ข่าว

สนช.ติวเข้ม รับมือ รธน.ใหม่

สนช.ติวเข้ม รับมือ รธน.ใหม่

11 ก.พ. 2560

สนช.ติวเข้ม รับมือ รธน.ใหม่ “สุรชัย”ชี้สนช.ต้องปรับวิธีการตรากฏหมาย เหตุต้องยึดมาตรา77 ป้องกันการโต้แย้ง

 

          เมื่อเวลา13.30น. ที่สถานพักฟื้นและพักผ่อนกองทัพบก (สวนสนประดิพัทธ์) อ.หัวหิน จ.ประ จวบคีรีขันธ์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)จัดโครงการสัมมนาสมาชิกสนช.ประจำปี2559มีสมาชิก สนช.เข้าร่วมสัมมนาอย่างพร้อมเพียง

           โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “บทบาทและหน้าที่สนช.ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่”ว่า หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชามติมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ สนช.จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์รัฐธรมนูญใหม่ ซึ่งแตกต่างจากรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี2557โดยมาตรา263ที่ระบุให้สนช.อยู่ปฏิบัติหน้าที่จนถึงวันเรียกประชุมรัฐสภาใหม่เป็นครั้งแรก ซึ่งหมายความว่าสนช.จะทำหน้าที่จนถึงก่อนวันประชุมรัฐสภาใหม่ โดยรัฐธรรมนูญใหม่ สนช.ยังมีภารกิจไม่ต่างจากรัฐธรรมนูญปี57ทำหน้าที่บัญญัติกฎหมาย ให้ความเห็นชอบสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ตรวจสอบฝ่ายบริหารโดยการตั้งกระทู้ถาม การเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งต่างๆตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ยกเว้นเรื่องการถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่งไม่มีอีกแล้ว

          นายสุรชัย กล่าวว่า สำหรับการพิจารณากฎหมายจะมีกติกาใหม่เกิดขึ้นในการบัญญัติกฎหมายทุกประเภท คือมาตรา77ที่รัฐธรรมนูญใหม่ระบุว่า รัฐพึงให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่มีความจำเป็น โดยคำนึงถึงสภาพการณ์ของสังคม โดยเฉพาะวรรคสองไม่เคยมีในรัฐธรรมนูญใดมาก่อนที่ระบุว่า รัฐต้องพึงจัดให้มีการรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายให้รอบด้าน ทุกระบบ ประกอบการตรากฎหมายด้วย ซึ่งสนช.ต้องนำเรื่องเหล่านี้มาประกอบในการพิจารณากฎหมายทุกขั้นตอน อีกทั้งเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว ต้องมีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายด้วย นี่คือโจทย์ใหม่ที่สนช.ต้องทำให้ชัดเจน ส่วนตัวเห็นว่า มาตรา77จะมีผลใช้บังคับต่อสนช.ทันที ทำให้สนช.ต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบการพิจารณากฎหมายใหม่ให้สอดคล้องกับมาตรา77 

          “ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาจึงขอความร่วมมือจากกมธ.ชุดต่างๆให้สะสางกฎหมายเก่าที่ค้างอยู่ให้เสร็จในเดือนมี.ค.เพื่อหลีกเลี่ยงผู้ไม่หวังดีจะมาโตแย้งว่า การพิจารณากฎหมายของสนช.ไม่สอดคล้องกับมาตรา77ดังนั้นจากนี้ไปการพิจารณากฎหมายของสนช.นอกจากจะได้รับร่างกฎหมาย กับหลักการและเหตุผลแล้ว จะมีรายงานรับฟังความเห็นของผู้เกี่ยวข้อง รายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนจากหน่วยงานเจ้าของร่าง ซึ่งสนช.ต้องนำบทวิเคราะห์เหล่านั้นมาพิจารณาทุกขั้นตอน”นายสุรชัย กล่าว 

         นายสุรชัยกล่าวว่า ส่วนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ10ฉบับ ซึ่ง4 ฉบับต้องทำให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง โดยมีเงื่อนไขว่าแต่ละฉบับต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน60วัน ซึ่งรวมขั้นตอนระบบธุรการด้วย และจากการประสานงานกับกรธ.จะส่งกฎหมายเข้ามาให้พิจารณาพร้อมๆกันหลายฉบับ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเวลาในพิจารณากฎหมายได้ เพราะจะต้องพร้อมๆกันหลายฉบับ แต่พอเราบ่นไปมากๆเข้าก็หาว่าจะไปเลื่อนโรดแม็ปอีก นอกจากนี้ทางสนช.ยังมีกฎหมายที่ต้องพิจารณาตามรัฐธรรมนูญใหม่ เช่นกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์จะต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน120วัน ขณะเดียวกันกฎหมายที่จะต้องออกตามรัฐธรรมนูญใหม่59ฉบับ ยังไม่รวมถึงกฎหมายที่อยู่ในบัญชีของครม.ที่มีความเร่งด่วนอีก41ฉบับรวมแล้วก็ประมาณ100ฉบับ ดังนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้แล้วการพิจารณากฎหมายของสนช.มีความตึงตัวอยู่มาก โดยมีการกำหนดระยะเวลาไว้ชัดเจนและไม่มีสิทธิขอขยายเวลาได้