ข่าว

เล็งปรับเกณฑ์ประกันราคาข้าวจำกัดวงเงินแทนปริมาณ-ห่วงต้องเพิ่มวงเงินชดเชย

เล็งปรับเกณฑ์ประกันราคาข้าวจำกัดวงเงินแทนปริมาณ-ห่วงต้องเพิ่มวงเงินชดเชย

27 ส.ค. 2552

กขช.ถกนัดอีกรอบก่อนประกาศราคารับประกันสินค้าเกษตรกร 3 ชนิด เล็งปรับเกณฑ์รับประกันข้าว จากเดิมกำหนดปริมาณไม่เกิน 20 ตัน เป็นจำกัดวงเงินไม่เกินรายละ 3.5 แสนบาทแทน หวั่นเกษตรกรเมินเข้าร่วมโครงการ เนื่องจากอาจได้วงเงินต่ำกว่าการรับจำนำ รับหากปรับรัฐมีภาระเงิ

 นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการรักษาการแทนผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผย ในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) จะประชุมเพื่อพิจารณาประกาศราคาประกันสินค้าเกษตรที่รัฐบาลนำร่อง 3 ชนิด ได้แก่ ข้าวโพด มันสำปะหลัง ข้าวเปลือก ซึ่งยังมีความเห็นและข้อเสนอที่แตกต่างกันบางประการ โดยเฉพาะการกำหนดปริมาณข้าวเปลือกที่ใช้สิทธิเข้าร่วมโครงการ อาจเปลี่ยนจากกำหนดจำนวนตันเป็นวงเงินรวมที่เข้าร่วมโครงการแทน

 ทั้งนี้ เนื่องจากการจำกัดปริมาณสูงสุด 20 ตันนั้น หากเป็นข้าวเปลือกตันละ 10,000 บาท คิดเป็นเงินเพียง 2 แสนบาท แต่การจำนำก่อนหน้านี้เกษตรกรอาจเคยได้รับ 3.5 แสนบาท จึงอาจทำให้เกษตรกรรายใหญ่ไม่สนใจ จึงมีผู้แสนอให้จำกัดที่วงเงิน 3.5 แสนบาทต่อรายแทน ซึ่งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของที่ประชุม แต่หากมีการกำหนดวงเงินแทนก็อาจทำให้รัฐบาลต้องใช้เงินชดเชยส่วนต่างราคาข้าวเพิ่มขึ้นจากเดิม 2.5 หมื่นล้านบาทเป็น 4 หมื่นล้านบาท

 “หากต้องใช้เงินเพิ่มยังไม่แน่ใจว่าจะเอาจากโครงการไทยเข้มแข็งได้ทันทีหรือไม่ ธ.ก.ส.จึงต้องกันงบไว้ 1.2 แสนล้านบาทสำรองไว้ดำเนินโครงการ” นายเอ็นนู กล่าวและว่า ส่วนของราคาข้าวน่าจะเป็นไปตามข้อเสนอเดิม โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิที่ให้ราคาสูงถึงตันละ 15,300 บาทนั้น มีการบวกเพิ่มกำไรให้ถึง 40% เพื่อจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวที่มีราคาและคุณภาพดีที่สุดมากขึ้น อีกทั้งผลผลิตที่ได้ต่อไร่ปัจจุบันยังค่อนข้างต่ำ

 สำหรับการชดเชยส่วนต่างราคาข้าวที่รับประกันนั้น ประเมินไว้ที่ 2 พันบาทต่อตัน ซึ่งเป็นส่วนต่างของราคาประกันกับราคาอ้างอิง (ราคาตลาด) จึงต้องประสานความร่วมมือกับสมาคมโรงสีที่เข้าร่วมโครงการ ให้เข้าไปช่วยรับซื้อข้าวจากเกษตรกร หากเห็นว่าส่วนต่างราคามีแนวโน้มจะห่างกันมากขึ้น เพื่อช่วยให้รัฐไม่ต้องแบกรับภาระการชดเชยมากนัก ซึ่งจากการหารือกับโรงสีทุกจังหวัดก็พร้อมจะให้ความร่วมมือ โดยหลังจากกขช.ประกาศราคาประกันเกษตรกรก็สามารถยื่นขอเข้าโครงการได้ทันที โดยให้นำหนังสือรับรองพื้นที่การปลูกมาติดต่อ ธ.ก.ส. สาขาใกล้บ้าน เพื่อจัดทำสัญญาประกันราคาพืชผลในแต่ละชนิดต่อไป