
เลื่อนไต่สวนคำร้อง "กลุ่มพิการวิลแชร์" ฟ้อง "กทม."
ศาลแพ่ง เลื่อนไต่สวนคำร้อง "กลุ่มพิการวิลแชร์" ฟ้อง "กทม." ละเลยไม่สร้างลิฟต์ BTS ครบ 23 สถานี
17 ก.พ.60 - ศาลแพ่งนัดไต่สวนคำร้องขอการยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่ม ในคดีหมายเลขดำ พ.246/2560 ที่นายสุพรธรรม มงคลสวัสดิ์ อายุ 50 ปี ผู้พิการนั่งรถวิลแชร์ซึ่งเป็นครูและเลขานุการโรงเรียนวัดมหาไถ่ เป็นผู้แทนกลุ่มคนพิการภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้รวม 98 คน เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง กรุงเทพมหานคร เป็นจำเลย เรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหาย 361,000 บาท ต่อคน ซึ่งค่าเสียหายคำนวณ จากการมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง การไม่ได้รับความสะดวกต่างๆ ที่คำนวณเป็นเงินวันละ 1,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.59 ที่ครบกำหนดต้องดำเนินการตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่สั่งให้ กรุงเทพมหานคร จัดสร้างลิฟต์โดยสาร อำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการ ในสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ( BTS) ให้ครบทั้ง 23 สถานี โดยนายสุพรธรรม ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง เมื่อวันที่ 20 ม.ค.60 ที่ผ่านมา
นายสนธิพงศ์ มงคลสวัสดิ์ ทนายความกลุ่มภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้รวม 98 คน เปิดเผยว่า ศาลแพ่ง มีคำสั่งเลื่อนนัดการไต่สวนเกี่ยวกะบคำร้องขอยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่มนี้ ออกไปก่อน เนื่องจากมีการส่งหมายแจ้งการฟ้องให้ กทม.ทราบเมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่ง กทม.ยังไม่ได้ทำให้การคัดค้าน เข้ามาส่งศาล ดังนั้นจึงนัดไต่สวนใหม่ในวันที่ 21 มี.ค.นี้ เวลา 09.00 น.
นายสนธิพงศ์ ทนายความ กล่าวอีกว่า การไต่สวนคำร้อง ได้เตรียมพยานซึ่งเป็นผู้พิการขา เข้าเบิกความ เพื่อให้ศาลพิจารณา โดยคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดนั้นระบุว่า ผู้พิการมีสิทธิเสรีภาพที่จะเดินทางโดยสะดวก แต่กลับขาดประโยชน์จากการใช้โดยไฟฟ้าบีทีเอส เมื่อลิฟต์โดยสารขึ้นไปบนสถานีนั้นมีการจัดสร้างเพียง 3 สถานี จากทั้งหมด 23 สถานี ในขณะที่รถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย แม้จะมีการสร้างลิฟต์โดยสารแต่ก็ไม่ครบทุกทางขึ้นลง กลุ่มโจทก์มุ่งหวังว่าการยื่นฟ้องจะทำให้บริษัทที่รับผิดชอบการก่อสร้าง ดำเนินการก่อสร้างให้ครบทุกสถานี เพื่อให้คนพิการได้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะอย่างเท่าเทียมคนทั่วไป
ขณะที่การฟ้องนี้ ล่าสุดได้ขอแก้คำฟ้องเพิ่มเติม ในส่วนค่าเสียด้วย ซึ่งตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ ชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 มาตรา 16 กำหนดให้สิทธิไว้ว่า หากเป็นการจงใจเลือกปฏิบัติต่อผู้พิการ หากศาลพิจารณาเชิงลงโทษ สามารถกำหนดค่าเสียหาให้ได้สูงสุด4 เท่าจากค่าเสียหายที่แท้จริง ดังนั้นตนจึงขออนุญาตศาลแพ่ง แก้ไขคำฟ้องเพิ่มเติมค่าเสียหาย จากเดิม 360,000 บาท ขอแก้ไขเป็น 1,440,000 บาทต่อราย โดยขอยื่นฟ้องตามมูลค่าความเสียหายสูงสุด ไม่เกิน 4 เท่าจากเดิมที่เราคำนวณค่าใช้จ่ายจริงในมูลค่าต่ำสุด ซึ่งศาลแพ่ง ก็มีคำสั่งอนุญาตให้เราแก้ไขคำฟ้องได้ ส่วนถ้าถึงเวลาพิจาณาเนื้อหาคดีแล้วศาลจะวินิจฉัยอย่างไรก็เป็นดุลยพินิจ.



