
อัยการ ชม DSI สกัดพระ-มวลชนไม่เกี่ยวพ้นวัด ลดปะทะ
“โฆษกอัยการ” ระบุ ดีเอสไอทำดี ใช้มาตรการสกัดกั้นพระ-มวลชนไม่เกี่ยว ให้พ้นวัด ลดความเสี่ยงเลี่ยงปะทะ หวังสะดวกตรวจค้น ถ้าไม่เจอไม่จบง่าย มีเวลาตามอายุความ 15 ปี
9 ก.พ.60 -- ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) แถลงขอให้พระภิกษุสามเณรและประชาชนที่ไม่ได้มีที่อยู่ในบริเวณวัดธรรมกายออกจากพื้นที่ภายในเวลา15.00น.ของวันนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานในการเข้าตรวจค้นวัด เพื่อตามจับตัวพระธัมมชโยตามหมายจับว่าเห็นได้ว่า ดีเอสไอพยายามที่จะติดตามหาตัวพระธัมมชโยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้ภายในอายุความ15ปีนับจากวัดเกิดเหตุปี 2552 ตามที่มีการออกหมายจับไว้ ทั้งการตรวจค้นในวัดกับพื้นที่ที่มีข้อมูลว่าผู้ต้องหาอาจพำนักอยู่ แต่เพราะมีมวลชนจำนวนมากกับพื้นที่วัดมีขนาดกว้างขวางการตรวจค้นย่อมเกิดเป็นอุปสรรคความยุ่งยากที่ไม่อาจตรวจค้นได้โดยรวดเร็วเหมือนคดีอื่นๆดังนั้นการที่อธิบดีดีเอสไอใช้มาตรการเหล่านี้ออกมาเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ลดความเสี่ยงเกิดการปะทะให้มากที่สุดโดยมีอำนาจตามคำสั่งคสช.และมาตรา44ที่ประกาศเป็นวัดธรรมกายพื้นที่ควบคุมพิเศษและถึงแม้หากครั้งนี้ยังตามตัวไม่พบคดียังไม่ยุติในอนาคตก็สามารถขอหมายค้นได้อีกหากมีเบาะแสใหม่
ร.ท.สมนึก กล่าวอีกว่าส่วนระหว่างจะทำการตรวจค้นหากมีการปะทะลักษณะขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นของเจ้าพนักงานไม่ว่าพระภิกษุหรือฆราวาสต้องอยู่ภายใต้การบังคับกฎหมายเดียวกันซึ่งมีโทษตามที่กำหนดไว้ในการฝ่าฝืนคำสั่งคสช.และประมวลกฎหมายอาญาก็มีโทษกำหนดไว้ด้วยเรื่องการขัดขวางเจ้าพนักงาน



