
“มาร์ค”หารือลูกพรรคก่อนถกปรองดอง
“มาร์ค” หารือลูกพรรค ก่อนถกปรองดองร่วมกับ ป.ย.ป. ชี้เรื่องหารเมืองคือหัวใจหลักแก้ปัญหาประเทศ
16 ก.พ. -- นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับสมาชิกพรรค 10 คนเพื่อเตรียมเข้าพบ กับคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ในวันที่ 17 ก.พ. ว่า ในวันนี้เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นใน 10 ประเด็นตามที่อนุกรรมการฯเสนอมา เพื่อให้การนำเสนอมีความสมบูรณ์ที่สุด เราจะดูจากประสบการณ์ การวิเคราะห์ปัญหาแต่ละด้าน การมองไปข้างหน้าว่า ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นมีอะไร และจะป้องกันแก้ไขอย่างไร ทั้งนี้อยากให้การนำเสนอได้เห็นชัดว่า มีหลักคิดในการสร้างความปรองดอง โดยจากการหารือเราได้แลกเปลี่ยนอย่างเต็มที่ คิดว่าการนำเสนอน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคณะกรรมการฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ใน 10 ประเด็น พรรคยังยืนยันหลักการเดิม โดยเฉพาะเรื่องกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าประเทศไทยเดินไปข้างหน้าต้องปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย และยึดมั่นในหลักนิติธรรม ส่วนรายละเอียดของหลักการเหล่านี้จะสามารถแปรออกมาได้หมด เช่น ด้านสื่อสารมวลชน และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติจะต้องทำอย่างไร รวมทั้งการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งจะสอดคล้องกันทั้งหมด เพราะเราไม่อยากให้เขาแยกส่วนว่า มี 10 คำถามแล้ว ต้องแยกอีกว่า เรื่องนี้ทำอย่างนั้น อย่างนี้ แต่ไม่เห็นภาพรวม ที่สำคัญคือ ถึงแม้ทุกเรื่องจะสำคัญ ประเด็นที่เกี่ยวกับปมความขัดแย้งและความปรองดอง แต่จะให้น้ำหนักคงเท่ากันไม่ได้ ความกังวลใหญ่จะอยู่ที่ระบบหลัก คือ การเมือง ฉะนั้นทุกอย่างต้องให้ความสำคัญกับตรงนั้นเป็นพิเศษ
ต่อข้อถามกรณีที่มีบางส่วนเสนอว่า เมื่อเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองเสนอ ก็อยากให้มีการพูดคุยเรื่องการลงเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อย่าให้เรามาวิจารณ์ข้อเสนอของกันและกันดีกว่า เพราะจะผิดวัตถุประสงค์การทำงาน ที่เขาอุตส่าห์ทุ่มเทหลายวัน และไม่ต้องให้มาเผชิญหน้าและโต้แย้งกัน ดังนั้นจึงคิดว่าควรที่จะช่วยเขาทำงานก่อน ใครอยากเสนออะไรก็ว่าไป อย่าเพิ่งมาวิจารณ์กัน ให้ป.ย.ป. ประมวลความเห็นให้หมด และจัดทำข้อเสนอมา จากนั้นค่อยมาแลกเปลี่ยนกัน ขณะนี้บรรยากาศเริ่มต้นตอนนี้ค่อนข้างที่จะไปได้อยู่ เพราะแสดงให้เห็นว่า เขาก็พร้อมที่จะรับฟังเต็มที่ และไม่ต้องการให้ใครมาเถียงกัน
ส่วนประเด็นหลักที่ควรจะแก้ คือเรื่องการเมืองใช่หรือหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องการเมืองเป็นหัวใจหลัก ซึ่งบทบาทของฝ่ายการเมืองก็สำคัญในแง่ที่ต้องเป็นตัวแทนประชาชน เพื่อบริหารประเทศ นโยบายและการตรวจสอบ น้ำหนักที่เกี่ยวข้องกับการเมืองจึงมีมากเป็นพิเศษ อีกทั้งตนเห็นว่า เรื่องปรองดองไม่มีใครบังคับให้ใครเห็นตรงกัน หรือเชื่อตรงกันได้ แต่หากได้ข้อสรุปที่ทุกฝ่ายเห็นว่า น่าจะเป็นทางที่ทำให้ความขัดแย้งลดน้อยลง ตนคิดว่าทุกคนก็พร้อมที่จะพิจารณาอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคจะมีข้อเสนอพิเศษนอกเหนือ 10 ประเด็นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แค่ 10 ข้อก็กว้างมากพอแล้วดังนั้นสิ่งที่ตั้งใจจะไปพูดนั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นคำตอบใน 10 ข้อได้แล้ว แต่ตนมองว่าสิ่งที่ตกไปคือ บทบาทภาพรวมการกระจายอำนาจ และท้องถิ่น ที่ไม่ได้รับชัดเจน แต่น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบในทุกเรื่องอยู่แล้ว นอกจากนี้ เรื่องการเสนอปลดล็อคการทำกิจกรรมพรรคการเมืองนั้น เรื่องนี้พูดมามากแล้ว ตนพยายามพูดว่าอย่าบอกว่าปลดล็อคไหม เพราะถึงอย่างไรพรรคการเมืองก็ควรมีโอกาสที่จะเตรียมตัวสำหรับหลาย ๆ เรื่อง ไม่เช่นนั้นเมื่อกฎหมายพรรคการเมืองออกมาก็จะมีปัญหา
ถ้าบอกว่าไม่ให้พรรคการเมืองทำอะไรเลย แล้วพรรคการเมืองจะทำตามกฎหมายใหม่ได้ทันเวลาได้อย่างไร ขณะเดียวกันถ้าเห็นว่า มีความไม่เหมาะสมที่จะให้ทำกิจกรรมบางประเภทที่อาจกระทบต่อบรรยากาศบ้านเมือง คิดว่าทุกคนก็รับได้อยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องนี้จึงควรแยกแยะ และควรจะคุยกันว่า อะไรบ้างที่พรรคการเมืองควรมีส่วนในการเตรียมประเทศเข้าสู่ระยะที่ 3 และอะไรบ้างที่พรรคการเมืองต้องรอไปก่อน เพื่อให้บ้านเมืองมีบรรยากาศที่ดีสำหรับสถานการณ์



