมาตย์ใหญ่ เพียงแต่ยุทธวิธีแตกต่างกันเล็กน้อยเท่านั้นก็ไม่เป็นไร

“ชวรัตน์”หนุนใช้กม.ความมั่นคงช่วงเสื้อแดงชุมนุม

 เมื่อเวลา 14.30 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณี พ.ร.บ.ความมั่นคงที่จะประกาศใช้ในวันที่ 29 -1 กันยายน ว่า ตนเห็นด้วยกับประกาศใช้ พ.ร.บ ความมั่นคง ซึ่งเป็นเรื่องปกติในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยก็มีอยู่แล้ว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มองการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ที่กล่าวว่าไม่เห็นด้วยกับการจัดชุมนุมใหญ่ วันที่ 30 ส.ค. เพราะเกรงว่าประชาชนจะได้รับอันตราย ขณะเดียวกันแกนนำ นปช.ยืนยันที่จะชุมนุม นายชวรัตน์ กล่าวว่า กลุ่มแกนนำมีความคิดเห็นแตกต่างจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นเรื่องภายในของกลุ่ม นปช. เรามาสามารถเข้าไปรู้ได้ เชื่อว่าการชุมนุมจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจเพราะขณะนี้เศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้น

 เมื่อถามว่า จะสั่งการปลัดกระทรวงมหาดไทยในเรื่องของการติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวในแต่ละจังหวัดอย่างไร นายชวรัตน์ กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องสั่งการอะไร เพราะเป็นหน้าที่ของปลัดอยู่แล้ว และเห็นว่าในแต่ละจังหวัดมีกลุ่มเสื้อแดงลดน้อยลง แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าจะดูแลจังหวัดใดเป็นพิเศษ

"ปชป.”ย้อนถามนปช.ชุมนุม 30 ส.ค.หวังอะไร

 นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า เมื่อวานนี้ ( 26 ส.ค.) พรรคประชาธิปัตย์ได้มีการประชุมคณะกรรมการปฏิบัติการเมือง (วอร์รูม ) เพื่อประเมินสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งได้มอบหมายให้นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ติดตามใน 2 เรื่อง คือ การเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในต่างประเทศ และเรื่องของการนำเสนอคลิปเสียงเท็จ เพื่อสร้างกระแสความวุ่นวาย โดยในภาพรวมที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า อยากเรียกร้องทุกฝ่าย มีส่วนร่วมในการรักษาบ้านเมืองไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง ไม่ว่าจะรูปแบบใด

  ที่ประชุมยอมรับว่ามีสัญญาณหลายส่วน แสดงถึงความไม่ปกติก่อนการชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 30 ส.ค.นี้ คือ 1. มีร่องรอยของการเตรียมสร้างสถานการณ์ ด้วยข้อมูลเท็จ ปลุกระดมผ่านสื่อปลอมหลายชนิด โดยใบปลิว และคลิปเสียงนายกรัฐมนตรี เพื่อใช้เป็นชนวนเหตุของความขัดแย้งก่อนการชุมนุม

 2.ร่องรอยของการเสียเอกภาพของแกนนำ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือ กลุ่มคนเสื้อแดง เองที่มีบางฝ่ายออกมาไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม และมวลชนคนเสื้อแดงจำนวนไม่น้อยที่เคยร่วมชุมุนมในวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ก็มีความวิตกห่วงใยว่าอาจเกิดเหตุจากแกนนำส่วนน้อยที่ประสงค์เห็นบ้านเมืองสงบ สร้างสถานการณ์ความวุ่นวายในจุดที่ไม่ได้มีการชุมนุมใหญ่ เช่น กรณีสามเหลี่ยมดินแดง

 3.ในส่วนของแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้มีการให้ข่าวต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในลักษณะของการวางเงื่อนไข โดยอาศัยคำทำนาย ไม่ว่าจะเป็นการปฏิวัติ การเตรียมการจลาจลรากหญ้า หรือพูดถึงการเปลี่ยนแปลงในสามเดือนที่รุนแรงมากกว่าการเปลี่ยนแปลงปี 2475

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ขณะที่ทางกลุ่ม นปช.เองได้มีการกลับคำ จากที่เคยสัญญาว่าจะไม่มีการเคลื่อนไหวในระหว่างที่การยื่นขอถวายฎีกาดำเนินการอยู่นั้น ขณะนี้ได้มีการเตรียมการชุมนุมใหญ่อีกครั้ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจะเป็นชนวนไปสู่ความขัดแย้ง ที่อาจจะทำให้เกิดการเผชิญหน้ากันระหว่าง เจ้าหน้าที่รัฐกับผู้ชุมนุมหรือระหว่างประชาชนด้วยกันเอง

 ดังนั้นที่ประชุมจึงมีมติ 3 เรื่องที่อยากให้คนไทยทั้งประเทศมีส่วนร่วมกับประเทศมีส่วนร่วมกัน คือ 1 .ในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐ พรรคสนับสนุนแนวทางอดทนอดกลั้น ให้มากที่สุด ตามที่แนวทางนายอภิสิทธิ์ คือต้องไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นจากการใช้กำลังของเจ้าหน้ารัฐ

 2.ในส่วนของประชาชน ที่ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมขอร้องไม่ให้มีการชุมนุมต่อต้าน จากมวลชนกลุ่มอื่นทุกรูปแบบ ขอให้อยู่ในที่ตั้งด้วยความสงบ มีส่วนร่วมสอดส่องความไม่ปกติ และแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ทราบ 3. พรรควิเคราะห์ว่า กลุ่มคนเสื้อแดงส่วนใหญ่มาร่วมด้วยความบริสุทธิ์ใจ ประสงค์เห็นบ้านเมืองดีขึ้น ยืนยันว่าพรรค และรัฐบาลเคารพสิทธิ์การชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันการประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง ไม่ได้มีการก้าวล่วงหรือลิดรอนสิทธิ์การชุมนุมโดยสงบแต่อย่างใด ในขณะเดียวกันหากเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ รัฐบาลก็จะแยกแยะระหว่างผู้ชุมนุมกับคนทำผิด รวมถึงรับรองความปลอดภัยผู้เข้าชุมนุมทุกคน

 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังประเมินว่า สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนคือ ข้อเรียกร้องของการชุมนุม เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปฏิรูปการเมือง การแก้รัฐธรรมนูญ หรือการขอพระราชทานอภัยโทษ ยังอยู่ในกระบวนการที่ดำเนินการอยู่ทั้งสิ้น และไม่ชัดเจนว่าชัยชนะของการชุมนุมครั้งนี้คืออะไร แต่ครั้งที่แล้วคือการล้มการประชุมอาเซียน หรือ การทำให้รัฐบาลไม่สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยบ้านเมืองได้ อยากถามกลับว่า วัตถุประสงค์ชัยชนะ วันที่ 30 ส.ค.คืออะไร และประเทศชาติได้อะไรจากการชุมนุมเรียกร้องครั้ง อยากเรียกร้องทุกฝ่ายเรียนรู้จากบทเรียนจากการชุมนุม อยากเรียกร้องทุกฝ่ายเรียนรู้จากบทเรียนจากการชุมนุมและมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดตามมาหลายอย่าง ในช่วงสงกรานต์ และช่วยกันป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

สันติบาลชี้ม็อบแดงเสื้อแดง 30 ส.ค.แค่หลักหมื่น

 พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.)กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงวันที่ 30 ส.ค.นี้ว่า ประเมินจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมาแล้ว ไม่น่าจะมีอะไรรุนแรง การชุมนุมวันที่ 26 สิงหาคมนั้นมีประมาณ 1,800 คนและดูแล้วคนเสื้อแดงก็ตระหนักมากขึ้นว่าการชุมนุมแล้วทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนไม่ควรทำ

 ผบช.ส.กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มคนเสื้อแดงก็แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ขัดแย้งกันเอง กลุ่มหนึ่งระดมคนมาชุมนุม ขณะอีกกลุ่มออกมาคัดค้าน ตรงนี้จะเป็นปัจจัยให้จำนวนคนมาชุมนุมไม่มาก แต่น่าจะอยู่ที่ 10,000 คน เป็นเพราะด้วยปัจจัยสนับสนุนต่าง ๆ  ค่าใช่จ่ายที่ต้องมี ทำให้ครั้งนี้ส่วนใหญ่จะมีแต่คน กทม.และปริมณฑลมาชุมนุม อย่างไรก็ตาม ประเมินการชุมนุมในขณะนี้ยังไม่มีอะไรน่ากังวลว่าจะมีความรุนแรงแต่อย่างใด ทั้งนี้ต้องไม่มีปัจจัยอื่นมายั่วยุอีก

ผบช.น.มั่นใจม็อบเสื้อแดงไม่รุนแรง 

 เมื่อเวลา 15.30 น.พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) กล่าวถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงวันที่ 30 ส.ค.ว่า จากการสืบสวนด้านการข่าวเชื่อว่าจะมีผู้ชุมนุมมาร่วมไม่เกิน 3 หมื่นคนและจะมีการเคลื่อนไหวมายังทำเนียบรัฐบาลช่วงเย็นและจะสลายตัวในเวลาเที่ยงคืนโดยมีการจัดเตรียมกำลัง 13 กองร้อย 1,950 นาย พร้อมชุดตำรวจปราบจลาจลและฝ่ายสืบสวนทั้งในและนอกเครื่องแบบคุมเข้มความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่ที่มีการชุมนุมและเส้นทางเคลื่อนขบวนทางเท้ามายังทำเนียบรัฐบาลมีการตั้งจุดเจรจาต่อรองไม่ให้ใช้ความรุนแรง ไม่ก่อให้เกิดการยั่วยุและกระทำผิดกฎหมายโดยตำรวจจะดำเนินการในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงานฟังคำสั่งการจากกองการรักษาความมั่นคงภายใน ( กอ.รมน. )

 ผบช.น.ยังกล่าวถึงกรณีแกนนำเสื้อแดงที่ถูกดำเนินคดีก่อนหน้านี้ซึ่งอยู่ระหว่างการประกันตัวจะเข้าร่วมการชุมนุมสามารถทำได้หรือไม่ว่า ได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบอย่างต่อเนื่องว่าผิดเงื่อนไขข้อตกลงการประกันตัวหรือไม่ พร้อมสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนบันทึกเทปการชุมนุมทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวไว้เป็นหลักฐานแล้วว่าใครทำอะไรบ้าง อย่างไร จากนั้นจะส่งให้คณะทำงานของ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้พิจารณาต่อไป ส่วนผลการพิจารณาจากการชุมนุมครั้งที่ผ่านมานั้นยังไม่พบเข้าข่ายผิดหลักเกณฑ์แต่อย่างใดยังไม่อยู่ในขั้นของการปลุกระดมยั่วยุสั่งการ