ข่าว

ขึ้นบัญชีรองประธานาธิบดีเวเนซุเอลาค้ายาเสพติด 

ขึ้นบัญชีรองประธานาธิบดีเวเนซุเอลาค้ายาเสพติด 

14 ก.พ. 2560

สหรัฐอเมริกาขึ้นบัญชีรองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เป็นนักค้ายาเสพติด


            14 ก.พ. กระทรวงการคลังสหรัฐ ขึ้นบัญชี นายทาเร็ค เอล ไอส์ซามี รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ซึ่งถูกมองว่าเป็นทายาทการเมืองของประธานาธิบดีนิโกลาส มาดูโร เป็นนักค้ายาเสพติดที่จะถูกมาตรการแซงชั่น จากการอำนวยความสะดวก ปกป้องคุ้มครอง และกำกับการขนส่งยาเสพติดจำนวนมากจากเวเนซุเอลาไปยังเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกา ระหว่างเป็นรัฐมนตรีมหาดไทยและผู้ว่าการรัฐอารากัว 


            เอล  ไอซ์ซามี ซึ่งขึ้นเป็นรองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 4 มกราคม ถูกกล่าวหารับเงินจาก วาลิด มาเคล็ด การ์เซีย ราชายาเสพติดเวเนซุเอลา เป็นค่าคุ้มครองการลำเลียงสินค้าและประสานกับ ลอส เซตาส แก๊งยาเสพติดชื่อกระฉ่อนของเม็กซิโก 

            

            ซามาร์ค โฆเซ่ โลเปซ เบโญ่ พันธมิตรสำคัญของเอล ไอซ์ซามี ก็ถูกขึ้นบัญชีเป็นนักค้ายาเสพติดอย่างเป็นทางการเช่นกัน ตลอดจนบริษัท 13 แห่งของเขาที่แผ่ขยายใน 5 ประเทศ โดยสหรัฐกล่าวหาโลเปซ เบโญ่ เป็นตัวกลางสำคัญให้กับเอล ไอส์ซามี ฟอกเงินจากยาเสพติด

            ความเคลื่อนไหวของสหรัฐทำให้อนาคตการเมืองของเอล ไอส์ซามี วัย 42 และอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ มืดมนทันที

 เอล ไอส์ซามี เกิดในรัฐเมรีดา สร้างชื่อจากการกวาดล้างยาเสพติดในประเทศ และช่วยประธานาธิบดีมาดูโร จัดการกับฝ่ายค้านในประเทศ 
            ประกาศประธานาธิบดีเมื่อ 31 มกราคมที่ผ่านมา นายมาดูโรให้อำนาจใหม่แก่รองประธานาธิบดีของเขา ยึดทรัพย์และอนุมัติงบประมาณกระทรวงต่างๆ 

            กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่ามาตรการแซงชั่นเมื่อวันจันทร์ เป็นผลจากการสอบสวนนานหลายปี ไม่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งเอล ไอส์ซามี เป็นรองประธานาธิบดี เป็นเรื่องของการค้ายาเสพติดข้ามชาติเท่านั้น ไม่มีการเมืองเกี่ยวข้อง และมีหลักฐานมีน้ำหนักยืนยัน  แต่สหรัฐไม่ได้ระบุว่าพยายามจะออกหมายจับหรือขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ 

            จอห์น สมิธ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติ กระทรวงการคลัง ระบุในแถลงการณ์ว่า กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าอำนาจและอิทธิพล ไม่อาจช่วยปกป้องบุคคลที่เกี่ยวพันกับกิจกรรมผิดกฎหมายได้ 
บุคคลที่อยู่ในบัญชีดำยาเสพติด จะถูกอายัดทรัพย์ในดินแดนสหรัฐ และห้ามพลเมืองและบริษัทอเมริกันทำธุรกิจ กรณีของนายโลเปซ เบโญ่ เจ้าหน้าที่อายัดทรัพย์สินในสหรัฐมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์ รวมถึงเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว และคอนโดมิเนียมหรูหราอีกหลายแห่งในไมอามี