ข่าว

ตม.จับอาชญากรข้ามชาติ 3 คดี

ตม.จับอาชญากรข้ามชาติ 3 คดี

16 ก.พ. 2560

ผบช.สตม. แถลงผลจับกุม อาชญากรข้ามชาติรายสำคัญ จำนวน 3 ราย


               16 ก.พ. 60  เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)  พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. แถลงผลจับกุม อาชญากรข้ามชาติรายสำคัญ จำนวน 3 ราย คดีแรกจับกุม นายโอเล็กซานเดอร์ กราชโกวสกี อายุ 31 ปี ชาวยูเครน ได้เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หลังก่อเหตุใช้บัตรเครดิตปลอมไปใช้กดเงินและรูดซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้า ย่านประตูน้ำ

               พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวว่า สืบเนื่องจากหลังเกิดเหตุคนร้ายแฮ็กระบบตู้เอทีเอ็มของธนาคารแห่งหนึ่ง สร้างความเสียหายหลายล้านบาทนั้น ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ตม.เฝ้าระวังแก๊งชาวยุโรปตะวันออก (ยูเครน) ซึ่งมีพฤติกรรมใช้บัตรเครดิตปลอมไปกดเงินแล้วรูดซื้อสินค้า กระทั่งได้รับแจ้งว่า นายโอเล็กซานเดอร์ ก่อเหตุที่ห้างแห่งหนึ่งย่านประตูน้ำ จึงนำกำลังไปจับกุม ต่อมาจึงไปขยายผลตรวจค้นที่ห้องพัก ซอยหมอเหล็ง แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ พบบัตรพลาสติกมีแถบแม่เหล็กสีขาว จำนวน 81 ใบ , เครื่องเขียนข้อมูลบนลงบัตร , เครื่องอ่านข้อมูลในบัตร , อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ปลอมแปลงบัตรเป็นจำนวนมาก ตรวจสอบข้อมูลในคอมพิวเตอร์พบรายชื่อคนไทย และคนต่างประเทศ รวมถึง ยอดเงินในบัญชีของแต่ละคนจำนวนมาก

               พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นนายโอเล็กซานเดอร์รับสารภาพว่าอยู่ในเครือข่าย “เครดิตการ์ด มาเฟีย” (CreditCard Mefia) ซึ่งเป็นเอเย่นต์ในการขายข้อมูลให้กับแก๊งอาชญากรข้ามชาติในหลายประเทศ ผ่านทางอีเมลและระบบไอซีคิว (ICQ) ซึ่งเป็นระบบการสื่อสารที่นิยมใช้เมื่อ 10 กว่าปีก่อน แต่ปัจจุบันคนไม่ค่อยใช้กันแล้ว โดยกลุ่มคนร้ายจะใช้ช่องทางดังกล่าวติดต่อ สื่อสาร และเสนอซื้อข้อมูลกัน ซึ่งราคาซื้อ-ขายจะคิดเป็น 50 เปอร์เซ็นต์จากยอดเงินในบัตรนั้นๆ นอกจากนี้ นายโอเล็กซานเดอร์ยังรับว่าได้ขโมยข้อมูลในบัตรเอทีเอ็มและเครดิตของคนในประเทศอเมริกาและยุโรปมาใช้กดเงินและรูดซื้อของในประเทศไทยตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา

               พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์นายโอเล็กซานเดอร์พบระบบมัลแวร์ และซอฟต์แวร์ที่กลุ่มคนร้ายเคยใช้โจมตีตู้เอทีเอ็มของธนาคารแห่งหนึ่งและเป็นข่าวโด่งดังเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังพบรูปถ่ายตู้เอทีเอ็มทุกธนาคารในประเทศไทย ซึ่งถูกถ่ายทุกมิติ ทุกมุม ซึ่งนายโอเล็กซานเดอร์รับว่าตระเวนถ่ายในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จึงเชื่อได้ว่านายโอเล็กซานเดอร์น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนร้ายในครั้งนั้น และน่าจะเตรียมก่อเหตุแฮ็กระบบเอทีเอ็มในไทยเช่นกัน ประกอบกับคำให้การของนายโอเล็กซานเดอร์ที่ระบุว่า เมื่อไม่นานมานี้ได้พยายามปล่อยระบบมัลแวร์กับตู้เอทีเอ็มในไทยแล้วแต่ไม่สำเร็จ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบนายโอเล็กซานเดอร์เข้าประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2559 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว โดยได้รับอนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 25 มีนาคม 2559 เท่านั้น แต่นายโอเล็กซานเดอร์กลับอยู่เกินกำหนด เบื้องต้น จึงควบคุมตัวไว้พร้อมแจ้งข้อหา อยู่ในราชอาณาจักรไทยเกินกว่ากำหนด ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และอยู่ระหว่างสอบปากคำเพื่อขยายผลหาเครือข่ายในคดีเกี่ยวกับการโจรกรรมข้อมูลต่อไป

               คดีที่ 2 กก1.บก.สส.สตม. และด่าน ตม.จว.ชลบุรี จับกุมนายโรแลนด์ จอน์จ อิลเมอร์ (MR. ROLAND GEORG ILMER) อายุ 57 ปี สัญชาติออสเตรีย ผู้ต้องหาตามหมายจับสากลและเป็นหัวหน้าเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ร่วมกับชาวจีนในการลักลอบขนกัญชา จำนวน 98 กก. จากประเทศอินเดียเข้าสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรีย โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานบัญชาการ

               พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวว่า ได้รับการประสานงานจากสถานทูตออสเตรียประจำประเทศไทยว่า นายโรแลนด์เป็นหัวหน้าเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และมีหมายจับตำรวจสากลได้หลบซ่อนอยู่ในประเทศไทย สืบสวนพบว่า ได้พักอาศัยอยู่ในการเคหะชุมชนพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงนำกำลังไปจับกุม ตรวจสอบพบว่า นายโรแลนด์เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2555 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว 60 วัน ได้รับอนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2555 แต่ปัจจุบันอยู่เกินกำหนด จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พัทยา เพื่อดำเนินคดีในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”

               คดีที่ 3 พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวว่า บก.สส.สตม. ร่วมกับ ด่าน ตม.จว.ชลบุรี จับกุม นายหลิว ฉี เฟิง อายุ 46 ปี สัญชาติจีน และเป็นผู้ต้องหาที่ทางการจีนต้องการตัว หลังร่วมกับพวกฮั้วประมูลโรงไฟฟ้าเฟิงเฉิน โดยได้ติดต่อกับบริษัทคู่แข่งอีก 9 บริษัท และจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ ทำให้บริษัท อู่ฮันคอนสตรัคชั่น จำกัด ชนะการประมูลไปในราคา 32 ล้านหยวน หรือ 150 ล้านบาท ต่อมาเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 ทางการตำรวจเมืองอี่ชุน มณฑลเจียงซี ได้ออกหมายจับ นายหลิว ฉี เฟิง และประสานมายัง ตม.ให้ช่วยติดตามตัว จนสามารถจับกุมตัวไว้ได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ ตรวจสอบนายหลิวเข้าไทยด้วยวีซ่าประเภทนักท่องเที่ยว (60 วัน) และได้รับการอนุญาตอยู่ต่อในราชอาณาจักรถึงวันที่ 28 มกราคม 2560 ซึ่งขณะนี้อยู่เกินกำหนด จึงแจ้งข้อหาพร้อมผลักดันออกนอกประเทศต่อไป