ข่าว

"ประดู่หางดำฯ"ไข่ดก เนื้อแน่น!

"ประดู่หางดำฯ"ไข่ดก เนื้อแน่น!

14 ก.พ. 2560

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

         ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์เชียงใหม่ กรมปศุสัตว์ ได้วิจัยพัฒนาพันธุ์ไก่พื้นเมืองสายพันธุ์ต่างๆ มาตั้งแต่ปี 2545 เพื่อขยายผลและส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมนั้น ล่าสุด ได้ต่อยอด “ประดู่หางดำ" ผสมกับไก่พันธุ์ไข่เรดฮอร์น เป็นไก่ไข่พันธุ์ใหม่ที่เลี้ยงแบบวิถีชาวบ้าน ปรากฏผลสำเร็จด้วยดี ได้ไก่ไข่พันธุ์ใหม่ “ประดู่หางดำเชียงใหม่ สายพันธุ์ไข่ดก” ที่แม่ไก่ออกไข่ได้ปีละ 147 ฟอง ทว่า กรมปศุสัตว์ตั้งเป้าไว้ปีละ 200 ฟอง/ตัว เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม

 

"ประดู่หางดำฯ"ไข่ดก เนื้อแน่น!

 

          ไก่ไข่พันธุ์ใหม่นี้ เปิดตัวในงาน “9 ทศวรรษ บำรุงพันธุ์สัตว์ก้าวไกล ครั้งที่ 3” เมื่อปีที่ผ่านมา โดย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่มีนโยบายผลักดันงานวิจัยเพื่อลดต้นทุนให้กับเกษตรกร เพิ่มผลผลิตตรงตามความต้องการของตลาด รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ที่เหมาะสมทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ 

          สอดรับกับกรมปศุสัตว์ ที่มีเป้าหมายการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์สัตว์ ที่เน้นงานวิจัยในการสร้างพันธุ์ใหม่ให้มีศักยภาพของพันธุ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม นำไปสู่การใช้ประโยชน์ และเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกรไทยแข่งขันทางการตลาดได้ ช่วงปี 2545-2550 กรมปศุสัตว์ได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย วิจัยพัฒนาพันธุ์ไก่พื้นเมืองแท้ 4 พันธุ์ ได้แก่ ไก่แดงสุราษฎร์ ไก่ชีท่าพระ ไก่เหลืองหางขาวกบินทร์บุรี ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่

 

"ประดู่หางดำฯ"ไข่ดก เนื้อแน่น!

 

          เพื่อเป็นการพัฒนาต่อยอดไก่พื้นเมืองทั้ง 4 สายพันธุ์ และขยายผลไปยังเกษตรกรให้ได้รับประโยชน์มากที่สุด (ปี 2559-2564) กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมปศุสัตว์ได้มีแผนพัฒนาพันธุ์ “ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่” เป็น “ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ สายพันธุ์ไข่ดก” ที่ให้ผลผลิตไข่เพิ่มขึ้นถึง 30%

         ไก่ประดู่ฯ สายพันธุ์ไข่ดกนี้ เป็นไก่พื้นเมืองไทยพันธุ์แท้ที่ ทนทานต่อสภาพแวดล้อมและโรคระบาด และกินอาหารที่เกษตรกรหาได้ในท้องถิ่น มีอัตราการเจริญเติบโตดี และให้ไข่ดกกว่าพันธุ์พื้นเมืองอื่นๆ ให้เนื้อที่มีคุณภาพดีกว่าไก่เนื้อทางการค้า แถมรสชาติอร่อย 

 

"ประดู่หางดำฯ"ไข่ดก เนื้อแน่น!

 

         สอดคล้องกับแนวทางนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ในการลดต้นทุนให้เกษตรกร โดยการปรับใช้กับเกษตรทฤษฎีใหม่ จะเป็นทางเลือกให้เกษตรกรรายย่อย รายขนาดกลาง นำไปเลี้ยงเพื่อบริโภคในชุมชน หรือจำหน่ายเป็นไข่พรีเมียม 

          ด้าน นสพ.อยุทธ์ หรินทรานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า การพัฒนาสายพันธุ์ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ สายพันธุ์ไข่ดก ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) กรมปศุสัตว์ได้มอบหมายให้ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์เชียงใหม่ และพัฒนาสายพันธุ์

         โดยต่อยอดจากไก่ประดู่หางดำผสมกับไก่พันธุ์ไข่ “เรดฮอร์น” มีนายอำนวย เลี้ยวธารากุล ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ ประจำศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์เชียงใหม่ วิจัยเป็นเวลา 5 ปี จนได้ไก่ประดู่ฯ สายพันธุ์ไข่ดกขึ้นมา ที่มีคุณสมบัติพิเศษทนทานต่อสภาพแวดล้อมและโรคระบาด หาอาหารกินเอง เหมาะที่จะให้เกษตรกรายย่อยเลี้ยงเป็นอาชีพเสริม

 

"ประดู่หางดำฯ"ไข่ดก เนื้อแน่น!

 

         จากการที่เลี้ยงแบบปล่อยพบว่า ฝูงพันธุ์ไก่พื้นเมืองประดู่หางดำเชียงใหม่ ให้ไข่ดกเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 30% หรือแม่ไก่ 1 ตัวให้ผลผลิตไข่ปีละ 90 ฟอง จากนั้นได้พัฒนาไปเรื่อยๆ เวลาผ่านไป 5 ปี ได้ 117 ฟองต่อปี และจากการเลี้ยงในรูปแบบฟาร์ม โดยเกษตรกรรายย่อยพบว่า แม่ไก่ 1 ตัว สามารถเพิ่มจาก 147 ฟองต่อตัวต่อปี มาเป็นตัวละ 191 ฟองต่อปี ส่วนเป้าหมายตั้งไว้ที่ตัวละ 200 ฟองต่อปี

        ที่ผ่านมาได้แจกจ่ายไปให้เกษตรกรทดลองเลี้ยงดูแล้วจำนวน 2,000 ตัว แต่กรมปศุสัตว์มีศักยภาพในการที่จะผลิตไก่ลูกผสมได้ปีละ 5 แสนตัว ไก่พันธุ์แท้ 4 แสนตัว นอกจากนี้ ยังมีฟาร์มในเครือข่ายอีก 13 แห่งทั่วประเทศ ที่จะผลิตพันธุ์แท้ 6.2 แสนตัว ลูกผสม 8 แสนตัว ต่อไปจะส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อย ขนาดกลาง รวมถึงให้เลี้ยงตามโรงเรียนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารเลี้ยงเป็นอาหารกลางวันด้วย เบื้องต้นคิดว่าหลังทำตลาดแล้ว ราคาขายลูกไก่อายุ 20 วัน ตกอยู่ตัวละ 15 บาท หากเป็นของเครือข่ายตัวละ 20 บาท

 

"ประดู่หางดำฯ"ไข่ดก เนื้อแน่น!

 

        สำหรับโครงการการพัฒนาพันธุ์แท้ไก่ประดู่หางดำเชียงใหม่ พันธุ์ไข่ดก นั้น สวก.ได้สนับสนุนเงิน 6.4 ล้านบาท ให้กรมปศุสัตว์ดำเนินการโดยใช้งบประมาณปี 2560 จนสิ้นสุดโครงการปี 2564 เพราะเห็นว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรในอนาคต