
รักยิ่งใหญ่จากลูกๆ ส่งถึงพ่อของแผ่นดิน
พสกนิกรทั้งจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพอย่างไม่ขาดสาย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
วันนี้สำนักพระราชวัง เปิดประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 04.50 น.ให้ประชาชนเดินเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบไปรอขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ โดยตลอดทั้งวันมีพสกนิกรทั้งจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาทิ นนทบุรี,บุรีรัมย์,มุกดาหาร,นครราชสีมา,ลำปาง,ปทุมธานี,ร้อยเอ็ด,ระนอง,ระยอง,ชลบุรี,จันทบุรี,อ่างทอง,ปัตตานี,แพร่,ตาก,กรุงเทพฯ เป็นต้น เดินทางมาอย่างไม่ขาดสายด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และความจงรักภักดีแด่ในหลวง ร.9 พระมหากษัตริย์ผู้เป็นศูนย์กลางดวงใจไทยทั้งชาติ
น.ส.วนิดา วงศ์วินิจศร อายุ 50 ปี อาชีพค้าขาย พร้อมด้วย นางทองหล่อ วงศ์ครุฑ อายุ 64 ปี ชาว ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี ร่วมกันกล่าวว่า เดินทางมาพร้อมคณะพ่อค้า ประชาชน และส่วนราชการภายในจังหวัด เพื่อกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่วนตัวเพิ่มได้มีโอกาสเดินทางมาเป็นครั้งแรก ในวันที่ในหลวง ร.9 สวรรคตทุกคนรู้สึกเสียใจมากและได้ไปร่วมสวดมนต์ที่วัดโตนด ต.บางกร่าง ทุกวันโดยคนในชุมชนร่วมกันเป็นเจ้าภาพจนครบ 100 วัน และหลังครบ100 วันแล้วก็ยังร่วมสวดมนต์ทุกวันพระเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล วันนี้รู้สึกตื้นตันใจที่ได้มาเห็น มาใกล้ชิดพระองค์ ได้รับอาหารพระราชทานและของที่ระลึก ด้วยพระบารมีของพระองค์ที่ทำให้คนไทยมีความสุข ถ้ามีโอกาสก็จะเดินทางมากราบพระบรมศพอีกให้ครบ 9 ครั้ง ยิ่งวันพระราชทานเพลิงพระบรมศพยิ่งต้องมาเพราะเป็นวันสำคัญและเป็นวันสุดท้าย
“ทางจังหวัดเคยพาไปดูโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวง ร.9 เช่น โครงการช่างหัวมัน จ.เพชรบุรี อ่างเก็บน้ำห้วยฮ่องใคร้ จ.เชียงใหม่ และอีกหลายโครงการ เห็นแล้วก็รู้สึกประทับใจที่พระองค์ท่านทำประโยชน์ไว้ให้กับคนไทยได้ศึกษาเรียนรู้มากมาย พอกลับมาบ้านก็นำความรู้มาทดลองทำ เช่น การปลูกพืชผัก เราไม่มีที่ดินก็ทดลองปลูกในกระถางเพื่อลดค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆ รวมทั้งนำคำสอนของพระองค์มาปฏับัติ เช่น เรื่องความซื่อสัตย์ ไม่ฟุ่มเฟือย ขยันอดทน การทำความดี โดยยึดพระองค์ท่านเป็นแบบอย่างในการทำความดี หากใครเดือดร้อนช่วยเหลือได้ก็จะช่วยไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือญาติพี่น้อง” น.ส.วนิดา กล่าว
ด้านสามพี่น้อง นางเพียงใจ ไกรหมื่น วัย 63 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา น.ส.สุภกานต์ วิทิตวโรดม วัย 62 ปี ชาวจังหวัดนนทบุรี และน.ส.สมคิด วิทิตวโรดม วัย 58 ปี ชาวมีนบุรี กรุงเทพฯ ที่มารวมตัวกันที่บ้านน้องสาวย่านนนทบุรี แล้วออกเดินทางโดยเรือด่วนเจ้าพระยาตั้งแต่เวลา 07.00 น. และได้กราบสักการะพระบรมศพตอน 10.00 น. โดยนางเพียงใจ อดีตข้าราชการพลเรือน ในฐานะพี่สาวคนโต กล่าวถึงความรู้สึกหลังจากสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ว่า เป็นครั้งแรกในชีวิตของตัวเอง เพราะที่ช่วง 100 วันแรกที่ผ่านมาเห็นคนมาเป็นจำนวนมาก จึงไม่ค่อยสะดวกเพราะตัวเองสุขภาพไม่ค่อยดีมักมีอาการปวดขาโดยเฉพาะเข่าอยู่เป็นประจำจึงตัดสินใจเดินทางมาจากจังหวัดนครราชสีมาเมื่อ 2 วันที่แล้ว และไปพักกับน้องสาวที่นนทบุรี ความรู้สึแรกที่ได้สักการะพระบรมศพ รู้สึกปลาบปลื้มใจ เพราะเป็นข้าราชการในรัชกาลที่ 9 รู้สึกภาคภูมิใจที่มีโอกาสได้รับราชการเป็นข้ารองบาทในพระองค์
“ตลอดระยะเวลาของการรับราชการ มีเพียงสิ่งเดียวที่เราทำได้เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 คือการเป็นข้าราชการที่ดีมีความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ ไม่ให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น และถึงแม้ตอนนี้จะเกษียณอายุราชการแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงยึดถือแนวพระราชดำรัสเรื่องความเป็นคนดี ซื่อสัตย์ สุจริต มาบอกกล่าวและสอนลูกหลานให้เป็นคนดีอยู่เสมอ” นางเพียงใจกล่าว
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 13 ก.พ.หลัง ปิดการขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.05 น.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 29,840 คน รวม 103 วัน มียอดสะสม 4,383,133 คน และมีประชาชนถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล 3,018,308.50 บาท รวม 103 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 369,134,986.09 บาท



