
ย้อนรอย...ลอบสังหารด้วยยาพิษ
ในอดีต มีการลอบสังหารศัตรูการเมืองหลายรายโดยใช้ยาพิษเป็นอาวุธ และบางคดีไม่สามารถคลี่คลายได้ว่าใครเป็นลงมือ
ผลชันสูตรศพ คิมจองนัม พี่ชายต่างมารดาของคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ถูกฆาตกรรมในสนามบินกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า เป็นการเสียชีวิตจากสารพิษ รอเพียงการยืนยันว่าเป็นชนิดใดแน่ ที่ทำให้สิ้นลมในเวลาไม่กี่นาที ในอดีต มีการลอบสังหารศัตรูการเมืองหลายรายโดยใช้ยาพิษเป็นอาวุธ และบางคดีไม่สามารถคลี่คลายได้ว่าใครเป็นลงมือ
ร่มพิษสังหารบัลแกเรียเห็นต่าง
กันยายน 2530 : เกรกอรี มาร์คอฟ ชาวบัลแกเรียผู้เห็นต่างจากรัฐบาลและลี้ภัยอยู่ในลอนดอน ประเทศอังกฤษ ถูกคนร้ายแทงด้วยปลายร่มอาบไรซิน พิษร้ายจากละหุ่ง ขณะกำลังเดินทางกลับจากทำงานที่วิทยุบีบีซีภาคบริการโลก และเสียชีวิตใน 4 วันต่อมา โดยไม่เคยจับฆาตกรได้
ผู้นำฮามาสรอดแต่โคมา
กันยายน 2540 : สายลับมอสซาดของอิสราเอลสองคนพยายามลอบสังหาร คอหลิด เมชาล ผู้นำฮามาส ของปาเลสไตน์ ขณะอยู่ในจอร์แดน ด้วยการฉีดยาพิษเข้าที่หู เพื่อล้างแค้นการโจมตีตลาดในอิสราเอลก่อนหน้านั้น แต่สายลับทั้งสองคนถูกรวบตัวได้ อิสราเอลยอมส่งยาแก้พิษไปให้ตามข้อเรียกร้องและคำขู่ตัดสัมพันธ์ของกษัตริย์จอร์แดน รวมทั้งเพื่อแลกกับการปล่อยตัวสายลับสองคน ทำให้เมชาลรอดชีวิตมาได้แบบหวุดหวิด
แผลเป็นบนใบหน้า”ยูเชนโก”
กันยายน 2547 : กรณีนี้ไม่ใช่การลอบสังหารแต่ก็ช็อกโลก เมื่อวิคเตอร์ ยูเชนโก ผู้นำฝ่ายค้านยูเครน กำลังรณรงค์เสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีแข่งกับ วิคเตอร์ ยานูโควิช ที่รัสเซียสนับสนุน เผยโฉมหน้าที่เต็มไปด้วยแผลเป็น หลังเจอพิษไดออกซิน ผู้สนับสนุนของเขาปักใจเชื่อว่า หน่วยลับของรัสเซียอยู่เบื้องหลัง ต่อมา ยูเชนโกเป็นฝ่ายชนะเลือกตั้ง
อาราฟัต อาจโดนพิษ
พฤศจิกายน 2547: ยัสเซอร์ อาราฟัต ผู้นำปาเลสไตน์ เสียชีวิตที่โรงพยาบาลทหารในฝรั่งเศส แต่ผู้เชี่ยวชาญฝรั่งเศสไม่อาจฟันธงได้ว่าเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด ท่ามกลางข้อกล่าวหาและความเชื่อว่าถูกอิสราเอลวางยา ผู้เชี่ยวชาญสวิตเซอร์แลนด์ระบุว่าพบกัมมันตรังสีโพโลเนียม-210 ระดับสูงเกินคาด จากตัวอย่างที่ได้จากศพที่ขุดขึ้นมา แต่อัยการฝรั่งเศสที่สอบสวนยืนยันไม่พบหลักฐานมีน้ำหนัก และสั่งปิดคดี
สารหนูคร่านักสิทธิมนุษยชนอินโด
กันยายน 2547 :มูนีร์ ซาอิด ทาหลิบ นักสิทธิมนุษยชนแถวหน้าของอินโดนีเซีย เสียชีวิตจากพิษสารหนู ระหว่างอยู่บนเครื่องบินจากจาการ์ตาไปกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นักบินถูกตัดสินมีความผิดฆาตกรรมตามใบสั่งหน่วยข่าวกรอง แต่ศาลสูงอินโดนีเซียล้มคำตัดสินในเดือนตุลาคม 2549
( มารีนา ลิตวิเนนโก ภรรยาอดีตสายลับรัสเซียอเล็กซานเดอร์ ลิตวิเนนโก กับหนังสือที่เธอเขียนบอกเล่าการฆาตกรรมสามี 21 พ.พ. 2550 )
โพโลเนียมดับอดีตสปาย”ลิตวิเนนโก”
พฤศจากายน 2549 : อเล็กซานเดอร์ ลิตวิเนนโก อดีตสายลับรัสเซีย เสียชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน หลังดื่มชาผสมกัมมันตรังสีโพโลเนียม-210 ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน คดีนี้ฉุดความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอังกฤษตกต่ำสุดขีด



