
แจ้งความรถโม่ปูนข้ามเลน9ศพสวมทะเบียน
ผู้ว่าฯ เชียงราย สั่งตรวจสอบรถโม่ปูนสวมทะเบียน-ต่างด้าวขับ ขนส่งแจ้งความ-เช็กผู้ประกอบการมีอีก 7 คัน
16 ก.พ. 60 นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สั่งการให้ นายสตวัน มะโนเครื่อง ขนส่ง จ.เชียงราย และนางวรุณยุพา วิเศษสรรค์ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ สำนักงานขนส่ง จ.เชียงราย นำข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุบนถนนพหลโยธิน บ้านขัวแตะ ม.12 ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย เหตุเกิดวันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ บาดเจ็บสาหัส 3 และบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน โดยมีรถคู่กรณีที่เกิดเหตุรวมกัน 4 คัน ประกอบด้วยรถบรรทุกหกล้อโม่ปูนซีเมนต์ ติดแผ่นป้ายทะเบียน 81-6905 เชียงราย รถยนต์ตู้ โตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 36-0031 เชียงใหม่ รถยนต์กระบะ โตโยต้า สีเทาบรอนซ์ ป้ายแดง รถเก๋ง ฮอนด้า สีเทาบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ษท 8523 กรุงเทพฯ
เนื่องจากเจ้าหน้าที่ขนส่งตรวจพบว่ารถบรรทุกหกล้อโม่ปูนซีเมนต์ที่ข้ามเกาะกลางไปทับรถยนต์ตู้และรถยนต์เก๋ งรวมทั้งเป็นเหตุให้รถยนต์กระบะพุ่งชนท้ายรถยนต์ตู้นั้นเป็นของเอกชนรายหนึ่ง ได้กระทำผิดกฎหมายหลายข้อ โดยหลังเกิดเหตุผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของรถโม่ปูนที่ประกอบกิจการรถโม่ปูน จำหน่ายหิน ปูนซีเมนต์ ตั้งอยู่ไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุมากนัก ได้เข้าพบกับเจ้าหน้าที่ขนส่ง และทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสภาพรถแล้วพบว่ารถที่ก่อเหตุเป็นรถไม่ได้จดทะเบียน และมีการนำแผ่นป้ายทะเบียนและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีของรถยนต์คันอื่นคือ หมายเลข 81-6905 เชียงราย ไปสวมที่รถโม่ปูนคันเกิดเหตุดังกล่าว รวมทั้งยังนำรถไปประกอบการขนส่งโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย
ทางสำนักงานขนส่ง จ.เชียงราย จึงมอบหมายให้นางวรุณยุพานำข้อมูลทั้งหมดรวมทั้งข้อมูลที่เข้าข่ายการปลอมแปลงเอกสารราชการซึ่งเป็นคดีอาญาไปแจ้งต่อ สภ.บ้านดู่ ดังกล่าว ซึ่งทาง พ.ต.อ.สิทธิชัย ไกรแสง ผกก.สภ.บ้านดู่ ได้เข้ารับเรื่องพร้อมรับจะดำเนินการให้ตามกฎหมาย
นางวรุณยุพา กล่าวว่า จากการที่สำนักงานขนส่งได้เชิญเจ้าของรถโม่ปูน ไปให้ข้อมูลประกอบกับเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเบื้องต้นก็พบความผิดปกติดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่ขนส่งจึงได้เข้าพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายดังกล่าว ซึ่งนอกจากเรื่องทางทะเบียนและการขออนุญาตทั้งหมดดังกล่าวแล้วยังพบว่าคนขับรถโม่ปูนคันเกิดเหตุยังเป็นต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถซึ่งเป็นรถขนาดใหญ่ไปในทางสาธารณะอีกด้วย
ดังนั้น นอกจากจะแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว วันเดียวกันได้เข้าตรวจสอบที่กิจการของผู้ประกอบการรายนี้เพิ่มเติม เนื่องจากทราบว่ามีรถบรรทุกที่ใช้ประกอบการในลักษณะเดียวกันอีก 7 คัน หากพบความผิดปกติก็จะมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป
พ.ต.อ.สิทธิชัย กล่าวว่า ได้สั่งการให้มีการเก็บข้อมูลหลักฐานต่างๆ รวมถึงสอบปากคำพยานในอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างละเอียดและรอบคอบมากที่สุด เพราะเป็นคดีที่ก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย โดยพบว่าผู้เสียชีวิตยังคงมีจำนวน 9 คน โดยเป็นคนขับรถโม่ปูน 1 คน คนขับและผู้โดยสารที่มากับรถยนต์ตู้จำนวน 8 คน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสมีจำนวน 3 คน เป็นผู้โดยสารที่ไปกับรถยนต์ตู้จำนวน 1 คน และรถยนต์เก๋งจำนวน 2 คน โดยกรณีผู้เสียชีวิตนั้น ญาติได้ทยอยรับศพกลับภูมิลำเนากันแล้ว ส่วนกรณีการดำเนินคดีอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยยังไม่มีการแจ้งข้อหาผู้ใด ส่วนเรื่องค่าเสียหายคงจะมีการเจรจากันต่อไป โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมจะเป็นคนกลางที่ให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย
สำหรับอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นบนถนนพหลโยธิน 4 ช่องจราจร โดยรถโม่ปูนมีนายอาดู่ ไม่มีนามสกุล อายุ 25 ปี ชาวพม่า ขับจากทาง อ.เมือง มุ่งหน้าจะไปทาง อ.แม่จัน แต่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุมีรถจักรยานยนต์ขับตัดหน้าทำให้รถโม่ปูนหักหลบจึงเสียหลักพุ่งขึ้นไปบนเกาะกลาง ก่อนจะม้วนเอาส่วนโม่ปูนทับรถยนต์ตู้ที่แล่นจะเข้าไปทาง อ.เมือง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต
ประกอบด้วย 1. นายคำไส จันดาวัน อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 77 ม.1 ต.เขื่อนผาก อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ตู้ 2. นายขวัญเมือง จามิตร อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 93/1 ม.2 ต.แม่หอพระ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ 3. นางเพ็ญศรีอาจหาญ อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 91 ม.4 ต.แม่หอพระ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ 4. นางเอื้องคำ จามิตร อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 93/1 ม.2 ต.แม่หอพระ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ 5. นางจินดา คำภีระ อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 93/2 ม.2 ต.แม่หอพระ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ 6. นางสุนี คำฟู อายุ 63 ปี บ้านเลขที่ 71/1 ม.2 ต.แม่หอพระ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
7. น.ส.ศักดิ์ ศรีคำฟู อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 72 ม.2 ต.แม่หอพระ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ 8. นางชูศรี ดาวราม อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 90 ปี ม.2 ต.แม่หอพระ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ภายในรถยนต์ตู้มีผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวคือ ด.ญ.อายุ 10 ปี บ้านเลขที่ 72 ม.2 ต.แม่หอพระ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 2 คน เป็นผู้ขับขี่และโดยสารมากับรถยนต์เก๋ง 1. นางกุลพรรณ เผดิมศักดิ์พิทยา อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 353/3 ม.4 ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย 2. น.ส.กุลภรณ์ เชวงทรัพย์ อายุ 42 ปี ด้านคนขับรถยนต์กระบะบาดเจ็บเล็กน้อย
นายบุญส่ง ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน พร้อมทั้งติดต่อบริษัทประกันภัยเพื่อเยียวยาช่วยเหลือผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บต่อไป



