พสกนิกรจากทั่วสารทิศรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพ
ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิต การทำงาน และเรื่องคู่ครอง แก่พลหทารจากภาคใต้
วันหยุดสุดสัปดาห์ สำนักพระราชวัง เปิดประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 04.50 น.ให้ประชาชนเข้าไปรอขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ โดยตลอดทั้งวันมีพสกนิกรทั้งจากทั่วประเทศ อาทิ อุบลราชธานี, บุรีรัมย์, มุกดาหาร, เชียงราย, พระนครศรีอยุธยา, นนทบุรี, ปทุมธานี, สงขลา, สุราษฎร์ธานี, พังงา, กระบี่ เป็นต้น เดินทางมาเข้าแถวรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่องด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และเนื่องในวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันพระใหญ่ หลายคนตั้งใจเดินทางไหว้พระตามวัดต่างๆ โดยรอบพระบรมมหาราชวัง และถือโอกาสมากราบสักการะพระบรมศพด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
มานี อภิสุนทรกุล (ที่ 2 จากซ้าย) พร้อมลูกสาวและเพื่อนบ้าน
นางมานี อภิสุนทรกุล อายุ 59 ปี ชาวเขาเผ่าอาข่า จากต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ที่วันนี้เดินทางมาพร้อมลูกสาวและเพื่อนบ้านรวม 5 คน กล่าวความตั้งใจเป็นภาษาชนเผ่าโดยมีลูกสาวคนโต น.ส.ณัฐชา วิบูลย์จิตเจริญ ช่วยแปลให้ว่า เดินทางมากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันพุธที่ 8 ก.พ.แล้วมาพักที่บ้านญาติย่านลาดพ้าว ก่อนจะเตรียมตัวแล้วออกจากบ้านในเวลา 04.00 น.มาถึงบริเวณท้องสนามหลวงเมื่อเวลา 05.00 น.เข้าแถวรอและได้ขึ้นกราบสักการะพระบรมศพในเวลา 09.30 น. ตอนกราบพระบรมศพรู้สึกดีใจมาก อยากมาตั้งแต่ก่อนปีใหม่แต่ยังไม่มีโอกาส ในหลวง ร.9 ทำงานเพื่อประชาชนมากมาย โดยเฉพาะชาวเขาทรงช่วยให้มีอาชีพ มีรายได้ ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้นมาก เพราะเมื่อก่อนทำไร่เลื่อนลอย อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง เมื่อพ่อหลวงเสด็จฯ มาช่วยก็ปักหลักอยู่เป็นหลักแหล่ง มีบัตรประชาชน ได้ปลูกกาแฟ และผักเมืองหนาวต่างๆ ลูกหลานก็ได้เรียนหนังสือ ที่ปลื้มใจมากก็ตอนที่มีโอกาสได้รับเสด็จฯ พ่อหลวง สมเด็จย่า และสมเด็จพระเทพฯ ที่ดอยตุง พ่อหลวงท่านมาเยี่ยมสมเด็จย่า รู้สึกมีบุญที่ได้อยู่ใกล้ๆ วันนี้เลยอยากมีถวายความอาลัยเป็รครั้งสุดท้าย จึงตั้งใจแต่งชุดชาวเขาเผ่าอาข่าที่น้ำหนักรวมกว่า 3 กิโลกรัมมาด้วย หนักมากแต่ไม่เป็นไร ได้มาก็หายเหนื่อยแล้ว
น.ส.คนึงนุช แจ้งพรมมา อายุ 40 ปี ชาวจ.ขอนแก่น นักเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระยืน อ.พระยืน จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เดินทางพร้อมเพื่อนๆ รวม 10 คน ออกเดินทางจากจ.ขอนแก่น โดยรถตู้ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ถึงกรุงเทพฯ ตอน 03.00 น. แล้วต่อแถวรอเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ช่วง 04.00 น. และได้เข้ากราบสักการะเวลา 09.00 น. ตั้งใจมากราบสักการะพระบรมศพสักครั้งในชีวิต ที่เลือกวันนี้เพราะเป็นวันหยุดไม่ต้องลางานและสามารถมาพร้อมกับเพื่อน ๆ หลายคนได้ รู้สึกตื้นตันใจและคุ้มค่ากับการรอคอยมากที่ได้กราบสักการะพระบรมศพในหลวง ร.9 ส่วนตัวประทับใจทุกอย่างที่ทรงทำเพื่อประชาชนคนไทยและทำงานหนักไม่เคยหยุดพัก และท่านยังมีโครงการพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ ให้ประชาชนไทยเรียนรู้และนำไปปฏิบัติตาม หลังจากนี้จะเข้าไปกราบสักการะพระแก้วมรกตที่วัดพระแก้วเพื่อความเป็นสิริมงคล
ด้าน นางเกศสุวรรณ ผ่องแก้ว อายุ 34 ปี เพื่อนที่เดินทางมาด้วยกัน กล่าวว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้มากราบสักการะพระบรมศพ ในหลวง ร.9 รู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง จะยึดแบบอย่างของท่านที่ทรงทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และจะนำหลักการเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ปลูกผักสวนครัวกินเอง และใช้จ่ายประหยัด โดยวันนี้ตัวเองและเพื่อนๆยังได้ซื้อบัตรอวยพรของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชุดละ 90 บาท เพื่อร่วมสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ รวมทั้งสมทบทุนให้กับโรงพยาบาลศิริราชด้วย
ขณะที่ พลทหารกิจจนันท์ จันทร์อุ่น อายุ 24 ปี ทหารอากาศ ชาว จ.สุราษฎร์ธานี เดินทางโดยรถประจำทางพร้อมแฟนสาว น.ส.เสาวลักษณ์ เพ่งการ อายุ 24 ปี ชาว จ.พังงา กล่าวว่า ได้มาต่อแถวเพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพตั้งแต่เวลา 05.00 น.และได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพในเวลา 10.00 น. รู้สึกภูมิใจอย่างมากที่ได้เดินทางมาในวันนี้ เพราะไม่มีโอกาสได้มากราบสักการะพระบรมศพ แม้จะตั้งใจมานานแล้ว เนื่องจากตัวเองประจำอยู่ที่กองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี ตลอด
“ผมมองในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแบบอย่างในทุกทุกด้าน ทั้งในแง่การใช้ชีวิต การทำงาน ตลอดจนเรื่องคู่ครอง โดยเฉพาะเรื่อความอดทนในการซ้อมดนตรี พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านดนตรีแต่ก็ยังหมั่นฝึกฝนอดทนซ้อม ผมเป็นนักดนตรีเหมือนกัน เป่าทรัมเป็ตก็ได้ยึดเรื่องนี้เป็นแบบอย่าง ทั้งนี้ ในฐานะทหารอากาศ ตั้งใจจะปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดและจะเป็นคนดีของสังคม” พลทหารกิจจนันท์ กล่าว
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 10 ก.พ.หลัง ปิดการขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.20 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 35,285 คน รวม 100 วัน มียอดสะสม 4,267,399 คน และมีประชาชนถวายโดยเสด็จพระราชกุศลเป็นเงิน 2,912,727 บาท รวม 100 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 359,872,944.09 บาท



