
คิม จอง นัม ว่าที่ทายาทเปียงยาง สู่เหยื่อลอบสังหาร
ลูกชายคนโตที่เคยถูกวางตัวเป็นทายาทการเมืองของตระกูลคิม แต่เหตุใดจึงพลิกผันตาละปัตร ระหกระเหินออกนอกประเทศ และจบชีวิตแบบอยู่ในทำเนียบลอบสังหารสะท้านโลก
คิม จอง นัม เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2514 เป็นลูกชายของคิมจองอิลที่เกิดกับซองฮเยริม ดาราหนังที่สมรสแล้ว ทั้งสองลอบมีสัมพันธ์ลับ ก่อนที่คิมจองอิลมาแต่งงานกับภรรยาที่ให้กำเนิดคิมจองอึน
ความเป็นลูกชายคนโตจึงถูกยกเป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อ และถูกเรียกว่า“นายพลน้อย” เขาพูดญี่ปุ่นได้คล่อง เคยร่ำเรียนทั้งในสวิตเซอร์แลนด์และรัสเซีย หลังเรียนจบในต่างประเทศ กลับมาเปียงยาง ได้รับแต่งตั้งเป็นนายพลสี่ดาว นั่งตำแหน่งอาวุโสในกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ ในฐานะว่าที่ผู้นำในอนาคต เมื่อปี 2538 นอกจากนี้ยังนั่งประธานคณะกรรมการคอมพิวเตอร์ รับผิดชอบพัฒนาอุตสาหกรรมสารสนเทศ ในปี 2541 และเคยติดตามบิดาไปเซี่ยงไฮ้ ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของจีนในอุตสาหกรรมไอที
อนาคตการเมืองเริ่มไม่สดใสช่วงปลายทศวรรษหลังปี 2533 เมื่อป้าของเขา ซอง แฮ รัง เข้าไปขอลี้ภัยในสหรัฐ หลังจากลูกชายของเธอ ลี ฮัน ยอง แปรพักตร์ไปเกาหลีใต้ผ่านทางสวิตเซอร์แลนด์ในปี 2525 (ต่อมา ถูกสายลับเกาหลีเหนือยิงตายในปี 2540) ขณะพ่อและแม่ของจองนัมก็เริ่มห่างเหินกันไป หลังจากคิมจองอิล เริ่มคบหาและแต่งงานกับโคยองฮุย ที่ให้กำเนิดคิมจองอึนในวลาต่อมา
จากนั้นก็ดวงตกสุดขีดในปี 2544 หลังถูกกักตัวที่สนามบินนาริตะ ในกรุงโตเกียว เพราะใช้หนังสือเดินทางปลอมของสาธารณรัฐโดมินิกันและใช้ชื่อจีนที่แปลว่า หมีอ้วน หวังเข้าไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ในญี่ปุ่น โดยเขาเดินทางไปพร้อมกับสตรีสองคนกับเด็กชายวัย 4 ขวบที่เชื่อว่าเป็นลูกชาย สร้างความอับอายแก่ตระกูลผู้ปกครองอันสูงส่ง แต่ภายหลัง จองนัม อ้างว่าเขาไม่ใช่คนโปรดของผู้นำเกาหลีเหนืออีกต่อไป เพราะเขามีแนวคิดสนับสนุนการปฏิรูปหลังผ่านการศึกษาจากสวิตเซอร์แลนด์ ทำให้พ่อมองว่าเขาเปลี่ยนสีกลายเป็นพวกทุนนิยม
อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ที่สนามบินนาริตะที่ทำให้คิมผู้พ่อต้องยกเลิกแผนเยือนจีนเพราะอับอายขายหน้า ถือเป็นจุดเปลี่ยนชีวิต
ชื่อของว่าที่ทายาทคิมจองอิล เปลี่ยนมาเป็นจองอึน ส่วนจองนัมและครอบครัว ระเห็จออกจากประเทศ ไปใช้ชีวิตไม่ต่างจากลี้ภัยในมาเก๊า บางสำนักข่าวระบุว่า เขาใช้ชีวิตแบบหลักลอย เป็นเพลย์บอย ติดการพนัน สุรุ่ยสุร่าย เดินทางไปๆมาๆระหว่างจีน มาเก๊าและฮ่องกง ในระยะหลัง มีผู้พบเห็นบ่อยครั้งในสิงคโปร์และมาเลเซีย บางครั้งในอินโดนีเซีย ซึ่งยังไม่ชัดนักว่าเหตุใดจึงเดินทางไปๆมาๆในประเทศแถบนี้
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า แม้ถูกตัดออกจากวงอำนาจ แต่ยังได้เงินใช้จากกองทุนลับของพ่อที่ซุกอยู่ในจีน มาเก๊า และประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่หนังสือพิมพ์ในมอสโกรายงานเมื่อปี 2555 ว่าจองนัมมีปัญหาการเงิน หลังถูกเปียงยางตัดหางปล่อยวัดโทษฐานวิจารณ์ระบบสืบทอดอำนาจ ถังแตกขนาดว่าเคยถูกตะเพิดออกจากโรงแรมหรูในมาเก๊า เพราะค้างจ่าย 1.5 หมื่นดอลลาร์
หลังน้องชายขึ้นสืบทอดอำนาจจากพ่อที่ถึงแก่กรรมปลายปี 2554 พี่ชายเคยตอบคำถามทางอีเมล์กับผู้สื่อข่าวญี่ปุ่นว่า คิมจองอึนขาดสำนึกในหน้าที่หรือขาดความจริงจัง และเตือนว่าการรับสินบนและทุจริต จะนำไปสู่การล่มสลายของเกาหลีเหนือในที่สุด เท่านั้นยังไม่พอ ต่อมา ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว วิจารณ์อีกว่า ไม่ว่าใครก็ตามหากยังมีความคิดแบบปกติชน คงยากจะอดทนได้กับการสืบทอดอำนาจทางสายเลือด
( จุดประชาสัมพันธ์สนามบินกัวลาลัมเปอร์ 2 ที่คิมจองนัม ถูกสังหารโดยใช้สารพิษ)
การวิจารณ์แบบเปิดเผยเรื่องการขึ้นสืบทอดอำนาจของน้องชายต่อจากพ่อ ทำให้จองนัม ถูกยกเป็นปากเสียงของชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ที่มีความหวังว่าจะล้มระบอบคิมสักวันหนึ่ง ขณะเดียวกันก็ถูกขู่ฆ่าไม่หยุดหย่อน ความวิตกความปลอดภัยยิ่งมากขึ้นหลังคิมจองอึน สั่งประหารจาง ซ็อง แทก อาเขยที่เคยทรงอิทธิพลและสนิทกับหลานชายอย่างคิมจองนัม ที่มีรายงานว่าคอยส่งเงินให้หลานชายนอกประเทศใช้
ปัจจุบัน ครอบครัวของจองนัม ทั้งอดีตภรรยาและภรรยาคนปัจจุบัน และลูก 3 คน อาศัยอยู่ในปักกิ่งและมาเก๊า โดยอยู่ภายใต้การคุ้มครองของทางการปักกิ่ง โดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าเหตุใดถึงไม่ลี้ภัยในเกาหลีใต้
เกาหลีเหนือเคยพยายามลอบฆ่าจองนัมมาก่อนแล้ว อัยการเกาหลีใต้และสำนักข่าวกรองเกาหลีใต้เผยว่า จับสายลับเกาหลีเหนือที่ยอมรับว่ามีส่วนร่วมวางแผนจัดฉากสังหารพี่ชายคิมจองอึน โดยทำทีเป็นอุบัติเหตุรถชนในจีน เมื่อปี 2553 หลังจากนั้น จองนัม ได้ส่งจดหมายถึงน้องชายในเปียงยาง ว่าขอให้ละเว้นชีวิตตนเองกับครอบครัว และไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนแล้ว ทางเดียวที่หนีได้คือ ..ฆ่าตัวตาย



