
เร่งเช็ควงจรปิดเส้นทาง มือยิงวัยรุ่นสายไหมหลบหนี
เร่งตรวจสอบวงจรปิด เส้นทางก่อเหตุ หลบหนี ของคนร้ายที่ยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นย่านสายไหมตาย 1 เจ็บ 2
จากกรณีกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงกลุ่มวัยรุ่นเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 รายและได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดภายในซอยสายไหม 34 แขวงและเขตสายไหม กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 02.00 น.ที่ผ่านมา ล่าสุดเวลา 13.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษณ์ ผบก.น.2 เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าคดีร่วมกับพ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม พ.ต.ท.นริศ ปรารถนาพร รอง ผกก.สส. ร.ต.อ.วิษณุ แท่นทอง รอง สว.(สอบสวน) สน.สายไหม และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สายไหม ใช้เวลาในการประชุมราว 45 นาที
พล.ต.ต.ภาณุมาศ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำพยานไปแล้ว 5 ปาก ประกอบด้วย มารดาของนายณัฎฐนัย เพื่อนของนายณัฎฐนัยที่อยู่ในเหตุการณ์ 4 ปาก ทราบว่ากลุ่มผู้ตายเคยมีเรื่องทะเลาะกับวัยรุ่นกลุ่มอื่น แต่วัยรุ่นกลุ่มผู้เสียหายปฏิเสธว่าไม่เคยมีเรื่องกับใคร โดยปกติจะมานั่งเล่นรวมกลุ่มกันอยู่ที่เกิดเหตุเป็นประจำเกือบทุกวัน เนื่องจากเป็นบ้านรุ่นพี่และจะต้องรอเข้าสอบปากคำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ปาก
พล.ต.ต.ภาณุมาศ กล่าวต่อว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ลงตรวจไปสอบกล้องวงจรปิด เพื่อดูเส้นทางก่อนก่อเหตุและหลบหนีของคนร้าย เบื้องต้นพบว่าคนร้ายมี 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์มา 2 คัน ก่อนเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายได้ขับจยย.เลยผ่านกลุ่มวัยรุ่น จากนั้นได้วนรถจยย.กลับมาก่อเหตุใช้อาวุธยิงเข้าไปในกลุ่มวัยรุ่นซึ่งคาดว่าใช้ปืนยิงไม่ต่ำกว่า 2 กระบอก ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่ 8 ปลอก เป็นขนาด 9 มม. และยังพบหัวกระสุนอีก 4 หัวอยู่ระหว่างการส่งตรวจพิสูจน์ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ตั้งประเด็นกว้างๆ ไว้ 4 ประเด็น แต่ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นประเด็นใด ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ทำงานสืบสวนกันก่อน
อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.ภาณุมาศ กล่าวอีกว่า สำหรับกลุ่มผู้ตายก่อนหน้านี้เคยมีเรื่องทะเลาะกับวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นคู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส มีการเรียกเงินค่าเสียหายประมาณ 150,000 บาท โดยเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการไกล่เกลี่ย คดียังไม่ได้ส่งฟ้อง อยู่ระหว่างการรวบรวมสำนวน โดยเหตุเกิดตั้งแต่ปลายปี 2559 ซึ่งจะต้องมีการเรียกผู้เกี่ยวข้อง คู่กรณีว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่อย่างไร



