ข่าว

พิรุธร้านแต่งรถ “เบนซ์ เรซซิ่ง” ขาดทุน!?

พิรุธร้านแต่งรถ “เบนซ์ เรซซิ่ง” ขาดทุน!?

15 ก.พ. 2560

เจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ “ลัมโบร์กีนี” หอบเอกสารชี้แจงการเช่าซื้อของ “เบนซ์ เรซซิ่ง” ป.ป.ส.เคลื่อนย้ายรถหรูตรวจสอบ


               15 ก.พ. 60  เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)  พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ โฆษก ปส. เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้มีการเชิญเจ้าหน้าที่บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) มาให้ข้อมูลพร้อมนำเอกสารมาชี้แจง เกี่ยวกับการเช่าซื้อรถลัมโบร์กีนีของ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำเจ้าหน้าที่จากบริษัท ส่วนกรณีการเรียกนายเบนซ์มาสอบปากคำนั้น ตอนนี้พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ออกหมายเรียก แต่ถ้าเจ้าตัวอยากมาพบเพื่อนำเอกสารมาชี้แจง ก็สามารถติดต่อและดำเนินการได้

               ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ได้มาเคลื่อนย้ายรถลัมโบร์กีนี รวมถึงรถบิ๊กไบค์คันอื่นๆ ไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. หลังจากเป็นรายการทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่ยึดชั่วคราวในคดีดังกล่าว เพื่อไว้ตรวจสอบ ซึ่งหลังจากนี้เจ้าของจะต้องเข้ามาชี้แจงที่มาที่ไปของทรัพย์สินทั้งหมดกับเจ้าหน้าที่ต่อไป

 

อาชีพนักแข่งรถ รายได้ไม่สอดคล้อง

 

               เมื่อเวลา 13.00 น.  พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. กล่าวว่า นายอัครกิตติ์ได้ประสานกับทางตำรวจว่าจะเดินทางมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับคณะพนักงานสอบสวนวันนี้ เวลาประมาณ 14.00 น. โดยจะเข้ามาชี้แจงเกี่ยวกับที่มาของรถลัมโบร์กีนี และรถบิ๊กไบค์ของกลาง รวมถึงที่มาของรายได้ทั้งหมดว่ามีเท่าใด ทรัพย์สินอะไรบ้าง เนื่องจากแนวทางการสืบสวนของตำรวจพบว่าธุรกิจร้านแต่งรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เพียงอย่างเดียวประกอบกับอาชีพนักแข่งรถ ไม่สอดคล้องกับรายได้ ซึ่งในวันนี้จะให้นายเบนซ์ชี้แจง และนำเอกสารมาให้ทั้งหมด เบื้องต้นวันนี้น่าจะยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา และขอให้เป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน

               ขณะที่นายสรรชัย นพรัตน์ ฝ่ายกฎหมายบริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) บริษัทไฟแนนซ์รถลัมโบร์กีนี เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้นำเอกสารเกี่ยวกับการทำไฟแนนซ์ของรถคันดังกล่าวมามอบให้พนักงานสอบสวน ซึ่งจะต้องเข้าให้ปากคำอีกหรือไม่นั้นต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วนเสียก่อน ทั้งนี้ ยืนยันว่ารถลัมโบร์กีนีคันดังกล่าวจัดไฟแนนซ์ที่นี่จริง และยังไม่หมดสัญญากับทางบริษัท เนื่องจากยังผ่อนค่ารถไม่หมด

 

พิรุธผลประกอบการร้าน “เบนซ์ เรซซิ่ง” ขาดทุนตลอด 3 ปี

 

               เมื่อเวลา 15.20 น.  พล.ต.ต.สุนทร กล่าวว่า วันนี้มีการติดต่อจากแม่นายเบนซ์ว่าจะมีการนำเอกสารเข้ามาเวลา 14.00 น. ซึ่งล่าสุดได้รับการติดต่อว่าติดธุระจึงไม่ได้เข้ามา และในวันพรุ่งนี้ (16 ก.พ.) ที่มีกระแสข่าวมาว่านายเบนซ์จะเดินทางเข้ามานั้น ก็ยังไม่มีการติดต่อมาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน หากพบการกระทำผิดก็จะทำการออกหมายเรียกเพื่อเข้าให้ปากคำ รวมทั้งต้องรอเอกสารธุรกรรมทางการเงินอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อนำมาสรุปสำนวนก่อนนำเรื่องไปประมวลให้กับทางคณะทำงานดำเนินการต่อไป

               รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการจับกุม นายไซซะนะ แก้วพิมพา ชาวลาว ผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ นายณัฐพล หรือ บอย นาคคำ ผู้ต้องหาซึ่งถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้นั้น ทางเจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และเจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ยึดทรัพย์สินของนายบอยแล้ว 12 รายการ รวมมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท ซึ่งในทรัพย์สินดังกล่าวนั้นมีรถลัมโบร์กีนี กัลลาร์โด (Lamborghini Gallardo LP 570-4 Superleggera) สีเทา-ดำ ทะเบียน กจ 51 กทม. และจักรยานยนต์ยี่ห้อ KTM สีส้ม ซึ่งมีชื่อนายเบนซ์เป็นผู้ถือครองรวมอยู่ด้วย การยึดดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งการยึดทรัพย์ของ ป.ป.ส. ซึ่งนายเบนซ์และผู้เกี่ยวข้องจะต้องนำเอกสารหลักฐานมาชี้แจงถึงที่มาที่ไปของทรัพย์สินภายใน 90 วัน โดยกรณีนายเบนซ์จะต้องชี้แจงที่มาของเงินที่นำไปซื้อรถหรูให้ได้ หากไม่เช่นนั้นทรัพย์สินทั้งหมดจะเข้าสู่กระบวนการอายัดทรัพย์และขายทอดตลาดตามขั้นตอน

               รายงานข่าวแจ้งอีกว่า นอกจากนี้ชุดสืบสวนพบข้อมูลว่า ร้านแอร์เรีย 51 ภายในซอยอินทามระ 51 ของนายเบนซ์นั้นได้เปิดกิจการมาแล้ว 3 ปี ซึ่งตลอดระยะเวลาการดำเนินกิจการ นายเบนซ์ได้ส่งรายงานผลประกอบการให้กับกรมสรรพากร ซึ่งจากการตรวจสอบเอกสารรายงานผลประกอบการดังกล่าว พบว่า กิจการของนายเบนซ์ขาดทุนมาโดยตลอด ถือว่าเป็นอีกหนึ่งข้อสังเกตที่ชุดสืบสวนพบความผิดปกติว่าเหตุใดนายเบนซ์ถึงสามารถมีรถหรูหลายคันไว้ในครอบครองได้ ประกอบกับชุดสืบสวนพบข้อมูลการทำธุรกรรมการเงินของนายเบนซ์ปรากฏว่านายบอยได้โอนเงินเข้าบัญชีนายเบนซ์ทุกเดือน เดือนละ 300,000 บาท ซึ่งยังพบอีกว่ารถลัมโบร์กีนีคันดังกล่าวนั้น นายเบนซ์ต้องผ่อนชำระเดือนละประมาณ 250,000 บาท ชุดสืบสวนจึงเชื่อว่านายบอยอาจโอนเงินจำนวน 300,000 บาท ให้นายเบนซ์เพื่อผ่อนรถ โดยเงินส่วนต่างอีก 50,000 บาท อาจเป็นค่าที่ให้นายเบนซ์ดำเนินการ หรือเป็นค่าถือครองรถหรูหรือไม่

               จากการตรวจสอบพบอีกว่า รถลัมโบร์กีนีคันนี้นั้นถูกนำเข้าและเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ที่ถือครองครั้งแรกเป็นชาวสงขลา ก่อนที่จะขายต่อให้เต็นท์รถโดยใช้ไฟแนนซ์ชื่อดัง และนำมาขายต่อให้เต็นท์รถชื่อ Buono Auto Clinic ที่ย่านพระราม 3 หลังจากนั้นนายเบนซ์ได้ทำสัญญาซื้อขายรถหรูคันดังกล่าว โดยมีบริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) เป็นไฟแนนซ์ให้