ปชช.ร่วมทำบุญตักบาตรวันมาฆบูชา
พุทธศาสนิกชนในจ.สงขลา ทำบุญตักบาตรถวายเป็นพุทธบูชาในวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 11 ก.พ. 2560 ที่วัดเลียบ เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา ประชาชนชาวสงขลา ได้นำอาหารหวานคาวข้าวสารอาหารแห้งมาร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นวันที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานพระโอวาทสำคัญอันถือได้ว่าเป็นหัวใจของคำสอนในพระพุทธศาสนา คือ โอวาทปาฏิโมกข์ ในวันเพ็ญ (ขึ้น15ค่ำ) เดือนสาม ดวงจันทร์โคจรมาเสวยมาฆฤกษ์ แต่ถ้าปีใดมี อธิกมาส คือ เดือนแปดสองแปด วันมาฆบูชาก็จะเลื่อนไปเป็นวันเพ็ญกลางเดือนสี่ เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นที่ พระเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ รัฐมคธ ในปีแรกของการตรัสรู้ของพระพุทธองค์ คือ หลังจากตรัสรู้แล้วได้9เดือน ความประจวบกันพอดีของเหตุการณ์ในวันนี้ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่อัศจรรย์ มีสี่ประการคือ
ประการแรก เป็นการมาชุมนุมกันของพระสงฆ์สาวก จำนวน1,250รูป เพื่อเฝ้าพระบรมศาสดา โดยมิได้นัดหมาย ประการที่สอง พระสงฆ์สาวกดังกล่าวล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น ประการที่สาม พระสงฆ์สาวกดังกล่าวล้วนแต่ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าด้วยวิธี เอหิภิกขุอุปสัมปทาและประการที่สี่ วันนั้นดวงจันทร์เพ็ญเสวยมาฆฤกษ์เต็มบริบูรณ์ความพร้อมกันขององค์สี่ประการจึงเรียกว่า จาตุรงคสันนิบาตโดยในวันนี้ มีพุทธศาสนิกชนในจังหวัดสงขลามาร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรเป็นจำนวนมากและผลบุญจากการทำบุญตักบาตรในวันนี้พสกนิกรชาวจังหวัดสงขลาขออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เสด็จสู่สวรรคาลัย
ชาวโคราชนุ่งขาวห่มขาวเข้าวัดปฏิบัติธรรมเนื่องในวันมาฆบูชา
นครราชสีมาเช้าวันนี้ (11 ก.พ.60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเข้าวัดทำบุญเนื่องในวันมาฆบูชา ตามวัดต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นไปอย่างคึกคัก โดยเฉพาะที่วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้มีพุทธศาสนิกชน นำครอบครัวทั้งพ่อ แม่ ลูกนุ่งขาว ห่มขาว เข้ามาทำวัตรสวดมนต์ภายในศาลาหลวงพ่อพุธ ฐานิ กันเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันบรรดาพ่อค้าแม่ค้าก้ได้มีการจัดเตรียมตะเก้าอี้ เพื่อเตรียมขายดอกไม้ธูปเทียนให้กับประชาชนที่จะนำครองครัวมาเวียนเทียนรอบอุโบสถ พร้อมกับร่วมกันปฏิบัติธรรมตลอดทั้งคืน
สำหรับวันมาฆบูชา ถือว่าเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 2,500 กว่าปีก่อน คือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ ท่ามกลางที่ประชุมมหาสังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ในพระพุทธศาสนา โดยมีเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน4ประการ คือ พระสงฆ์สาวก 1,250 รูปได้มาประชุมพร้อมกันที่วัดเวฬุวันโดยมิได้นัดหมาย,พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดเป็นผู้ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง,พระสงฆ์ที่มาประชุมล้วนเป็นพระอรหันต์, และวันดังกล่าวตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ดังนั้นจึงเรียกวันนี้อีกอย่างหนึ่งว่า “วันจาตุรงคสันนิบาต” หรือวันที่มีการประชุมพร้อมด้วยองค์ 4 ซึ่งทำให้พุทธศาสนิกชนพร้อมใจกัน เข้าวัดทำบุญ เพื่อน้อมรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญนี้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ผู้ว่าฯพิษณุโลก นำปชช.ทำบุญตักบาตรวันมาฆบูชา
นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนางปัทมา เอี่ยมสุวรรณ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก และรองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกทั้ง 3 ท่าน หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดพิษณุโลก ร่วมทำบุญตักบาตร แด่พระภิกษุสงฆ์ เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2560
ทั้งนี้เพื่อร่วมกันน้อมจิตทำความดีทั้งกาย วาจา ใจ เนื่องในวันมาฆบูชา โดยมีพระราชธรรมคณีเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลกเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ได้แสดงธรรมเทศนาเนื่องในโอกาสวันมาฆบูชา ที่ศาลาการเปรียญวัดศรีรัตนาราม หรือวัดจูงนาง ตำบลท่าทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เช้าวันที่ 11 ก.พ 2560
ปทุมธานี - พุทธศาสนิกชน 9,000 คนร่วมตักบาตรพระสงฆ์ 3,000 รูป ในวันมาฆบูชาที่วัดพระธรรมกาย
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พุทธศาสนิกชนจำนวน 9,000 คน ร่วมใส่บาตรในวันมาฆบูชา ถือเป็นวัดแห่งความรักของชาวพุทธ ที่วัดพระธรรมกายร่วมกับพุทธบริษัท จัดขึ้นทุกปี ที่ลานธรรมมหาธรรมกายเจดีย์ วัดพระธรรมกาย ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
บรรยากาศภายในวัดมีพุทธศาสนิกชนสวมชุดขาวพาครอบครัวทยอยเดินทางเข้ามาร่วมบุญจำนวนมาก โดยวันมาฆบูชาเป็นวันสำคัญของชาวพุทธที่เกิดเหตุอัศจรรย์ 4 ประการประกอบด้วย 1. เป็นวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ ดวงจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ วันเพ็ญเดือนสาม 2. พระภิกษุ 1,250 รูป มาประชุมโดยมิได้นัดหมาย 3.ภิกษุเหล่านั้นเป็นพระอรหันต์ผู้ได้อภิญญา 6 ทั้งหมด ไม่มีภิกษุผู้เป็นปุถุชนหรือพระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามีแม้สักรูปเดียวมาประชุมในครั้งนี้ และ4.พระภิกษุทั้งหมดเป็นผู้ที่ได้รับการบวชแบบเอหิภิกขุอุปสัมปทา ซึ่งพระบรมศาสดาทรงประทานการบวชให้
นอกจากนี้วันมาฆบูชา ยังถือเป็นวันแห่งความรักของชาวพุทธ เพราะเป็นวันที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงออกซึ่งความรักต่อมวลมนุษชาติอย่างแท้จริง ความรักของพระองค์เป็นความเมตตา ความปรารถนาดีต่อทุกสรรพชีวิตด้วยความจริงใจ หัวใจแห่งพระพุทธศาสนา หรือ โอวาทปาฏิโมกข์ ที่พระพุทธองค์ทรงประทานไว้ในวันมาฆบูชา เป็นแม่บทในการเผยแผ่พระพุทธศาสนานั้น เมื่อใครได้นำหลักการเหล่านี้ไปปฏิบัติอย่างถูกต้อง ย่อมสามารถสัมผัสได้ถึงความเมตตา อันบริสุทธิ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผ่านทางพระธรรมคำสอนของพระองค์ที่ไม่เคยเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา
ตรัง - ทำบุญเลี้ยงขนมโบราณงานบุญทานไฟ
เมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 11 ก.พ.60 ที่วัดควนนาแค ม.5 ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เป็นประธานกล่าวเปิดงานในโครงการอนุรักษ์ประเพณีให้ทานไฟ นำโดย นายวัชรศักดิ์ ศรีขำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านควน กล่าวต้อนรับ ซึ่งถือเป็นงานเดียวในจังหวัดตรัง
สำหรับกิจกรรมประเพณีทำขนมให้ทานไฟได้นิมนต์พระสงฆ์สามเณร จำนวน 100 รูป ทำพิธีสวดมนต์เนื่องในวันมาฆบูชา และปีนี้มีกลุ่มชาวบ้านมาร่วมทำขนมทานไฟ จำนวน 75 ร้านที่มาร่วมทำขนมถวายพระ และเลี้ยงแก่ผู้มาร่วมกิจกรรมซึ่งมาจากหลายพื้นที่ ทั้งในตำบลบ้านควน ตำบลนาบินหลา อ.เมืองตรัง , อ.ห้วยยอด จ.ตรัง และ จ.กระบี่ และซึ่งมีทั้งขนมพื้นบ้าน เช่น ขนมเบื้อง ขนมครก ขนมครกข้าวเหนียว ข้าวเกรียบปากหม้อ ขนมโค ขนมพิมพ์ ขนมจาก ขนมจู่จุน ข้าวเหนียวกวนทอด
ทั้งนี้ การให้ทานไฟ เป็นการทำบุญเพื่อให้พระภิกษุสงฆ์เกิดความอบอุ่นในตอนเช้ามืดของคืนที่มีอากาศหนาวเย็น โดยใช้ลานวัดเป็นที่ก่อกองไฟแล้วทำขนมถวายพระจึงมีการทำขนมและอาหารเพิ่มขึ้นอีกมากมาย รวมทั้ง น้ำชา กาแฟ หมี่ผัด ข้าวต้ม ข้าวเหนียวหลาม ขนมปังปิ้ง ชาวบ้านจะปรุงขนมตามที่เตรียมเครื่องปรุงมา แล้วนำขนมที่ปรุงขึ้นมาร้อน ๆ ไปถวายพระสงฆ์ ขณะที่ทำขนมกันไป พระสงฆ์ก็ฉันอาหารไปพร้อม ๆ กัน จะหยุดปรุงขนมก็ต่อเมื่อเครื่องปรุงที่เตรียมมาหมด เมื่อพระสงฆ์ฉันอิ่มแล้ว ก็สวดให้ศีลให้พรแก่ผู้ที่มาทำบุญเป็นอันเสร็จพิธีชาวบ้านจึงร่วมกันรับประทานกันอย่างสนุกสนาน
โดยงานประเพณีให้ทานไฟดังกล่าวจัดขึ้น เพื่ออนุรักษ์และร่วมกันรักษาวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของชาวพุทธ เพื่อแสดงออกซึ่งความสมัครสมานสามัคคีในหมู่คณะของชุมชน ให้เยาวชนและประชาชนได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น เพื่อรักษาภูมิปัญญาท้องให้คงอยู่ตลอดไป
ประวัติความเป็นมาของประเพณีให้ทานไฟ กล่าวถึงในขุนทกนิกายชาดก เรื่อง ความตระหนี่ถี่เหนียวของโกลิยะเศรษฐี ที่อยากกินขนมเบื้อง แต่เสียดายเงินไม่ยอมซื้อและไม่อยากให้ลูกเมียได้กินด้วย ภรรยาจึงทำขนมเบื้องที่บ้านชั้นเจ็ดให้เศรษฐีได้รับประทานโดยไม่ให้ผู้ใดเห็น ขณะที่สองสามีภรรยากำลังปรุงขนมเบื้อง พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่เชตวันมหาวิหาร ทรงทราบด้วยญาณ จึงโปรดให้พระโมคคัลลานะไปแก้นิสัยของโกลิยะเศรษฐี พระโมคคัลลานะตรงไปบนตึกชั้นเจ็ดของคฤหาสน์เศรษฐี เศรษฐีเข้าใจว่าจะมาขอขนม จึงแสดงอาการรังเกียจและออกวาจาขับไล่ แต่พระโมคคัลลานะพยายามทรมานเศรษฐีอยู่นานจนยอมละนิสัยตระหนี่ พระโมคคัลลานะได้แสดงธรรมเรื่องประโยชน์ของการให้ จนโกลิยะเศรษฐีและภรรยาเกิดความเลื่อมใส ได้นิมนต์มารับถวายอาหารที่บ้านตน พระโมคคัลลานะแจ้งให้นำไปถวายพระพุทธเจ้าและพระสาวก 500 รูป ณ เชตวันมหาวิหาร โกลิยะเศรษฐีและภรรยาได้นำเข้าของเครื่องปรุงไปทำขนมเบื้องถวายพระพุทธเจ้าและพระสาวก แต่ปรุงเท่าไหร่แป้งที่เตรียมมาเพียงเล็กน้อยก็ไม่หมด พระพุทธเจ้าจึงโปรดเทศนาสั่งสอน ทั้งสองคนเกิดความปีติอิ่มเอิบในการบริจาคทาน เห็นแจ้งบรรลุธรรมชั้นโสดาบัน
พังงา - ผู้ว่าฯพังงา นำพุทธศาสนิกชนทำบุญตักบาตรวันมาฆบูชา
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 11 ก.พ.60 ที่วัดประชุมโยธี(พระอารามหลวง) อ.เมืองพังงา นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมศรีพงศ์ บุตรงามดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นำหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรเอกชน และพุทธศาสนิกชน ร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง และปัจจัยต่าง ๆ เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี พ.ศ.2560
โดยมีพระเทพปัญญาโมลี รองเจ้าคณะภาค 17 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมกันเข้าวัดฟังธรรมเเละเวียนเทียน ที่วัดใกล้บ้านเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้รำลึกถึงวันที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์คือการเว้นจากการทำชั่วทั้งปวง ทำความดีให้ถึงพร้อมด้วยกาย วาจา ใจ และทำจิตใจให้หมดจดบริสุทธิ์ผ่องใส
พุทธศาสนิกชนชาวสุราษฎร์แห่ปฏิบัติธรรมสวนโมกข์รับวันมาฆบูชา
ช่วงเช้าที่ผ่านมาที่สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากไปร่วมทำบุญและปฏิบัติธรรมตรงลานหินโค้ง สถานที่ท่านพุทธทาส ภิกขุเคยแสดงธรรม โดยทางวัดได้เปิดเทปธรรมะคำสั่งสอนของท่านพุทธทาสให้ฟังตลอดช่วงระหว่างที่นั่งสมาธิปฏิบัติธรรมนอกจากนั้นนักท่องเที่ยวได้ไปกราบไหว้รูปวาดท่านพุทธทาส และชมโรงมหรสพทางวิญญาณ ซึ่งเป็นสถานที่แสดงทั้งภาพวาดและคำสั่งสอนทางธรรมที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงในปัจจุบันและจากการกระทำของมนุษย์
สำหรับวัดอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกันมีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากได้ไปร่วมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันมาฆบูชาซึ่งถือว่าเป็นวันพระใหญ่ทางพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าแสดงโอวาทปาติโมกข์โดยมีพระสงฆ์จำนวน 1,250 รูปมาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
ส่วนการจัดงานรื่นเริงโดยเฉพาะงานฟูลมูนปาร์ตี้หาดริ้นเกาะพะงัน ซึ่งตามปกติจัดทุกวันขึ้น 15 ค่ำของทุกเดือนโดยครั้งนี้เลื่อนการจัดงานออกไป 1 วัน ซึ่งทางผู้ประกอบการได้แจ้งแก่นักท่องเที่ยวให้รับทราบทางเวปไซด์ล่วงหน้าแล้วและนักท่องเที่ยวเข้าใจให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
ผู้ว่าฯยะลา นำพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันมาฆบูชา
เมื่อเวลา 07.40 น.วันที่ 11 ก.พ.60 ที่บริเวณรอบพระมหาเจดีย์ วัดเมืองยะลา อ.เมือง จ.ยะลา นายดลเดช พัฒนรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้นำพุทธศาสนิกชนชาวยะลาร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันมาฆบูชา โดยมี พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ นางนฤมล พัฒนรัฐ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พนักงาน ลูกจ้าง นักเรียน นักศึกษา รวมทั้ง ประชาชนชาวยะลา นำข้าวสาร อาหารแห้ง ดอกไม้ ไปร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน40รูป พร้อมรับศีลฟังธรรมเทศนา
สำหรับการจัดกิจกรรมการตักบาตรในวันมาฆบูชา เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระรัตนตรัย ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์” แก่ พระสงฆ์เป็นครั้งแรก โดยหลักคำสอนนี้เป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนา คือ การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญความดีให้ถึงพร้อม และการทำจิตของตนให้ผ่องใส เพื่อให้พุทธศาสนิกชน ได้นำไปประพฤติปฏิบัติ เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตนเองครอบครัว และสังคม ซึ่งนอกจากวันมาฆบูชา จะเป็นวันสำคัญวันหนึ่งทางพุทธศาสนาแล้ว ในปี 2549 รัฐบาลไทย ยังได้ประกาศให้วันมาฆบูชา เป็น “วันกตัญญูแห่งชาติ” และเป็นวันแห่งความรักอันบริสุทธิ์ของชาวพุทธ อีกด้วย
ในส่วนของการจัดกิจกรรม นอกจากจะมีการทำบุญตักบาตร แล้ว ยังมี การฟังพระธรรมเทศนา เจริญสมาธิภาวนา และการเวียนเทียนในช่วงค่ำ เพื่อเป็นการบูชารำลึกถึงพระรัตนตรัย ( พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) อีกด้วย
พิจิตร - จัดประกวดสวดมนต์ทำนองสรภัญญะวันมาฆบูชา
ที่ศาลาการเปรียญวัดฆะมัง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร นายพยนต์ อัศวพิชยนต์ ปลัดจังหวัด เป็นประธานในพิธีเปิดการประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะ ในเทศกาลวันมาฆบูชา ด้วยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม มีนโยบายที่จะส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาทุกแห่ง ได้สวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ซึ่งจะปลูกฝังให้เยาวชนของชาติ มีจิตใจอ่อนโยน ดำรงชีวิตโดยปราศจากความประมาท มีความรักสามัคคีและรับผิดชอบร่วมกัน
การประกวดครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชนหมั่นสวดมนต์ไหว้พระ บูชาพระรัตนตรัย เพื่อกล่อมเกลาและพัฒนาจิตใจให้เยาวชนประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอน ดำเนินชีวิตอย่างมีสติ ปราศจากความประมาท อยู่ในศีลธรรมอันดี และเพื่อคัดเลือกทีมตัวแทนจังหวัดพิจิตร ไปเข้าประกวดในระดับภาค
โดยการประกวดครั้งนี้ มีสถานศึกษาส่งนักเรียนเข้าร่วมประกวด จำนวน 32 แห่ง รวม 38 ทีม ประกอบด้วย ระดับประถมศึกษา จำนวน 19 ทีม และระดับมัธยมศึกษา จำนวน 19 ทีม โดยได้รับความอนุเคราะห์จากเจ้าอาวาสวัดฆะมัง ให้ใช้สถานที่จัดการประกวด คณะสงฆ์อำเภอเมืองพิจิตร และอำเภอโพธิ์ประทับช้าง เมตตาเป็นคณะกรรมการตัดสิน



