ข่าว

"พิชัย"นายกมวยสมัย 3

"พิชัย"นายกมวยสมัย 3

18 ก.พ. 2560

พิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลสมัย 3 หลังสโมสรสมาชิกทั้ง 94 เสียงเทใจให้ ล่าสุดมีเงินหนุนจากรัฐบาลถึง 140 ล้าน ตั้งเป้าทวงเจ้าทองกีฬาซีเกมส์ ไปโอลิมปิก2020

นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2559 เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา ที่โรงแรมอเล็กซานเดอร์ แยกลำสาลี โดยมีวาระสำคัญ คือ การเลือกตั้งนายกสมาคมมวยสากลฯคนใหม่ ท่ามกลางสโมสรสมาชิกที่มีสิทธิ์ออกเสียงได้ 94 เสียง จากทั้งหมด 133 เสียงร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน  

ทั้งนี้ประธานได้แจ้งในที่ให้ประชุมทราบและรับรองผลการประชุมครั้งก่อน  โดยมี พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา เลขาธิการสมาคมมวยสากลฯ แถลงกิจกรรมและผลงานในช่วงรอบปี 2559 ที่ผ่านมา จากนั้น พล.ต.ศุภชัย ม่วงกรุง หัวหน้าฝ่ายการเงิน แถลงบัญชีรายรับ-รายจ่าย สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2559 รวมสมาคมฯมีรายได้  84,631,878บาท รวมรายจ่าย 69,085,671 บาท สรุป สมาคมมีรายได้สูงกว่ารายจ่าย 15,546,206 บาท พร้อมแต่งตั้งให้ พันตรีประชา ธรรมโชติ เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีอีกครั้ง 

จากนั้นเข้าสู่วาระสำคัญ คือ การเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬามวยสากลคนใหม่ ที่ประชุมมีมติให้ พล.อ.อ.ระพีพัฒน์ หลาบเลิศบุญ ประธานฝ่ายเทคนิคสมาคมมวยสากลฯ เป็นประธานการประชุมชั่วคราว โดยมีผู้สมัครลงเลือกตั้งเพียงคนเดียวเท่านั้น คือ "บิ๊กบางจาก" นายพิชัย พร้อมให้สโมสรสมาชิกทั้งหมดยกมือรับรอง ปรากฏว่า ทั้ง 94 เสียงยกมือให้ นายพิชัย นั่งเก้าอี้นายกสมาคมกีฬามวยสากลฯเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน มีวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2560 ไปจนถึงปี 2563

หลังการประชุมเสร็จลิ้น นายพิชัย เปิดเผยว่า ขอบคุณสโมสรสมาชิกทุกคนที่ให้โอกาสทำงานอีกสมัยหลังจากนี้สมาคมจะวางแผนระยะยาวด้วยการเฟ้นนักชกยุวชน-เยาวชน พร้อมจัดให้มีการแข่งขันมากขึ้น ขณะที่แผนระยะสั้นได้เฟ้นนักมวยไทยมาเข้าแคมป์ทีมชาติเพื่อเป็นตัวเลือกเพิ่มเติม และสนับสนุนผู้ตัดสินไปทำหน้าที่ระดับนานาชาติมากขึ้น ส่วนเรื่องโค้ชนั้นได้ดึงโค้ชชาวคิวบามาติวเข้ม ทำให้นักชกไทยมีเทคนิคการชกที่ดีขึ้น ทั้งนี้เราจะมีการประเมินผลงานของโค้ชเป็นระยะ เพื่อติดตามการพัฒนาไปตลอด นอกจากนี้เรายังได้เตรียมจัดศึก “ไทยแลนด์ อินวิเตชั่น อินเตอร์แนชั่นแนล บ็อกซิ่ง ทัวร์นาเมนต์ 2017" หรือ รายการ "คิงส์คัพ" เดิม ในช่วงเดือนเมษายนนี้ ด้วยการเชิญนักชกฝีมือดีอย่าง คิวบา, อุซเบกิสถาน, คาซัคสถาน ฯลฯ เดินทางมาประลองกำปั้นกับนักชกไทย 

ส่วนเป้าหมายหลักของสมาคมนอกเหนือจากความสำเร็จในศึก ซีเกมส์, เอเชี่ยนเกมส์ และ ชิงแชมป์โลก แล้ว ในส่วนของโอลิมปิกเกมส์ปี 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เราจะต้องพยายามทุกวิถีทางให้นักกีฬาไทยผ่านควอลิฟายเข้าไปสู่รอบสุดท้ายให้มากที่สุด เวลานี้สมาคมได้รับเงินสนับสนุนจากทางรัฐบาลเพื่อปั้นนักชกหน้าใหม่ขึ้นมาทดแทน และการบริหารจัดการต่างๆให้มีประสิทธิ์ภาพสูงสุดถึง 140 ล้านบาท นอกเหนือจากงบประมาณที่เราจะได้รับจากภาคเอกชนและบริษัทห้างร้านต่างๆอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อต้องการสร้างความสุขให้กับคนไทยทั้งชาติ ส่วนซีเกมส์ ครั้งที่ 29 ที่จะถึงนี้ แน่นนอว่า เราส่งนักชกไปทั้งหมด 6 รุ่น ตั้งเป้าเอาไว้ที่การทวงตำแหน่งเจ้าเหรียญทองกลับมาอีกครั้ง คาดว่า คงไม่ต่ำกว่า 3 เหรียญทองอย่างแน่นอน เวลานี้ได้ให้ทางทีมงานสตาฟฟ์โค้ชคิวบาคอยเฟ้นหานักมวยที่พร้อมและดีที่สุดไป โดยจะเปิดเผยรายชื่อได้ในช่วงโค้งสุดท้าย