ข่าว

จากพระราชเสาวนีย์ สู่ โครงการพระราชดำริ

จากพระราชเสาวนีย์ สู่ โครงการพระราชดำริ

28 ส.ค. 2552

หลังจากมีพระราชดำริให้ก่อตั้งโครงการทดลองหมู่บ้านประมง ที่บ้านห้วยเจริญ ตั้งแต่ปี 2542 ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เกี่ยวกับการช่วยเหลือราษฎรที่ อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ จนทำให้ต้องอพยพมาอาศ

  โครงการนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) (CPF) ได้เข้ามาช่วยเหลือในด้านการรับซื้อปลาทับทิมจากเกษตรกรเพื่อนำไปส่งต่อให้แก่ตลาด ซึ่งเรื่องนี้ อดิศร์ กฤษณวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสของ CPF ได้กล่าวว่า จากที่มีพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทุกหน่วยงานก็มีความตั้งใจที่จะทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ โดยไม่คิดถึงมูลค่าหรือสิ่งตอบแทนที่จะตามมา โดยซีพีเอฟเข้ามาช่วยเหลือโครงการนี้ตั้งแต่ปี 2550  ไม่ใช่เฉพาะเงินทุนเท่านั้นที่นำมาช่วยเหลือ แต่รวมไปถึงอุปกรณ์ วิชาการ และการตลาด เพื่อต้องการที่จะทำให้เกษตรกรมีการเลี้ยงปลาที่ถูกต้อง และต้องการให้มีความเป็นอยู่ที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป

 อุดม ชมภูน้อย เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมาตั้งแต่รุ่นแรก กล่าวถึงประสบการณ์ในการเข้าร่วมโครงการว่า ก่อนที่จะได้เข้าร่วมโครงการ เคยประกอบอาชีพทำไร่ข้าวโพด เมื่อมีการสร้างเขื่อนจึงประกอบอาชีพเดิมไม่ได้ต้องย้ายถิ่นฐานมาอยู่แพ พอมีโครงการนี้จึงเข้าร่วมด้วย แต่ก็มีปัญหาทางการตลาด ซึ่งไม่มีตลาดรับซื้อปลาเลย จึงได้ล้มเลิกโครงการในช่วงปี 2544-2545 หลังจากนั้นก็ไปทำงานก่อสร้างที่ประเทศบรูไน ทำได้ประมาณปีครึ่งก็ย้ายไปที่อื่น เงินเดือนไม่เพียงพอเพราะค่าครองชีพสูง จึงย้ายไปที่ ประเทศกาตาร์ ซึ่งได้เงินเดือนน้อย ทำอยู่ 4 ปีก็กลับมาประเทศไทย เมื่อกลับมาทางทหารที่รับผิดชอบโครงการได้ชวนให้มาเข้าโครงการอีกครั้งในช่วงปี 2551 ซึ่งตอนนั้นทางโครงการให้เลี้ยงปลาทับทิม ใช้เวลาในการเลี้ยงเป็นเวลากว่า 5 เดือน ในครั้งนั้นได้เงินที่หลังจากหักเข้ากองทุนปรับปรุงกระชัง และแพที่พักราษฎร 5 เปอร์เซ็นต์แล้ว ได้ประมาณ 49,711 บาท ซึ่งตอนนั้นก็ประกอบอาชีพจับปลาขายอยู่แล้ว เงินที่ได้จากโครงการนี้ก็เหมือนเป็นการช่วยเสริมรายได้ให้แก่ครอบครัวอีกทาง

 ด้าน อำพวย ชมภูน้อย เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการอีกคน ซึ่ง อำพวย เป็นน้องชายของ อุดม ได้เข้าร่วมโครงการนี้พร้อมกัน กล่าวว่า เมื่อก่อนก็ทำไร่ข้าวโพดเหมือนกับพี่ชาย เมื่อมีการสร้างเขื่อนก็ย้ายไปอยู่แพและได้เข้าร่วมโครงการพร้อมกัน แต่เมื่อหลังจากที่โครงการในครั้งนั้นมีปัญหาในเรื่องการตลาด จึงผันตัวเองไปประกอบอาชีพทำฉากให้แก่หนังสมเด็จพระนเรศวร ซึ่งทำได้ 2 ปีก็เลิก เพราะทางกองถ่ายให้เงินเดือนไม่สม่ำเสมอและไม่ตรงเวลา จึงออกมาทำอาชีพประมง จนทางทหารได้เรียกให้กลับมาเข้าโครงการอีกครั้ง โดยครั้งนี้จะเรียกเฉพาะคนที่เคยเข้าร่วมโครงการในครั้งแรกเท่านั้น คนนอกจะมาเข้าโครงการไม่ได้ โดยการเพาะปลาทับทิมรุ่นแรก ตนได้เงินที่หักจากที่เข้ากองทุน 5 เปอร์เซ็นต์แล้ว ได้ประมาณ 82,669 บาท ซึ่งถือเป็นเงินที่นำมาช่วยเหลือครอบครัวได้อีกแรง

 โดยทั้งสองยังได้บอกอีกว่า รู้สึกดีใจและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างมาก ที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริให้ก่อตั้งโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อช่วยเหลือประชากรที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ เมื่อได้เข้าร่วมโครงการนี้จึงรู้ว่ามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มั่นคงในอาชีพมากขึ้น และคิดว่าจะเข้าโครงการนี้ต่อไปเรื่อยๆ

เรื่อง... "อรพินท์ ศรีธร"