
ป.จับ2คดีลักทรัพย์-ฆ่ารัดคอ
กองปราบฯ จับ 2 คดี ตระเวนลักทรัพย์ภาคเหนือ-ภาคกลาง เสียหายกว่า 10 ล้าน อีกคดีฆ่ารัดคอปมรักสามเส้า
18 ก.พ. 60 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส.ภ.5 พ.ต.อ สันติ ชัยนิรมัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาศ ผกก.3 บก.ป. พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผกก.4 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา 2 คดี
คดีแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้ร่วมกันสืบสวนจับกุมตัว นายโอฬาร หรือ อ๋อง ทองธัช อายุ 49 ปี พร้อมของกลางเป็นทรัพย์สินที่ได้ขโมยมา อาทิ สร้อยคอ พระเครื่อง นาฬิกา เข็มขัดนาค กำไล จำนวนหลายรายการ ในข้อหาลักทรัพย์ในเคหะสถานโดยทำอันตรายสิ่งกีดขวางกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นการจับกุม สามารถจับกุมได้ที่ย่านถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม.
พ.ต.อ.จรูญเกียรติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการจับกุม นายทองสุข แก้วหาวงษ์ อายุ 42 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ เลขที่ จ.755/2559 ในข้อหาลักทรัพย์ในเคหะสถานโดยทำอันตรายสิ่งกีดขวางกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นการจับกุม ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการที่ถูกจับกุมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยนายทองสุขสารภาพว่าได้ร่วมกับนายโอฬาร และ น.ส.เอ (นามสมมติ) แฟนสาว อยู่ระหว่างหลบหนี ร่วมตระเวนลักทรัพย์ตามบ้านเรือต่างๆ ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จริง เจ้าหน้าที่จึงขออนุมัติศาลจังหวัดเชียงใหม่ออกหมายจับนายโอฬาร ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงสืบทราบว่านายโอฬารหลบหนีมาทำงานย่านถนนข้าวสาร จึงได้นำกำลังเข้าจับกุม ก่อนจะนำค้นบ้านพักบริเวณแฟลตเอื้ออาทร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พบของกลางเป็นทรัพย์สินที่ได้ลักทรัพย์มาก่อนหน้านี้หลายรายการ
นายโอฬาร สารภาพว่า ตนได้รู้จักกับนายทองสุขในเรือนจำหลังตนติดคุกคดีเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสาร จนต่อมาตนและนายทองสุขได้ออกมาจากคุกก็ได้ร่วมกันตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ตามบ้านเรือน โดยนายทองสุขจะเป็นคนชี้เป้าว่าบ้านหลังไหนเจ้าของไม่อยู่ก็จะลงมืองัดบ้านก่อนจะเข้าไปลักทรัพย์ ส่วนตนมีหน้าที่ในการขับรถและนำทรัพย์สินสินบางส่วนไปขาย โดยก่อเหตุในลักษณะนี้มาประมาณ 1 - 2 ปี ได้ค่าจ้างอาทิตย์ละ 20,000 บาท
พล.ต.ต.สุทิน กล่าวว่า แก๊งนี้มีด้วยกัน 3 คน คือ นายทองสุขซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ นายโอฬาร และ น.ส.เอ ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนี ตระเวนงัดบ้านเรือนเพื่อลักทรัพย์ในหลายพื้นที่ทั้งภาคกลางและภาคเหนือ โดยนายโอฬารมีหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่รวม 7 หมาย มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นข้อหาลักทรัพย์ในเคหะสถาน เมื่อได้ทรัพย์สินสินมา ถ้าเป็นเงินสดก็จะแบ่งกัน ส่วนของมีค้าอื่นๆ ก็จะนำไปขายนอกพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าเจ้าของทรัพย์สินจะมาเจอ อย่างไรก็ตาม หากใครสงสัยว่าแก๊งนี้งัดบ้านขโมยทรัพย์สินสามารถเข้าไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ เบื้องต้น จะนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานพนังงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายวานิช เนาวะมันต์ อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 1 หมู่ 9 ต.นาสะโม อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และร่วมกันลักทรัพย์” ตามหมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานีที่ จ.45/2560 ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 สามารถจับกุมได้ภายในซอยบางเลน 20 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
พล.ต.ต.สุทิน กล่าวว่า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3บก.ป. ได้รับการประสานจากตำรวจ สภ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ว่าเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ น.ส.จอมสี พิมพ์พัฒน์ ผู้ต้องหาซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ และนายวานิช เนาวะมันต์ ได้ไปเปิดห้องพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ต.คำเจริญ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี โดย น.ส.จอมสี ได้โทรนัดนายอภินันท์ คำทวี มาพบที่รีสอร์ทดังกล่าวเพื่อเคลียร์ปัญหารักสามเส้า เมื่อนายอภินันท์มาถึงได้เข้าไปหา น.ส.จอมสี ภายในห้องพัก จากนั้นนายวานิชได้ใช้ผ้าเช็ดตัวรัดคอนายอภินันท์จนเสียชีวิต โดยหลังเกิดเหตุ น.ส.จอมสี และนายวานิชได้หลบหนีไปพร้อมกับโทรศัพท์ของผู้ตาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้จับกุม น.ส.จอมสี พร้อมกับค้นบ้านพักพบโทรศัพท์มือถือของผู้ตาย จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะสืบทราบว่านายวานิชได้หลบหนีมาทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งที่ ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงไปตรวจสอบพบนายวานิชเดินอยู่ภายในซอยบางเลน 20 จึงได้แสดงตัวและเข้าจับกุมได้ในที่สุด ทั้งนี้ได้นำตัวนายวานิชส่งให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ตระการพืชผล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



