
ว่ายน้ำไฟเขียว งบ 95 ล้าน พัฒนานักกีฬา
สมาคมกีฬาว่ายน้ำวางบประมาณ 95 ล้านบาท ไว้ใช้ในโครงการสร้างนักกีฬาทุกระดับ 4 ปี ต่อเนื่อง กำชับทุกบาทใช้อย่างรอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้
“โค้ชตึก” นายธนาวิชญ์ โถสกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการประชุมกรรมการบริหารสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ครั้งล่าสุด ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ของปี 2560 ที่ห้องประชุม มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด กรมทหารราบที่ 1 ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นายกสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย เป็นประธาน ในที่ประชุมได้มีการรับรองและอนุมัติแผนปฏิบัติงาน รวมถึงแผนงบประมาณ ประจำปี 2560
สำหรับแผนงานดังกล่าวนั้น แบ่งเป็นช่วงโครงการเร่งด่วนระยะสั้นตามโครงการ 4 ปี ต่อเนื่อง โดยมีงบประมาณรวมทั้งสิ้น 95,297,367 บาท ประกอบด้วย งบประมาณที่ได้รับการจัดสรร และคาดว่าจะได้รับการจัดสรรเพิ่มเติมจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จำนวน 45,965,767 บาท และสมาคมกีฬาว่ายน้ำต้องจัดหาเองอีก 49,331,600 บาท
นายธนาวิชญ์ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวถึงเรื่องการอนุมัติและรับรองในหลักการดังกล่าว โดยได้กำชับให้ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่าย มีความรอบคอบ รัดกุม ในการใช้จ่ายงบประมาณให้มีความถูกต้องตรงตามแผนงานและงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติด้วยความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้อย่างเป็นรูปธรรมแท้จริง
นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังได้ย้ำเรื่องการเตรียมทีมชาติไทยในทุกประเภทของสมาคมกีฬาว่ายน้ำฯ ต้องใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์การกีฬาให้มากที่สุด เพื่อเสริมสร้างศักยภาพนักกีฬาไทยให้ดีขึ้น และได้ให้นโยบายสำหรับผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะผู้ฝึกสอนว่า ต้องจัดทำรายงานแผนการฝึกซ้อม และประเมินผลการซ้อมอย่างเป็นรูปธรรมทุกระยะหรือทุกเดือน พร้อมกับจัดทำคู่มือประจำตัวนักกีฬา เพื่อรายงานความคืบหน้า และการพัฒนาสถิติของแต่ละคน และรายงานปัญหา อุปสรรคต่างๆ อย่างเป็นระบบต่อเนื่อง เพื่อผลการประเมินศักยภาพ และความคาดหวังของนักกีฬาทุกคน ทุกทีม
“พล.อ.ประวิตร ได้ขอให้ทุกฝ่ายจัดทำรายงาน ผลการปฏิบัติงานแต่ละช่วงเวลา พร้อมกับประเมินผลว่าสถิติดีขึ้นหรือไม่ ถ้าดีขึ้น จะพัฒนาต่อไปอย่างไร ? ถ้าไม่ดีจะแก้ไขอย่างไร ? แล้วประเมินผลให้เป็นรูปธรรมมากที่สุดให้ได้” โค้ชตึก กล่าว
เลขาธิการสมาคมกีฬาว่ายน้ำ กล่าวในช่วงท้ายว่า พล.อ.ประวิตร ยังได้เน้นนโยบายการสร้างนักว่ายน้ำรุ่นใหม่ในระยะยาว โดยให้คัดเลือกเด็กที่มีแววประมาณ 10-20 คน มารวมทีมฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง โดยใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาช่วยสนับสนุนตั้งแต่เด็ก เพื่อศักยภาพที่ดีในอนาคต และขอให้ฝ่ายที่รับผิดชอบเร่งดำเนินการด้วย



