ข่าว

กราบสักการะ ต้นแบบแห่งความเพียร

กราบสักการะ ต้นแบบแห่งความเพียร

13 ก.พ. 2560

บรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวัง วันที่ 13 ก.พ. 2560 ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศมารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เนืองแน่น

         วันที่ 13 ก.พ.2560 สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 12 ก.พ.หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.14 น.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 40,866 คน รวม 102 วัน มี 4,353,293 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,452,622.25 บาท รวม 102 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 366,116,677.59 บาท     

กราบสักการะ ต้นแบบแห่งความเพียร

 

         สำหรับบรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวังวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ามากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เวลา 04.45 น.มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศมารอต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศกันอย่างต่อเนื่องด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น   

กราบสักการะ ต้นแบบแห่งความเพียร

 

           น.ส.ประภัสสร มาวงษ์นอก อายุ 29 ปี ใช้โอกาสช่วงวันหยุดยาวมาฆบูชา พาพ่อและแม่ขับรถจาก จ.ภูเก็ต มากราบสักการะพระบรมศพ โดยมาถึงท้องสนามหลวงตั้งแต่เวลา 03.00 น. ก่อนได้กราบสักการะพระบรมศพในเวลา 09.45 น. เผยว่า ตั้งใจอยากมากราบสักการะพระบรมศพนานแล้วเช่นเดียวกับพ่อและแม่ จึงอาศัยวันหยุดยาวเดินทางมากราบสักการะพระศพเป็นครั้งแรก ส่วนตัวรู้สึกประทับใจและปลาบปลื้มในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างมาก จากที่ได้ดูสารคดีพระองค์เสด็จฯ ไปยังถิ่นทุรกันดารทุกหนแห่ง แม้กระทั่งชาวเขาที่ไม่ได้นับถือศาสนาเดียวกันแต่ก็ทรงพระราชทานความช่วยเหลือ ให้อาชีพให้ความรู้จนสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้     

        “เมื่อก่อนครอบครัวไม่ได้มีฐานะดีมากนัก แต่หลังน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ทำสวน นำผลผลิตที่ได้ขายบ้าง แบ่งให้เพื่อนบ้านบ้าง โดยนอกจากปลูกทุเรียนแล้ว ยังมีพืชผักสวนครัวต่างๆ อีกหลายอย่างตามที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานคำแนะนำ ทำให้ทุกวันนี้ครอบครัวมีกินมีใช้อย่างพอเพียง พ่อจึงบอกตลอดว่าที่ครอบครัวเรามีทุกวันนี้ได้ก็เพราะในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงใส่พระราชหฤทัยดูแลสารทุกข์สุขดิบของประชาชน และทรงแก้ปัญหาด้วยพระอัจฉริยภาพ นอกจากนี้พ่อยังสอนให้รู้คุณค่าของเงิน ทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้ต้องคิดให้ถี่ถ้วนก่อนใช้” น.ส.ประภัสสร กล่าว   

กราบสักการะ ต้นแบบแห่งความเพียร

   

         ด้าน นางพรรัตน์ ราชฉวาง กล่าวว่า อดีตเคยรับราชการครูที่โรงเรียนเมือง จ.นราธิวาส มาก่อนซึ่งมีพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ตั้งอยู่ จำได้ว่าตอนนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานเลี้ยงให้กับราษฎร ก็มีโอกาสได้เข้าไปร่วมงานประชาชนทุกคนมีความรู้สึกประทับใจ และปลื้มปริ่มอย่างมาก ทั้งยังมีโอกาสได้รับเสด็จเมื่อครั้งพระองค์เสด็จฯ มาทอดพระเนตรการแข่งเรือด้วย ทำให้รู้สึกประทับใจ คนหลายคนอาจคิดว่าชายแดนใต้น่ากลัว แต่พระองค์ก็ยังเสด็จฯ มาประทับที่นราธิวาส ทำให้เราประทับใจมาก ที่ผ่านมาก็ได้สอนให้นักเรียนได้รู้เรื่องพระราชกรณียกิจต่างๆของพระองค์มาตลอด ทั้งเรื่องความขยัน ที่พระองค์ทรงเป็นองค์ต้นแบบของความเพียร    

กราบสักการะ ต้นแบบแห่งความเพียร

   

          ขณะที่ครอบครัวพิณะเวศน์ อย่างนางพรกมล อายุ 50 ปี และนายรัฐวิทย์ อายุ 53 ปี ที่พาลูกสาวมากราบสักการะพระบรมศพ จากสายไหม กล่าวร่วมกันว่า มากราบสักการะพระบรมศพโดยรถเมล์ฟรีจากสนามม้านางเลิ้งเป็นครั้งแรก ตลอดเส้นทางเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกดี เป็นระเบียบตลอดเส้นทาง ประทับใจมากเหมือนดั่งเป็นแขกของพระราชาจริงๆ รวมทั้งวันนี้เป็นวันที่อากาศดี เมื่อเข้ามาในรั้วพระบรมมหาราชวังก็มีลมเย็นตลอดทาง จึงอยากให้ทุกคนที่คิดว่าลำบากได้ทราบว่าไม่เป็นอย่างที่คิด และได้รับความสะดวกตลอดทาง 

          ​“ครอบครัวของเราประทับใจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชอย่างมาก พระองค์ทรงเป็นต้นแบบให้ประชาชนได้ดำเนินรอยตาม โดยเฉพาะเรื่องความอดทน มุมานะอุตสาหะ ที่จะทรงงานหนักเพื่อประชาชน ก็ได้ยึดใช้ตลอดมา รวมทั้งความกตัญญูต่อสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ถือเป็นเรื่องสำคัญ แม้จะไม่สามารถทำได้เทียบเท่า แต่ก็ขอเป็นส่วนหนึ่งให้มาประยุกต์ใช้ได้เล็กน้อยก็ยังดี หลังจากพระองค์สวรรคต ครอบครัวก็จะสวดภาวนา และนั่งสมาธิ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์เสมอ รวมทั้งการทำงานที่ธกส. ที่ต้องทำงานกับเกษตรกร ก็จะนำเอาเศรษฐกิจพอเพียงไปถ่ายทอดให้กับเกษตรกรด้วย” นางพรกมลกล่าว

 

กราบสักการะ ต้นแบบแห่งความเพียร

กราบสักการะ ต้นแบบแห่งความเพียร

กราบสักการะ ต้นแบบแห่งความเพียร