ข่าว

พร้อมถ่ายทอดเรื่องราว 'รัชกาลที่ 9' สู่ลูกหลาน

พร้อมถ่ายทอดเรื่องราว 'รัชกาลที่ 9' สู่ลูกหลาน

16 ก.พ. 2560

ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 106

        สำหรับบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง เป็นวันที่ 106 โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูให้ตั้งแต่เวลา 04.40 น. ปรากฎประชาชนจากต่างจังหวัดยังคงเดินทางมาเข้าแถวเป็นจำนวนมาก ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 

พร้อมถ่ายทอดเรื่องราว 'รัชกาลที่ 9' สู่ลูกหลาน


        นางสาวรัตนา กลิ่นบุปผา อายุ 40 ปี พนักงานบริษัทเอกชน เดินทางมาจากจังหวัดสมุทธปราการตั้งแต่เช้ามืด และได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพเมื่อเวลา 06.00 น.  เล่าด้วยน้ำเสียงสั้นเครือว่า เพิ่งมาครั้งแรก แต่เมื่อได้กราบแล้วรู้สึกปลื้มใจ ตื้นตันใจ และดีใจมากๆ จนพูดอะไรไม่ออก เพราะโดยส่วนตัวรักและเทิดทูนในหลวงรัชกาลรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเสียสละพระวรกายทรงงานหนักผ่านโครงการพระราชดำริต่างๆ เพื่อช่วยให้ประชาชนคนไทย มีความกินดีอยู่ดี ขณะเดียวกันตัวเองได้น้อมนำคำสอนของพระองค์เกี่ยวกับเรื่องความซื่อสัตย์และการดำเนินชีวิตภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งความพอเพียงที่พระองค์ท่านทรงเน้นย้ำนั้น มิใช่แค่เรื่องการประหยัดเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการรู้จักกินรู้จักใช้อย่างพอประมาณด้วย

พร้อมถ่ายทอดเรื่องราว 'รัชกาลที่ 9' สู่ลูกหลาน


      น.ส.ญานวัฒนา แสนกุล อายุ 41 ปี พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์ เดินทางมาโดยรถตู้ที่ทางโรงพยาบาลจัดอำนวยความสะดวกให้แก่พยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่ประสงค์มากราบพระบรมศพ กล่าวว่า เดินทางมากราบเป็นครั้งที่3 ใช้เวลามารอไม่นานเท่ากับครั้งก่อนๆ ช่วงเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว แต่ทุกครั้งก็ตั้งใจมาเพื่อที่จะมีโอกาสได้ใกล้ชิดพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย ส่วนความรู้สึกไม่สามารถบรรยายได้ รู้เพียงว่ารักพระองค์มาก เป็นหนึ่งในใจของทุกคน ทั้งนี้เพราะท่านทรงงานเพื่อประชาชน พระองค์ทรงรัก ทรงหวังดี ไม่เคยว่ากล่าวใคร แม้มีบางคนที่ไม่ประสงค์ดีบ้าง แต่พระองค์ยังทรงมีเมตตากรุณาให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าแม้ตัวเองเคยได้รับเสด็จฯ พระองค์เมื่อสมัยยังเด็กและเห็นท่านในระยะไกล แต่ก็ยังรำลึกถึงพระมหากรุณาธิึคุณในพระองค์อยู่เสมอ เมื่อพ.ศ.2516 เสด็จฯ มาเปิดโรงพยาบาล เราในฐานะผู้ปฏิบัติงานจึงตั้งจิตที่จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ดูแลผู้ป่วยโดยไม่แย่งแยกกลุ่มหรือชนชั้นตามที่พระองค์ทรงห่วงใยใส่พระราชหฤทัยในประชาชนทุกกลุ่มทุกคน อีกทั้งน้อมนำหลักความพอเพียง การพออยู่พอกิน ไม่สิ้นเปลืองและสร้างหนี้สินให้ตัวเองมาใช้ในชีวิตประจำวัน

พร้อมถ่ายทอดเรื่องราว 'รัชกาลที่ 9' สู่ลูกหลาน


       นางสาวจิตรสุดา แผ่นผา อายุ 42 ปี ชาวกรุงเทพฯ เดินทางพร้อมสามี นายสิทธิ จิระวรางกร ลูกสาว ด.ญ.พิชชาภา จิระวรางกร ลูกชาย ด.ช.จิรเมธ จิระวรางกร พร้อมด้วยคุณแม่ ออกจากบ้านตั้งแต่ 05.00 น. มาต่อแถวและได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ประมาณ 08.00 น. ซึ่งตั้งใจจะมากราบสักการะพระบรมศพสักครั้งในชีวิต หลังจากที่เข้ากราบสักการะพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รู้สึกปลาบปลื้มใจมากและอฐิษฐานให้ท่านเสด็จสู่สรรคาลัย วันนี้ได้พาลูกๆ มาด้วย ก่อนมาก็ลุ้นมากว่าเด็ก ๆ จะเล่นซนและงอแง แต่วันนี้ลูก ๆ ค่อนข้างเรียบร้อย เดินต่อแถวเป็นระเบียบ แม้ว่าลูก ๆ จะยังเล็กอยู่ แต่ตน รวมทั้งคุณแม่ของตนก็ถ่ายทอดเรื่องราวของในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ลูกได้รับฟัง เมื่อเจอพระบรมฉายาลักษณ์ พระบรมสาทิสลักษณ์ของในหลวงในสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งทางโทรทัศน์ก็จะบอกลูกเสมอว่าพระองค์ท่านคือพ่อหลวงของคนทั้งประเทศ พระองค์ท่านทรงงานหักและอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งลูก ๆ ก็จำพระองค์ท่านได้
         “ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสียสละเพื่อประชาชนคนไทยทุกคน ประทับใจประองค์ท่านมาก แม้ว่าพระองค์ท่านจะเสด็จสวรรคตแล้วยังระลึกถึงพระองค์ท่านเสมอ และได้น้อมนำพระองค์ท่านเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตและสอนให้ลูก เช่น สอนให้ลูก ๆ มีความอดทนหรือสอนให้อดออม ตามแบบพระองค์ท่านที่ไม่ฟุ้งเฟ้อ เมื่ออยากได้อะไรก็ต้องรู้จักเก็บออมด้วยตัวเอง” นางสาวจิตรสุดา กล่าว
         นางสาวจิตรสุดา กล่าวอีกว่า ครั้งนี้มารดาของตนมากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ซึ่งคุณแม่เล่าให้ฟังว่าได้เคยมีโอกาสรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมพระราชินี ครั้งที่เสด็จฯ ไปยังมหาวิทยาลัยขอนแก่น ตอนนั้นคุณแม่ยังเด็กเพียง 10 กว่าขวบ ได้รับเสด็จอย่างใกล้ชิดเป็นความภาคภูมิใจของคุณแม่และคุณแม่ยังจำได้แม่นแม้จะผ่านมาหลายสิบปีแล้ว
        ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 15 ก.พ. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.00 น.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 33,647คน รวม 105 วันมี4,445,877 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,793,418.50 บาท รวม 105 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น  374,652,902.09 บาท

 

พร้อมถ่ายทอดเรื่องราว 'รัชกาลที่ 9' สู่ลูกหลาน

พร้อมถ่ายทอดเรื่องราว 'รัชกาลที่ 9' สู่ลูกหลาน